
นายใหญ่วิกิลีกส์ VSกฎหมายข่มขืนสวีเดน
เว็บไซต์วิกิลีกส์เพิ่งปล่อยโทรเลขลับของนักการทูตอเมริกัน ซึ่งรายงานทุกเรื่องราวจากประเทศที่ประจำอยู่ ถึงนายใหญ่ในวอชิงตัน ออกมาให้อ่านกันตาแฉะแค่ราวๆ 1,300 ฉบับจากทั้งหมด 251,287 ฉบับเท่านั้น
ดังนั้น มหกรรมแฉครั้งยิ่งใหญ่ยังดำเนินต่อไปอีกเป็นเดือนๆ พร้อมกับการถกเถียงอันหาจุดลงตัวได้ยาก ในประเด็นเสรีภาพข่าวสารและการแสดงความเห็น ,จริยธรรมสื่อ, เส้นแบ่งระหว่างการต้องเก็บงำความลับกับต้องโปร่งใส อย่างไหนคือประโยชน์ของส่วนรวม และนายจูเลียน อาซานจ์ ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์ มนุษย์คนเดียวที่เราได้เห็นหน้าจากเว็บไซต์ลึกลับ เป็นพระเอกหรือผู้ร้าย
เวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้ว่า ผลพวงแห่งความโปร่งใสสุดขั้วคืออะไร แต่คนที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นก่อนว่า เป็นผู้บริสุทธิ์จากข้อสงสัยทางอาญา คือนายอาซานจ์ ซึ่งเวลานี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำอังกฤษรอการพิจารณาคดีส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ตามคำร้องขอของสวีเดน
แม้หลายสิ่งอย่างชวนให้สงสัยว่า การจับกุมและไม่อนุญาตให้ประกันตัวอาซานจ์ ในช่วงเวลาเดียวกับที่วิกิลีกส์กำลังโดนบีบคั้นอย่างหนักหลังปล่อยเอกสารลับการทูต เกี่ยวข้องโยงใยกันหรือไม่ อีกทั้งยังมีการขุดคุ้ยปูมหลังของสองสาวสวีเดนที่มีนามสมมติในศาลว่า มิสเอ กับ มิสดับเบิลยู ที่แจ้งความว่าถูกอาซานจ์ข่มขืนกับลวนลาม ว่าคนหนึ่งเคยทำงานในสถานทูตสวีเดนในสหรัฐ เธออาจเป็นสายลับของซีไอเอที่วางกับดักเล่นงานอาซานจ์มาตั้งแต่แรก
แต่นายแคลส์ เบิร์กสตอร์ม ทนายของสองสาวสวีเดน ยืนยันหนักแน่นว่า นี่ไม่ใช่แผนคบคิดข้ามชาติ สิ่งที่กำลังทำคือปกป้องสตรีที่ประสบกับเหตุร้ายบางอย่างที่ผู้หญิงหลายร้อยหลายพันในสวีเดนและในประเทศอื่นๆ เคยเผชิญ
"ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีหลักฐานการใช้ความรุนแรงมากมายอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ในทางปฏิบัติ หากคุณบีบบังคับใครสักคนให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย คุณไม่ต้องใช้ความรุนแรงเลย หรือบางที คุณอาจฉวยโอกาสขณะที่ผู้หญิงตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากบางอย่าง" เบิร์กสตอร์มอธิบาย พร้อมกล่าวว่า ตัวของอาซานจ์เองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับผู้หญิงสองคนนั้น และควรแถลงให้ชัดว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องปัญหาของวิกิลีกส์เลย
สวีเดนเป็นประเทศที่เชิดชูความเสมอภาคและความยุติธรรมทางเพศ จึงมีกฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมทางเพศเข้มงวดมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่งแค่ดึงแขน อาจถือเป็นการใช้กำลัง มีเพศสัมพันธ์กับอีกฝ่ายขณะหมดสติ เมา หรือหลับ นั่นถือเป็นการข่มขืน
มีเรื่องคุยขำๆ ในหมู่นักกฎหมายว่า เพื่อให้ปลอดภัย ผู้ชายควรขออนุญาตจากฝ่ายหญิงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อนถึงจะมีอะไรกันได้
นิยามการข่มขืนภายใต้กฎหมายสวีเดน มีสามระดับ ข้อหารุนแรงที่สุดคือการใช้กำลังอย่างเป็นที่ประจักษ์ รองลงมาเป็นการข่มขืนแบบที่เข้าใจโดยทั่วไป คือมีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้องในระดับหนึ่ง และเบาที่สุด การบังคับขืนใจแบบผิดกฎหมาย ซึ่งโดยมาก มักเกี่ยวข้องกับการใช้ความกดดันด้านอารมณ์กับอีกฝ่าย ความผิดในข้อหาข่มขืนสามระดับ มีโทษจำคุก 10, 6 และ 4 ปีตามลำดับ
รายงานของตำรวจกับรายละเอียดที่เปิดเผยในศาลอังกฤษเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้เป็นภาพรวมๆ ออกมาว่า ได้มีการพูดจาถูกคอเกี้ยวพาราสีกันจนนำไปสู่เพศสัมพันธ์กับหญิงสาวสองคนที่ต่างก็ปลื้มนายอาซานจ์ ในฐานะเจ้าแห่งเสรีภาพในการแสดงความเห็นด้วยกันทั้งคู่ จากนั้นอาซานจ์ได้ล้ำเส้นด้วยการปฏิเสธใช้ถุงยางอนามัย และมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันขณะสตรีอีกคนกำลังหลับ
ประเด็นสำคัญคดีนี้ อาจอยู่ที่ว่า ณ จุดไหนที่การมีเพศสัมพันธ์แบบยินยอม แปรเปลี่ยนเป็นไม่ยินยอม ใช่เริ่มจากการที่ฝ่ายชายตัดสินใจไม่ใช้ถุงยางอนามัยหรือไม่ ซึ่งก็จะต้องไปโต้กันในศาล
ตามกฎหมายสวีเดน นายอาซานจ์ยังไม่ถูกแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการ เพียงแต่อยู่ในข่ายต้องสงสัยที่อัยการต้องการตัวไปสอบปากคำก่อนตัดสินใจแจ้งข้อหาและส่งฟ้อง เมื่อส่งฟ้องแล้ว ศาลจะเปิดการไต่สวนเพื่อตัดสินว่าควรเปิดการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการหรือไม่
ทัศนคติต่อการข่มขืนและการยอมรับในสิทธิความเสมอภาคของสตรีอย่างยิ่งยวดในสวีเดน ทำให้อัตราการแจ้งความคดีล่วงละเมิดทางเพศ อยู่ในระดับสูงที่สุดใน 24 ประเทศยุโรปคือ 53 รายต่อ 1 แสนราย กระนั้น มีแค่ 10 รายเท่านั้นที่เมื่อไต่สวนกันในศาลแล้วนำไปสู่การตัดสินว่ามีความผิด
นายเอวา ดีเซน ทนายและนักวิจัยมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์มกล่าวว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเพราะขาดพยานวัตถุ ซึ่งอาจรวมถึงคดีนายอาซานจ์ด้วย โดยนับจากเจ้าทุกข์แจ้งความเมื่อเดือนสิงหาคม อัยการสามคนพลิกกลับไปกลับมาว่าจะเปิดการสอบสวนคดีนี้หรือไม่ ความคลุมเครือในข้อกฎหมาย เป็นเรื่องปกติของการสอบสวนเหตุอาชญากรรมทางเพศในสวีเดน
"อัยการบางคนรอบคอบสุดๆ และเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลยหากไม่มั่นใจ ขณะที่อัยการบางคนก็เลือกเดินหน้าทันทีเพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญและมั่นใจว่า อีกหน่อย รายละเอียดต่างๆ ก็จะปรากฏออกมาเอง" นายดีเซนกล่าว
สองสามปีมานี้ มีคดีดังๆ อยู่หลายคดี ที่นำไปสู่การอภิปรายถกเถียงกันในสวีเดน
ในปี 2550 มีกระแสประท้วงหลังศาลตัดสินให้ชายสองคนพ้นผิด ในข้อหาข่มขืนสตรีวัย 19 ปี แม้เธอได้รับบาดเจ็บ แต่ศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถพิสูจน์เป็นการข่มขืนได้ เพราะเธอเคยมีเพศสัมพันธ์แบบรุนแรงกับชายทั้งสองมาก่อนแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์พลิกคำตัดสินศาลชั้นต้นเพราะมีหลักฐานใหม่มัดตัวคือการส่งเอสเอ็มเอสระหว่างชายสองคน ยืนยันว่าทั้งสองโกหกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ปี 2551 นายตีโต้ เบลทรัน นักร้องโอเปราเกิดในชิลี ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี ฐานข่มขืนสตรีวัย 18 ปี ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต คดีนี้เรียกความสนใจได้มาก ไม่ใช่เพราะความดังของฝ่ายชายอย่างเดียว แต่เพราะศาลเทน้ำหนักเกือบหมดไปทางฝ่ายหญิง โดยอาศัยคำให้การของพยานที่พูดคุยกับฝ่ายหญิงหลังเกิดเหตุ
เมื่อเดือนที่แล้ว รายงานว่าด้วยอาชญากรรมต่อผู้หญิงในสวีเดน วิจารณ์ตำรวจที่ไม่ได้รวบรวมพยานวัตถุในคดีข่มขืนมากพอ และรายงานอีกฉบับเรียกร้องให้เพิ่มความรัดกุมในกฎหมายข่มขืนให้มากขึ้น ถึงขั้นเสนอแนะว่าการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นโดยปราศจากการแสดงออกถึงความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย ให้ถือเป็นอาชญากรรม แม้ไม่มีความรุนแรงเกี่ยวข้องเลยก็ตาม
บายไลน์ อุไรวรรณ นอร์มา
ข้อมูลจาก บีบีซี, เอพี, เดอะ การ์เดียน



