
ระวังไส้ศึก
การชุมนุมของแดง นปช.เมื่อวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็คึกคักพอสมควร
รวมตัวพร้อมๆ กับข่าวอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาพอดี แต่สุดท้าย นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวของผู้หนีโทษ บอกว่ารัฐบาลไทยไปบีบสหรัฐให้งดออกวีซ่า ทำท่าจะวืดเหลือแค่ข่าวโคมลอย
แดงชุมนุมโดยมี จตุพร พรหมพันธุ์ เป็นแกนนำหลักคนสุดท้ายที่ยังอยู่นอกคุก การปราศรัยก็ไม่ต่างจากช่วงพฤษภาเลือด ออกมาขย่มข่มรัฐบาลโดยเฉพาะการชุมนุมอย่างต่อเนื่องนับจากนี้ไป
กำหนดการ 13 ธันวาคม จะไปสถานทูตญี่ปุ่น เพื่อยื่นหลักฐานการสอบสวนกรณีผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นถูกกระสุนปืนลึกลับจนเสียชีวิต และทุกๆ วันที่ 10 ของทุกเดือน จะมีการรวมตัวคนเสื้อแดงไปตลอดจนกว่ารัฐบาลจะล้ม หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะได้กลับบ้านตามที่มีแดงบางส่วนประกาศไว้
จะว่าไปแล้วหลักฐานที่เสื้อแดงจะนำไปยื่นต่อสถานทูตญี่ปุ่นนั้น ก็มีที่มาที่ไปสอดคล้องกันเพราะดีเอสไอ ออกมาปูดข่าวทำนองว่า เกิดการรั่วของสำนวนการสอบสวนหลังจากส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการต่อ
เรื่องการรั่วของข้อมูล หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเพราะอย่าลืมว่า จนถึงขณะนี้นายตำรวจใหญ่กว่าครึ่งยังคงภักดีต่ออดีตนายกฯ
อย่าลืมว่าผู้บริหารองค์กรตำรวจมากมายเติบโตมาในยุคทักษิณ แม้จะเปลี่ยนสีไปบ้าง แต่ก็พร้อมจะลอกคราบเปลี่ยนสีได้ทันทีเช่นกัน
สตช.ก็คือหนึ่งในองค์กรที่ทรงอำนาจ มีหน่วยข่าว มีกองกำลังไม่ด้อยไปกว่าตำรวจ แม้ไม่เคยปฏิวัติ แต่สามารถสร้างความได้เปรียบ เสียเปรียบให้รัฐบาลอย่างเห็นผล
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แม้เบื้องหน้าจะดูบริหารประเทศไปได้ แต่อีกด้านหนึ่งยังคงมีคลื่นใต้น้ำ
ความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐบาลในด้านลึก ล้วนอยู่ในมืออดีตนายกฯ
ช่วงนี้การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเริ่มโหมโรงได้เหมาะเจาะ มีหลายปัจจัยที่นำมาใช้เป็นส่วนขยายไม่ว่า รอยตำหนิเรื่องการยุบพรรคประชาธิปัตย์
การพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงเงื่อนเวลาในการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในช่วงต้นปีหน้า
ยิ่งมีคำถามต่อรัฐบาลมาก โอกาสก็เข้าทางคนเสื้อแดง บวกกับการขับเคลื่อนทางการเมืองในสภา เชื่อว่ายุทธศาสตร์ใหม่ๆ ของกลุ่มอำนาจเก่าจะปรากฏออกมาเป็นระลอก
ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ที่ปรับสีไปก่อนจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
"ไส้ศึก" เหล่านี้แหละจะทำให้รัฐบาลเซจนล้มได้ในที่สุด!!



