
ประหยัดไว้ก่อน พ่อสอนไว้
สัปดาห์ที่แล้ว ผมเห็นบรรยากาศลูกกตัญูญู แล้วอดปลี้มใจแทนคนเป็นพ่อไม่ได้
ได้ยินเพื่อนฝูงหลายคนบ่นเบาๆ แต่ปนสุขว่า ร้านอาหารเกือบจะทุกที่คนแน่นไปหมด ยืนรอกันเป็นชั่วโมง ขืนใครไม่ได้จองล่วงหน้า มีหวังไม่ได้กินแน่ๆ
ลูกศิษย์วัยรุ่นของผมบางคน มาเรียนในกรุง ไม่มีโอกาสกลับบ้านเกิด ยังเอ่ยแหย่บนเฟชบุ๊ก ถามว่า ถ้าจะบอกรักพ่อหลังวันที่ 5 ธันวาจะสายไปมั้ย?
ไม่มีคำว่า “สาย” หรอกครับ พ่อแม่บอกรักได้ทุกวัน แถมยิ่งบอกก็ยิ่งรักกันมากขึ้นแบบไม่รู้จบ
แต่บอกด้วยวาจา ยังไงก็ไม่สำคัญเท่าการกระทำ รักกันจริงต้องไม่ทำให้พ่อแม่เป็นทุกข์
เพราะยิ่งนานวันเข้า สุขภาพท่านก็ทรุดไปตามกาลเวลา สุ่มเสี่ยงต่อสารพัดโรครุมเร้า ลำพังถ้ากายไม่ดีแล้ว สุขภาพจิตยังไม่ดี ผมว่าจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่
ส่วนตัว ผมเคยแกล้งถามพ่อกับแม่ จะกี่ครั้ง คำตอบก็ไม่ค่อยจะเปลี่ยน
การตอบแทนด้วยการเลี้ยงดูเป็นแค่เรื่องหนึ่งเท่านั้น เอาเข้าจริง แค่ลูกๆ มีงานมีการทำ ดูแลตัวเองได้ เป็นคนดี ไม่เป็นภาระต่อสังคม เขาก็ยินดีและมีสุขแล้ว
และนี่คงเป็นเหตุให้พ่อกับแม่ต้องคอยพร่ำสอน ตักเตือน ชี้แนะ จนหลายๆ ครั้งจะถูกมองว่า เป็นคนขี้บ่น ล้าหลังในสายตาลูกก็ตาม
หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้นเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่เด็กหลายคนได้ยินมานับไม่ถ้วน
เริ่มตั้งแต่การให้กระปุกออมสินลายการ์ตูนเป็นของขวัญตอนเด็ก และสอนกลายๆ ให้หยอดเหรียญเก็บไว้ จนกระทั่งโตขึ้น เรียนมหาวิทยาลัย ก็เปลี่ยนจากการให้เงินรายวันเป็นรายเดือน เพื่อฝึกให้เราหัดโต หัดใช้เงินให้เป็น อย่าให้เกิดอาการชักหน้าไม่ถึงหลัง
ยิ่งใครเป็นลูกจีนด้วยแล้ว ยิ่งถูกสอนกันเยอะ อีกหลายกระบวนท่า กล้าท้าเลยว่า น้อยนักจะไม่เคยเรียนรู้คำว่า “ประหยัด” และ “อดออม”
โดย “ประหยัด” หมายถึงใช้เงินให้เป็น ใช้ในสิ่งที่ควรใช้ ซื้อความจำเป็นเป็นหลัก ซื้อความสุขเป็นรอง
ส่วน “อดออม” ให้หมายรวมเอาการเก็บเงินจากน้ำพักน้ำแรงที่หาได้ ไม่ใช้หมดหน้าตัก อยู่กับปัจจุบัน แต่ไม่ประมาทอนาคต ไม่เอาชีวิตไปแขวนบนความเสี่ยง
ผมเองก็เคยดูทีวีหลายรายการ ที่น่าแปลกใจก็คือ แม้คนรวยๆ ระดับดอกเตอร์ ที่มีเงินทองใช้เหลือเฟือ ก็ยังให้สัมภาษณ์ถึงวิธีสอนลูกไปในทำนองเดียวกัน
ผมจับความได้ว่า เงินทองเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปได้ รวยแค่ไหน ก็มีวันหมด ถ้าไม่ฉลาดใช้ การมีเงินมีทองในวันนี้ ไม่ได้การันตีจะมีในวันหน้า หากบริหารจัดการไม่เป็น
ดังนั้น ต้องใช้สอยให้เป็น ไม่ฟุ่มเฟือย ครองตนด้วยความไม่ประมาท
เรื่องเล่าก่อนจบครับ ก่อนไปกินอาหารร่วมกันวีคที่แล้ว ผมเอ่ยถามทั้งพ่อแม่ว่า อยากกินอะไร ขอให้ดีที่สุด เงินทองไม่ต้องกังวล
คำตอบเล่นเอาผมต้องอึ้งครับ อย่าเอาแพงมาก เพราะไม่ใช่เราจะกินกันมื้อเดียวที่ไหน และอีกอย่าง ประหยัดได้ต้องประหยัด ความสุขไม่ได้ขึ้นกับราคา แต่ขึ้นอยู่กับได้ร่วมโต๊ะกับใครมากกว่าครับ
เห็นด้วยมั้ยครับ?
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



