
โรคแหลระบาดหนัก
การเมืองตายซากบ้านเราจะเป็นอย่างไรจากนี้ไปต้องรอดูว่ารัฐบาลนายกฯ มาร์คจะยุบสภาเมื่อไหร่ ต้องรอให้พรรคร่วมรับประทานพร้อมด้านงบใช้จ่าย กลไกของรัฐ และสถานการณ์เอื้ออำนวยหรือไม่ และผลการเลือกตั้งที่ผ่านไปหมาดๆ น่าจะเป็นตัวชี้ว่ารัฐบาลมั่นใจเพียงใด โดยเฉพาะใน
แต่ยังต้องเฝ้าระวังเหตุการณ์โดยทั่วไปด้านความมั่นคง ว่าขบวนการแดงและเครือข่ายทักษิณจะรุกคืบหน้าตีกินไปเรื่อยๆ โดยฝ่ายรัฐบาลเอื้ออาทร เฉื่อยแฉะ ปล่อยให้เหตุการณ์สุกงอมจากการชุมนุมโดยสงบกลายเป็นร้ายอีกหรือไม่
หลังจากเหตุการณ์หลายอย่างที่ผ่านมา จากความสงบยกระดับเป็นเชื้อปะทุ จนกลายเป็นวิกฤติร้ายแรงนั้นมีสาเหตุหลักประการเดียว เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ตามพระราชดำรัสของในหลวง!
อันที่จริง เจ้าหน้าที่มีจิตสำนึกแท้จริงไม่ต้องรอการกำชับให้ทำในสิ่งที่ตัวเองถูกจ้างให้ทำโดยเงินภาษีของประชาชน แต่ระบบอุปถัมภ์ค้ำจุน เพื่อนร่วมรุ่น วงศาคณาญาติ ทำให้ระบบกลไกด้านการรักษากฎหมาย งานยุติธรรมอ่อนแอ
เมื่อทุกฝ่ายไม่ทำหน้าที่ตั้งแต่ระบนสุดถึงล่าง นั่นคือจากหัวหน้ารัฐบาลจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับล่างสุด ไม่มีกลไกตรวจสอบควบคุม ก็ทำให้เละ
ตำรวจไม่จับผู้ร้าย หรือจับได้ทำสำนวนอ่อนส่งอัยการ สั่งไม่ฟ้องก็จบ! หรือถ้าตำรวจแข็งขัน แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ไม่อธิบาย สร้างเงื่อนงำกำกวม ก็เสื่อม
กรณีของ “ทักษิณ” นั้นถือว่าเป็นสุดยอดแห่งความคลาสสิก ผู้มีหน้าที่ทำงานเอื่อยเฉื่อย ละเลย ไม่ถอดยศ ไม่เดินหน้าทำอะไร เหมือนมีเลศนัยแฝง เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง แต่มีข้ออ้างกลายๆ ว่าอยากปรองดอง
ทุกวันนี้กรณีออกหมายแดงให้ตำรวจสากลก็ไม่คืบหน้าไปไหน ตำรวจบอกว่าส่งเรื่องไปแล้ว ตำรวจสากลไม่ตอบ อัยการบอกว่าแจ้งให้ยูเออี มอนเตเนโกร และนิการากัวทราบแล้ว ที่จับไม่ได้เพราะต้องรอให้กระทรวงการต่างประเทศบอกก่อนว่า “ทักษิณ” อยู่ไหน จะได้ส่งหมายไปถูกต้อง
ฟังแล้วน่าหัวเราะ! ต้องรอให้ผู้ร้ายบอกให้รู้ก่อนมั้งว่าอยู่ที่ไหน! ตอน เสธ.หนั่นไปนอร์เวย์ ก็รู้กันว่า “ทักษิณ” อยู่ที่นั่น ก็ไม่เห็นทำอะไรจริง มัวแต่เล่นสำนวนโวหารเอาตัวรอด ไม่ต้องรับผิดชอบกับหน้าที่ กินเงินเดือนจากภาษีชาวบ้าน
ถึงแม้ว่าเงินเดือนไม่ใช่รายได้หลัก อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ก็ตาม!
ตอนนี้ก็รู้อยู่แล้วว่า “ทักษิณ” อาจไปสหรัฐ เพื่อให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการฝ่ายความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป วันที่ 16 ธันวาคม มีใครประสานงานเรื่องนี้ หรืออัยการรอให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งเสียก่อน
ถ้านายกฯ มาร์คมีความตั้งใจจริง ต้องเรียก ผบ.ตร. อัยการสูงสุด และรัฐมนตรีต่างประเทศมาประชุม นั่งซักให้รู้ว่าใครพูดจริง ใครแหล ถ่ายทอดสดด้วยก็ดี
โยนกลองกันไปมา ชาวบ้านก็รู้ว่าใครมีเจตนาอย่างไร ถ้าปล่อยให้ทุกฝ่ายเอาตัวรอดแบบนี้ต่อไป โรคแหลจะลามไปทุกระดับจนชาติล่มจมนะดิ! อิอิอิ!!!



