
ประชามติ12ธันวา
ไม่ว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะบอกปัดการซื้อเสียงที่ จ.นครราชสีมา ว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ ...ข้อเท็จจริงไม่เป็นอย่างนั้น และวันนี้ผู้ที่ถูกจับกุมก็นำตัวพยานหลายคนไปชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา
แต่เป็นที่น่าแปลกประหลาดว่า การกล่าวหายังไม่ได้สรุปว่าใครผิด ใครถูก” แต่หากชัยชนะที่ จ.นครราชสีมาเป็นของพรรคเพื่อไทย แน่นอนว่าความยุ่งยากจะตามมา เพราะการจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งหน้า พร้อมของกลางธนบัตรใบละ 500 และ 100 จำนวน 2 ใบ เพียงพอที่จะนำไปสู่การดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ได้ แม้แต่ถ้าชัยชนะเป็นของพรรคการเมืองอื่น ผู้ชนะก็อาจถูกกล่าวหาว่า วางแผนให้พรรคเพื่อไทยถูกตั้งข้อสงสัย เป็นการทำลายชื่อเสียง แล้วก็อาจมีการร้องให้ กกต.พิจารณาสอบสวนคู่แข่ง
การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 5 เขตเลือกตั้งพร้อมกัน ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เขต 2 พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ขอนแก่น เขต 2 นครราชสีมา เขต 6 และสุรินทร์ เขต 3 มิได้มีนัยสำคัญในแง่ของการทำงานของ ส.ส.มากนัก เนื่องเพราะอาจเป็นการเลือกตั้งที่ ส.ส.ใหม่ จะได้ทำงานเพียงไม่ถึงหนึ่งปี ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัญญาณว่าจะมีการยุบสภาในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนปีหน้า แต่ในอีกด้าน ก็เสมือนหนึ่งการซ้อมใหญ่ของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงชิงชัย เป็นการวิ่งระยะสั้น ที่อาจประเมินและทดสอบความพร้อมในการวิ่งระยะไกล โดยเฉพาะการเลือกตั้งในเขตจังหวัดภาคอีสาน ที่เป็นจุดบอดของประชาธิปัตย์ตลอดมา แต่เป็นตัวแปรชัยชนะให้แก่พรรคการเมือง ครั้งนี้ประชาธิปัตย์จะได้ใจเพิ่มขึ้นหรือไม่
พรรคประชาธิปัตย์ปลอดโปร่งอย่างยิ่ง หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องให้ยุบพรรค และคดีเสร็จเด็ดขาดไปโดยไม่สามารถยื่นคำร้องซ้ำได้อีก ฉะนั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงมีความพร้อมสูงสุดในการลงสู่สนามเลือกตั้ง ด้วยกระแสที่เชื่อว่า คนชั้นกลางในเมือง คนกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ จะเป็นฐานเสียงสำคัญ จนเป็นที่มาความเชื่อมั่นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่กล่าวถึงการยุบสภาก่อนครบวาระ แต่การเมืองไม่อาจใช้สูตรคณิตศาสตร์คำนวณออกมาเป็นตัวเลขได้ชัดเจน น่าสงสัยว่า ประชาธิปัตย์จะใช้เงื่อนไขทางการเมืองที่ดูเหมือนเอื้ออำนวยให้เดินเข้าสู่ชัยชนะอย่างไม่ยากเย็นนี้ เป็นสปริงบอร์ดเข้าสู่อำนาจได้อีกครั้งหรือไม่ ในขณะที่พรรคเพื่อไทย ก็ยังคงเหนียวแน่นที่เหนือและอีสาน พรรคการเมืองใหม่ก็ยังเป็นตัวตัดคะแนนพรรคประชาธิปัตย์
ประชามติ 12 ธันวา เป็นองค์ประกอบย่อยๆ ในโครงสร้างใหญ่ แต่ก็มีความหมายสำหรับทุกพรรคการเมือง ที่จะใช้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ที่มีลักษณะตัวแทนกลุ่มประชากร ในเขตพื้นที่สำคัญ ทั้งกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคอีสาน เป็นข้อมูลในการกำหนดยุทธศาสตร์การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมาถึงอีกไม่นานจากนี้ เพื่อไทยจะต้องยืนยันความเป็นฐานเสียงที่มั่นคงในเขตอีสาน ภูมิใจไทยก็ต้องการปักธงเพิ่มขึ้นในพื้นที่เดียวกัน ในขณะที่ประชาธิปัตย์ก็ปรารถนาจะได้คำยืนยันในกระแส คะแนนนิยมที่พวกเขาเชื่อว่า จะเพิ่มมากขึ้นหลังพ้นบ่วงกรรมศาลรัฐธรรมนูญ โฉมหน้าการเมืองไทยในอีก 4 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร หรือจะหวนกลับมาสู่วงจรอุบาทว์อีกครั้ง ถ้าประชาธิปัตย์ยังเดินไปไม่ถึงฝั่งฝัน



