ข่าว

ทบ.สรรค์สร้าง"เยาวชนรักชาติ"ปลุกเด็กไทย..ต้านหมิ่นสถาบัน

ทบ.สรรค์สร้าง"เยาวชนรักชาติ"ปลุกเด็กไทย..ต้านหมิ่นสถาบัน

13 ธ.ค. 2553

“ขอให้นึกถึงว่าประเทศไทยที่มีวันนี้ได้คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศไทยที่มีอย่างนี้ และความเจริญในเรื่องต่างๆ พระองค์ทรงเป็นผู้พระราชทานมาทั้งสิ้น สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับคนไทยมาตลอด

 พระองค์ท่านไม่เคยทำอะไรที่ไม่นึกถึงพสกนิกรของพระองค์ท่านเลยแม้แต่น้อย พระองค์ทรงตรากตรำพระวรกายมา ดังนั้น สิ่งใดก็ตามจะไปล่วงล้ำละเมิดก็ขอให้ทุกคนหยุดได้แล้ว ผู้ที่กระทำอยู่ก็จะต้องหยุด ไม่ว่าจะเรื่องใดๆ ก็ตาม"

 คำประกาศกร้าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เมื่อคราวที่รับตำแหน่งใหม่ๆ ถือเป็นวาระหลักลำดับต้นๆ ของ ผบ.ทบ.คนที่ 37 เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลกระทำการจาบจ้วงสถาบันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน "โลกไซเบอร์"

 พล.ต.กฤษฎา อารีรัชชกุล เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก กล่าวถึงวาระการปกป้องสถาบันของ ผบ.ทบ. ที่แปรเป็นนโยบายปฏิบัติในวันนี้แล้วว่า ผบ.ทบ.ได้มุ่งเน้นเกี่ยวกับการพิทักษ์ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศเคารพเทิดทูน ซึ่งไม่เฉพาะเพียงแค่ทหาร แต่ทุกคนจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกันในการเทิดทูนสถาบัน ฉะนั้น สิ่งใดที่กระทบต่อความรู้สึกที่เราเคารพเทิดทูน เราก็จะมีความรู้สึกเจ็บแค้น ไม่พอใจ ซึ่งทุกคนก็เป็นแบบนั้น คนไทยทั้งประเทศมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน

 พล.ต.กฤษฎา อธิบายถึงแนวทางกระตุ้นให้คนไทยลุกขึ้นมาปกป้องสถาบันว่า ความรู้สึกนี้ก็คงเหมือนกับลูกๆ ทุกคนที่เมื่อเรามีพ่อมีแม่ก็ต้องให้ความเคารพต่อท่าน หากมีสิ่งใดมากระทบ เราก็จะต้องช่วยกันดูแลปกป้องท่าน โดยการทำความเข้าใจไม่ให้เกิดความไขว้เขว

 “สมัยนี้คนเราบางคนศาสนายังไม่นับถือเลย ผมไม่รู้เป็นเพราะการเรียนหรือการกล่อมเกลาในครอบครัว ซึ่งคนเหล่านี้จะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ก็พยายามชักจูงให้คนอื่นมีความคิดเหมือนตัวเอง จะเรียกว่าลัทธิหนึ่งก็ว่าได้"

 เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ชี้ถึงต้นตอส่วนหนึ่งของพวกหมิ่นสถาบัน ซึ่ง ผบ.ทบ.ให้ความสำคัญเรื่องการทำความเข้าใจกับประชาชนมาก แต่คงไม่ต้องถึงขนาดเคาะประตูบ้านเพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้ "สื่อ" สำคัญที่สุด เพราะสื่ออยู่ในบ้านของทุกคน ถ้าสื่อช่วยกันก็จะช่วยลดเรื่องตรงนี้ลงได้

 ขณะเดียวกันกองทัพบกได้พยายามชักนำเยาวชนเข้ามาฝึกอบรมให้ความรู้ด้านต่างๆ เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้เป็นหูเป็นตาช่วยกันสอดส่องดูแลการกระทำที่หมิ่นเหม่ หรือก้าวล่วงต่อสถาบัน

 โดยในแต่ละปีกองทัพบกได้จัดโครงการ "เยาวชนรักชาติ" ซึ่งเดิมมีชื่อว่า "อาร์มี่ซัมเมอร์แคมป์" มีการฝึกอบรมไปแล้ว จำนวน 8,000 คน แบ่งออกเป็น 80 ค่าย ค่ายละ 100 คน กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย

 ทั้งนี้ ในปีต่อไปเยาวชนที่ได้รับการฝึกอบรมในเรื่องอุดมการณ์ความรักชาติ รักประวัติศาสตร์ จะมาเป็นพี่เลี้ยงให้แก่เยาวชนในรุ่นต่อไป และในปีงบประมาณ 2554 ก็จะดำเนินโครงการดังกล่าวอีก 8,000 คน

 "ขณะนี้สถาบันถูกคุกคามมากจึงต้องเร่งทำความเข้าใจ ซึ่งคนที่จะเป็นเรี่ยวแรงสำคัญคือ เยาวชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ได้รับการฝึกอบรมให้รู้จักประวัติศาสตร์ชาติไทย และมีความหวงแหนในเอกลักษณ์ของชาติ โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์"

 นั่นคือจุดมุ่งหมายสำคัญของโครงการดังกล่าว ซึ่งจะมีกิจกรรมหลากหลายทั้งการเล่นกีฬา ดนตรี และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเติมสิ่งที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นห่วง คือ "วิชาประวัติศาสตร์ไทย" เพื่อให้เยาวชนรู้จักความเป็นมา และหวงแหนในเอกลักษณ์ของชาติ
 เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก กล่าวถึงขั้นตอนดำเนินโครงการว่า กองทัพบกได้ให้โรงเรียนพลเรือนทหารบก "ฝึกอบรมครู" ก่อนที่จะไปฝึกอบรมเยาวชน โดยสิ่งที่เน้นย้ำให้แก่ครูผู้ฝึกสอนทุกคนก็คือ เยาวชนเหล่านี้ถ้าเทียบเป็นตา 8,000 คู่ ก็เป็น 8,000 ตาสับปะรด
 "เราจะให้เยาวชนเหล่านี้เป็นหูเป็นตา เพราะปัจจุบันเรื่องของโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น เฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์ มีการแพร่ระบาดของสิ่งที่ไม่บังควรออกมา ลำพังหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบคงสอดส่องไม่ถึง เฉพาะเว็บไซต์ก็มีเป็นล้านๆ เว็บแล้ว"

 เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ชี้ถึงข้อดีของโครงการนี้ว่า นอกจากจะช่วยราชการเป็นหูเป็นตาสอดส่องในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรแล้ว ยังเป็นการป้องปรามไม่ให้เยาวชน "หลงผิด" เพราะความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือถูกยุแหย่จากใครก็ตาม

 ทั้งนี้ กองทัพบกเชื่อว่า กลุ่มเยาวชนที่ได้รับการฝึกอบรม และปลูกฝังอุดมการณ์รักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ จะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคตในการพิทักษ์ปกป้องสถาบัน

 อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า การฝึกอบรมเยาวชนตามโครงการดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการเปิดเกมรุกเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันสูงสุดของไทย

 ท่ามกลางความพยายามของขบวนการล้มเจ้า รวมทั้งกลุ่มคนที่หลงผิดที่โหมกระแสอย่างน่าจับตาในโลกไซเบอร์ ซึ่งหากเยาวชนคนรุ่นใหมไม่รู้เท่าทันเล่ห์กลดังกล่าวก็นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพเทิดทูนยิ่งของเราทุกคน


ปัญญา ทิ้วสังวาลย์