
หยุด"เด็กซิ่ง"...หยุดอาชญากรรม
สารพัดปัญหาที่เกิดจากแก๊งวัยรุ่นป่วนเมืองปทุมธานี ทั้งปัญหานักเรียนตีกัน เด็กแว้น เด็กซิ่ง ฯลฯ นอกจากจะสร้างปัญหาให้แก่ตัวเอง เพื่อน ครอบครัว และสถาบันการศึกษาแล้ว ยังสร้างความหนักใจและเอือมระอาให้แก่ประชาชน ผู้พบเห็น ตลอดจนผู้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งวัยรุ่นเ
พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ในฐานะที่เป็นแม่ทัพเมืองปทุมธานี มีหน้าคอยดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาว จ.ปทุมธานี นอกจากจะมีภารกิจในการปราบปรามอาชญกรในพื้นที่แล้ว ยังต้องแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมดูแลเยาวชนที่สร้างปัญหาเหล่านี้อีกด้วย
-ปัญหานักเรียนตีกันอย่างรุนแรง มีมาตรการต่างๆ มาป้องกันและประสบผลสำเร็จเพียงใด
พล.ต.ต.วัฒนา : ปัญหานักเรียนตีกันก็ยังมีอยู่ ส่วนใหญ่พวกเขาจะไปมีเรื่องกันตามห้างสรรพสินค้า บริเวณท่ารถ อย่างช่วงนี้ในชั่วโมงเร่งด่วน ในตอนเช้าและตอนเย็น ก็ยังมีการวางแผนป้องกันด้วยการตรวจค้นอาวุธให้เจ้าหน้าที่ 2-4 นาย ไปสแตนด์บายร่วมกับอาจารย์ตามหน้าสถาบัน เพื่อจะได้รู้ว่าใครเป็นหัวโจก นอกจากนี้ ยังมีรถสายตรวจตามท้องถนน แต่เอาเข้าจริงๆ เวลาที่นักเรียนตีกันก็คุมไม่ค่อยอยู่ เพราะนักเรียนมีกันเป็นร้อย จึงต้องเน้นการป้องกันแบบนาฬิกาอาชญากรรม ส่งกำลังเข้าไปหมุนเวียนคอยสกัดกั้นทั้ง 14 อำเภอ แม้ว่าตำรวจจะมีกำลังน้อย ก็ต้องออกตรวจเพื่อคอยป้องกันปราบปราม และระงับเหตุตลอดเวลา
-สถานการณ์แก๊งเด็กซิ่งป่วนเมืองเป็นอย่างไรบ้าง
พล.ต.ต.วัฒนา : แก๊งซิ่งกวนเมืองที่มีอยู่ตอนนี้ถือว่าไม่เยอะเหมือนเมื่อสองสามเดือนก่อน และรวมถึงแก๊งปาหิน ปาใส่กระจก ก็ไม่ค่อยมีแล้ว อย่างไรก็ตาม แก๊งซิ่งกวนเมืองยังคงมีอยู่ บางกลุ่มรวมตัวกันขับรถแข่ง แต่บางกลุ่มไปดื่มสุรากันมาก็ก่อเหตุทะเลาะวิวาท และอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สามโคก ซึ่งเป็นพื้นที่วงแหวนตะวันตกเป็นเส้นทางระยะยาวที่สะดวกต่อการขับขี่ สะดวกต่อการรวมกลุ่ม การพนันขันต่อ ถ้าไม่เชื่อว่าเยอะขนาดไหนต้องไปดูที่สถานีตำรวจสามโคก จะพบรถจักรยานยนต์ที่ถูกยึดมาเรียงเป็นแถว ใครไม่รู้ก็นึกว่าเป็นรถใหม่มาวางขาย(ฮา) ซึ่งการยึดรถแบบนี้ ต้องนำทะเบียนมาแสดงเพื่อขอรถคืน แต่บางคนกลัวความผิด หรือเอารถคนอื่นมา เลยไม่กล้าเอาทะเบียนมายืนยัน จึงมีรถจอดอยู่ที่โรงพักเยอะ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเด็กซิ่งเหล่านี้ บางรายก็อาจเป็นอาชญากร เพราะอาจทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อนำเงินมาใช้แต่งรถ
-มาตรการป้องกันและปราบปรามแก๊งเด็กซิ่ง
พล.ต.ต.วัฒนา : หากได้รับร้องเรียนจากประชาชนมากๆ ก็จะระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ต่างๆ มาสนับสนุน แล้วมาร่วมวางแผนป้องกันตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าจะมีการแข่งรถ พร้อมด้วยกำลังตำรวจสายตรวจ ซึ่งจริงๆ แล้ว การจับกุมแก๊งซิ่งไม่ยาก ตำรวจดักหัว ดักปลาย บล็อกตามซอย ก็จับได้หมด ซึ่งพวกนี้เวลาเจอตำรวจนี่จะวิ่งลืมตายเลยนะ วิ่งหนีเข้าทุ่งนาไปหมด รถก็ไม่สนใจ (ฮา)
-ภาพรวมของการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่
พล.ต.ต.วัฒนา : ทุกวันนี้ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี มีบ้านจัดสรรรเกิดขึ้นใหม่เยอะมาก ขณะที่ประชากรที่เป็นชาวปทุมธานีมีประมาณ 8.7 หมื่น และมีประชากรแฝงหรือประชากรนอกระบบอีก 7 แสนคน แต่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเพียง 2,700 นาย ทำให้ต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานหลายๆ หน่วยงาน และมอบนโยบายให้แต่ละโรงพักไปคิดโครงการเฝ้าระวังอาชญากรรมต่างๆ มา ที่สำคัญต้องทำงานร่วมกับมวลชนในพื้นที่ด้วย
นอกจากการเฝ้าระวังด้วยกำลังเจ้าหน้าที่แล้ว ก็ยังต้องอาศัยกล้องซีซีทีวี ซึ่งแต่ละเขตมีอยู่ 100 ตัว แต่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ กำลังจะได้รับการพิจารณาเพิ่มอีก 100 ตัว ยิ่งถ้าได้เป็นรุ่นใหม่ที่เป็น 360 องศา จะช่วยในการเฝ้าระวังมากขึ้น ที่สำคัญยังช่วยตรวจจับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายจราจร หรือตรวจจับรถต้องสงสัย อย่าลืมว่าช่วงนี้คนตกงานเยอะแล้วใกล้ปีใหม่ อาจเกิดปัญหาลัก วิ่ง ชิง ปล้น จึงต้องมีการป้องกันอย่างเข้มงวดและลงไปตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุอย่างทันท่วงที
-รู้สึกหนักใจบ้างไหม ต่อปัญหาอาชญกรรมที่เกิดในพื้นที่
พล.ต.ต.วัฒนา : ไม่หนักใจนะ ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ทำก็ต้องทำ พื้นที่ จ.ปทุมธานี นี่อาชญากรรมเยอะมาก ต้องอาศัยความร่วมมือช่วยเหลือจากตำรวจทุกสถานีทุกโรงพัก ถึงจะปราบปรามอาชญกรรมที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดมีการรับผิดชอบงานหลายๆ ด้าน ทุกงานมีความสำคัญเท่ากันหมด งานทุกชิ้นที่ออกมา คือ ผลงานของทุกคน ที่สำคัญอยากจะบอกว่า ตำรวจไทยต้องทำได้ทุกอย่าง ให้ความสำคัญกับประชาชนที่เดือดร้อนเป็นอันดับแรก เมื่อประชาชนมาโรงพักเขาต้องเดือดร้อน เปรียบคล้ายๆ คนเจ็บถ้ าไม่เจ็บก็คงไม่ไปโรงพยาบาล เมื่อเขามาแล้วเราต้องบรรเทาความเดือดร้อนให้เขา เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องดูแลเขาดุจคำขวัญว่า บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว แล้วไม่มีว่าเป็นนายของประชาชน มีแต่เป็นผู้รับใช้ของประชาชน
-ตำรวจปทุมธานีให้ความสำคัญกับโซเซียลมีเดียวด้วย
พล.ต.ต.วัฒนา : การที่ตำรวจปทุมธานีเปิดหน้าเฟซบุ๊ก เพื่อใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับประชาชน และอีกมุมหนึ่งก็อยากให้ประชาชนรับทราบการทำงานของตำรวจด้วยว่า วันนี้ตำรวจเราทำงานอะไรบ้าง มีข่าวความเคลื่อนไหวในการจับกุม ดำเนินคดีต่างๆ อย่างไร นอกจากนี้ ยังใช้เฟซบุ๊กเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ใช้ประชาชนแจ้งเบาะแสต่างๆ เข้ามาได้ ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้หวังดีจำนวนมากที่เข้ามาแจ้งเบาะแส เพื่อช่วยเหลือการทำงานของตำรวจด้วย



