
ลุ้นตั้งกองทุนเยียวยาประเทศยากจน
แคนคูน-โบลิเวียโดดขวางข้อตกลงก่อตั้งกองทุนเยียวยาประเทศกำลังพัฒนาในที่ประชุมปัญหาสภาพอากาศโลก ชี้เป็นข้อตกลงที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ หลังประเทศสมาชิก 194 ประเทศใช้เวลา 2 สัปดาห์หารือกันด้วยบรรยากาศที่ดีในการหาทางแก้ปัญหาโลกร้อน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ (11 ธ.ค.) ว่าที่ประชุมปัญหาสภาพอากาศโลกแห่งสหประชาชาติ ณ เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก อาจจะเห็นพ้องเรื่องการตั้งกองทุนช่วยเหลือประเทศยากจนในการรับมือกับภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อประเทศเหล่านั้น โดยคณะทำงานหลัก 2 คณะขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ได้ให้ไฟเขียวกับการทำข้อตกลงจัดกองทุนเยียวยาประเทศยากจนที่ต้องเผชิญผลกระทบจากสภาพแวดล้อมประเทศละ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 ล้านล้านบาท) และเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกที่ประชุมเร่งลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุของภาวะเรือนกระจกโลก
ร่างข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประชุมได้ใช้เวลา 2 สัปดาห์ในการหารือกันในประเด็นการลดโลกร้อน และได้รับการสนับสนุนจากประเทศผู้นำเช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย บราซิล และ สหภาพยุโรป (อียู)
บรรยากาศในที่ประชุมเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้นเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อนๆ แม้จะมีการหารือในประเด็นที่มีความขัดแย้งกันอย่างมาก เช่น อนาคตของปฏิญญาโตเกียวว่าด้วยการลดก๊าซเรือนกระจก และการก่อตั้งกองทุนเยียวยาประเทศยากจน
นายทอดด์ สเติร์น ผู้แทนพิเศษว่าด้วยสภาพแวดล้อมของสหรัฐ กล่าวว่า "ข้อตกลงอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการเดินไปข้างหน้า" ขณะที่ประเทศอื่นๆ เห็นว่าข้อตกลงจะเป็นกุญแจสำหรับการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของการประชุมนี้
อย่างไรก็ตาม การประชุมยังได้ก่อให้เกิดคำถามถึงขอบเขตการบังคับใช้ของข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมในการประชุมอื่นๆ ในอนาคต รวมทั้งอนาคตของข้อตกลงที่คณะทำงานของยูเอ็นพยายามผลักดันให้ประเทศสมาชิกทั้งหมดลงมติยอมรับ ขณะที่โบลิเวียแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงการก่อตั้งกองทุนเยียวยา ระบุว่าจะมีผลเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเพียงเล็กน้อย ซึ่งการตัดสินใจของโบลิเวียอาจส่งผลกระทบต่อการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว เนื่องจากระเบียบของที่ประชุมระบุว่ามติของที่ประชุมต้องได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกทั้ง 194 ประเทศ
ด้านนายซื่อ เสิ่นหัว ผู้แทนจีนกล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ผลสรุปของที่ประชุมจะสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนเนื่องจากข้อตกลงช่วยสร้างสมดุลระหว่างประเทศมั่งมีกับประเทศกำลังพัฒนาในการรับมือกับปัญหาภาวะโลกร้อนอันเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก



