ข่าว

ขู่ส่งชิงเก้าอี้'บังยี'หลังพ้นวาระ31ธค.

ขู่ส่งชิงเก้าอี้'บังยี'หลังพ้นวาระ31ธค.

11 ธ.ค. 2553

กลุ่มพลังบอลไทยยุครุ่งเรือง เตรียมรวมพลเสนอตัวชิงนายกสมาคมบอลฯสมัยหน้า หลัง"บังยี"หมดวา ระ 31 ธ.ค.นี้ ตั้งเป้าสังคายนาบอลไทยทั้งระบบ กู้ภาพยอดทีมอาเซียน ขณะที่ประธานชมรมเชียร์ไทย เชื่อคำแก้ตัว"บังยี"ปลุกกระ แสกองเชียร์รวมตัวมากขึ้น ระบุ เมื่อต้นปีเคยเสนอแ

หลังจากที่ผลงานของทีมฟุตบอลไทยดิ่งเหวลงเรื่อยๆ นับตั้งแต่ตกรอบแรกการแข่งขันฟุตบอลชายในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อปลายปีที่แล้ว มาถึงล่าสุดตกรอบแรก ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งที่ 8 ที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยผลงานย่ำแย่ไม่ชนะใครเลยใน 3 แมทช์ที่ลงสนาม พร้อมกับมีกระแสออกมาเรียกร้องให้ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พิจารณาตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ทางนายกลูกหนังออกมาปฏิเสธที่จะลาออกไปแล้วนั้น

 ล่าสุด “คม ชัด ลึก” ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มพลังลูกหนังที่มีบุคลากรในวงการฟุตบอลไทยช่วงที่รุ่งเรืองจนถึงขนาดพุ่งขึ้นไปติดใน 50 อันดับแรกของโลก เริ่มออกมาเคลื่อนไหวกันแล้ว เพื่อรวบรวมกำลังพลและเตรียมที่จะร่างนโยบายเพื่อลงชิงชัยในตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในสมัยหน้า

 “ไม่ใช่เพียงเพราะเหตุฟุตบอลไทยตกรอบแรกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งนี้เท่านั้น หากแต่การเริ่มออกมาเคลื่อนไหวนี้ได้เริ่มกันมานานแล้ว นับตั้งแต่นโยบายการบริหารสมาคมฟุตบอลไทยภายใต้การนำของนายวรวีร์ มะกูดี ไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจน และแทบไม่มีเวลาในการเข้ามาบริหารงานของสมาคม แม้จะมอบหมายงานบางเรื่องให้นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการเป็นผู้ดูแล แต่กลับไม่มีอำนาจการตัดสินใจใดๆ เสมือนอำนาจรวมทั้งหมดยังอยู่ที่นายกสมาคมเพียงคนเดียวเท่านั้น”

 แหล่งข่าวรายเดิมยังกล่าวอีกว่า ผลงานของทีมฟุตบอลชาติไทยที่ตกต่ำลงทุกขณะ ไม่เพียงแต่ย่ำยีศักดิ์ศรีของประเทศ หากแต่สมาคมยังคงนิ่งเฉยที่จะพัฒนา หรือแก้ไขข้อบกพร่อง ดังจะเห็นได้จากภายหลังการตกรอบแรกฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ จนถึงฟุตบอลซีเกมส์ สมาคมยังคงทำงานโดยไร้แบบแผนที่จะเห็นได้ว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้น

 “ขณะเดียวกันเรื่องของการคอรัปชั่นในเชิงนโยบายกลับมีกระแสค่อนข้างแรงขึ้นทุกวัน ทำให้กลุ่มของคนที่เคยอยู่ในวงการลูกหนังยุคที่ไทยเป็นเจ้าอาเซียน เริ่มทนความล้มเหลวไม่ไหว และเตรียมรวบรวมทีมงานเพื่อลงแข่งขันนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยสมัยหน้า”

 ทั้งนี้ นายวรวีร์ มะกูดี จะหมดวาระการบริหารในฐานะนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมสภากรรมการทั้งหมด ในวันที่ 31 ธันวาคมที่จะถึงนี้ แต่มีเวลารักษาการ และต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อวาระเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลคนใหม่ภายใน 90 วัน ซึ่งช่วงรักษาการนี้จะไม่มีสิทธิ์ออกนโยบายใดๆ ทั้งสิ้น

 ด้านนายพินิจ งามพริ้ง ประธานชมรมเชียร์ไทยและผู้ก่อตั้ง www.cheerthai.com เปิดเผยว่าหลังจากที่นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล ออกมาปฏิเสธการรับผิดชอบด้วยการไม่ลาออกจากตำแหน่งนั้น ตนเองเห็นว่าสถานการณ์มันยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม สิ่งที่กล่าวออกมาดูเหมือนจะเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น หนำซ้ำจะเป็นการกระตุ้นให้กลุ่มคนที่ต้องการให้นายกสมาคมลาออกนั้นไปรวมตัวกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะเห็นว่าไม่มีแนวทางการบริหารสมาคมฟุตบอลและทีมชาติไทยอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน

 นายพินิจกล่าวอีกว่า กลุ่มเชียร์ไทยได้เคยเขียนแผนงานเสนอสมาคมฟุตบอลไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา โดยเนื้อหาหลักๆ มีอยู่ 4 ประการ ประการแรกคือ ให้สมาคมมีการจัดปรับปรุงโครงสร้างและการบริหารงานให้ทันสมัยและโปร่งใสกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ประการที่สองให้สมาคมวางแผนการพัฒนาทีมชาติไทยทั้งในระยะยาว ระยะกลาง และระยะสั้น รวมถึงการหาทุนในการอุ่นเครื่องของนักกีฬาและค่าตอบแทนที่เหมาะสมกว่าที่เป็นอยู่ ประการที่สามบริหารและพัฒนาฟุตบอลไทยลีกให้โปร่งใส อย่าแอบแฝงผลประโยชน์ทับซ้อน และประการสุดท้ายคือเรื่องการเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์สื่อสารกิจกรรมต่างๆ สู่สาธารณะ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีการตอบรับหรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรจากสมาคม จนเมื่อจบกีฬาซีเกมส์จึงมีการทวงถามอีกครั้งหนึ่ง

 "คำกล่าวอ้างถึงสาเหตุที่ฟุตบอลแพ้ผมมองว่าเป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น คนคุมทีมจะต้องรับผิดชอบ เพราะไม่ว่าเป็นหน่วยงานหรือองค์กรใดก็ตาม ทำให้องค์กรของตัวเองตกต่ำคงจะต้องพิจารณาตัวเองก่อนอันดับแรก แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นความรับผิดชอบไม่มีการประเมินหรือวัดผลงานของตัวเอง ผมอับอายแทนเยาวชนรุ่นหลังที่มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทำผิดพลาดแล้วไม่รับผิดชอบ ต่อไปคงไม่มีเยาวชนคนไหนกล้าหรือเอาป้ายทีมชาติไทยลงสนาม ผมยังอายท่านไม่อายบ้างหรือ ผมว่าการที่ท่านได้เป็นคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า น่าจะมีประโยชน์มากหากท่านนำมาใช้เพื่อส่วนรวม"

 ประธานชมรมเชียร์กล่าวต่อไปว่า ถึงเวลานี้ นายวรวีร์น่าจะมีทางเลือกอยู่ด้วยกัน 3 ทาง ทางแรกคือประกาศลาออกแล้วใช้เวลาในช่วงที่รักษาการเริ่มปรับปรุงสมาคมให้เป็นรูปธรรมจริงเชื่อว่าผลงานอาจจะชนะใจคนที่แคลงใจอยู่ขณะนี้ก็ได้ ทางที่สองคือการลาออกแบบลูกผู้ชายซึ่งทางนี้เชื่อว่าจะได้ใจแฟนคลับและกองเชียร์ชาวไทยจำนวนไม่น้อย ส่วนทางเลือกสุดท้ายคือไม่ลาออกแต่จะต้องยอมแลกกับประชาชนที่รักและเชียร์ฟุตบอลไทยที่จะทำทุกวิถีทางให้ลาออกไป

 ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวกองเชียร์ทีมชาติไทยบนสังคมออนไลน์ พบว่าล่าสุด กลุ่มที่ผิดหวังกับการบริหารงานของทีมชาติไทยต่างมีความเคลื่อนไหวทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแฟนเพจ "มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคน ไม่เอาสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยชุดนี้" ที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นตลอดเวลาซึ่งขณะนี้มีจำนวนสมาชิก 23,008 คน มีการพิมพ์ข้อความถึงการบริหารการจัดการที่ไม่โปร่งใสและมีข้อกังขาในสายตา เช่น สมาชิกที่ใช้ชื่อว่า "Prapat Palacheewa" ที่ระบุว่า "อานนท์ สังสระน้อย, พิภพ อ่อนโม้, เอกพันธ์ อินทเสน, อนุชา กิจพงศรี พวกนี้เล่นดีทำไมไม่เอาไปติดทีมชาติล่ะครับ นฤพล, วิชะยา เป็นเด็กเส้นใครรึป่าวครับท่าน....เอาไปก็ใช้งานไม่ได้ เลิกสักทีเถอะครับระบบเส้นสาย" ด้านสมาชิกที่ใช้ชื่อว่า "กลุ่มคลองหนึ่งนวนคร แฟนบางกอกกล๊าส" พิมพ์ข้อความไว้ว่า "ได้ฟังคุณเอกราช พูดเมื่อเช้าดีมากเลย เขาบอกว่าควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง และที่สำคัญเขาเองก็มองหาความรับผิดชอบสิ่งที่ผ่านมาเช่นกัน "ฉะนั้นใครว่าพวกเราใจมด สมควรพิจารณาจิตใจตัวเองด้วยนะครับ...."

 ขณะที่แฟนเพจของกลุ่ม "มั่นใจคนไทยเกินล้านอยากให้วรวีร์ออกไป" และกลุ่ม "เชื่อว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนไม่ต้องการไบรอัน ร็อบสัน" ที่ถูกก่อตั้งขึ้นมานั้นก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการแสดงความคิดเห็นคล้ายกันคือไม่ต้องการผู้บริหารทีมชาติไทยและสมาคมชุดนี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับกลุ่มที่สนับสนุนนายวรวีร์ มะกูดี ที่ตั้งแฟนเพจใช้ชื่อว่า "มั่นใจว่าคนไทยเกิน 10 ล้านคน สนับสนุนสมาคมฟุตบอลไทย" มีจำนวนสมาชิกไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานโดยมีสมาชิก 545 คน ในหน้าเพจไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก

 นอกจากนั้นยังมีรายงานข่าวว่า ขณะนี้ในวงการลูกหนังประเทศมาเลเซีย เริ่มมีการพูดคุยถึงความสำเร็จของกาตาร์ ในการได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ในปี 2022 ว่าเกิดขึ้นจากการที่กาตาร์ทุ่มงบประมาณจำนวนมาก โดยเฉพาะตัวบอร์ดบริหารฟีฟ่าที่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกประเทศเจ้าภาพ รวมถึงภรรยา ครอบครัวที่เดินทางไปร่วมในการประชุมใหญ่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายคนได้เงินไม่น้อยกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐกลับบ้าน และมีเพชรพลอย เครื่องประดับที่กาตาร์ทุ่มเงินให้ไม่อั้น โดยตลอดช่วงการประชุมจะมีหน่วยตามประกบภรรยาย หรือครอบครัวบอร์ดฟีฟ่า ให้ช็อปปิ้งกันขนานใหญ่

 นอกจากนี้ยังมีข่าวอีกว่า ฟีฟ่าอาจต้องเตรียมจัดหาที่ตั้งสำนักงานใหญ่แทนที่กรุงซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากกระแสข่าวด้านลบของบรรดาบอร์ดฟีฟ่าทั้งหลาย ที่มีการคอรัปชั่นกันมากขึ้น

 ส่วน "โค้ชเฮง" นายวิทยา เลาหกุล อดีตโค้ชทีมชาติไทย เปิดเผยผ่านรายการเจาะข่าวเด่นว่า ต้องถือว่าทีมชาติไทยอยู่ในภาวะวิกฤติ วิธีแก้ปัญหาคือการตั้งคณะกรรมาการฝ่ายเทคนิคที่จะดูแลภาพรวมทั้งหมดของทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโปรแกรมการแข่งขัน การจัดการ ทั้งที่ตำแหน่งประธานฝ่ายเทคนิคมีมานานแล้ว แต่ไม่ทำงาน รวมทั้งยังไปตั้ง สตีฟ ดาร์บี้ ที่พาทีมไทยตกรอบแรกซีเกมส์ ไปเป็นประธานฝ่ายเทนิค เพราะเป็นกฎของเอเอฟซีที่แต่ละชาติต้องมีตำแหน่งนี้

 นอกจากนั้น "โค้ชเฮง" กล่าวอีกว่า เมื่อผลงานของทีมไทยล้มเหลว นายกสมาคมฟุตบอลก็น่าจะลาออก เหมือนอย่าง สตีฟ กิปสัน มาเป็นประธานสโมสรมิดเดิลสโบรช์ แล้วมอบหน้าที่ให้ ไบรอัน ร็อบสัน เมื่อล้มเหลวก็ไปทั้งคู่ เป็นเรื่องของทั่วโลกที่ทำอย่างนี้ แต่เชื่อว่านายวรวีร์ไม่ลาออก เพราะอย่างที่เคยกล่าวเอาไว้แล้ว

 ด้าน "ขงเบ้งลูกหนัง" นายอาจหาญ ทรงงามทรัพย์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยอีกราย มองคล้ายกันว่า ทีมชาติไทยไม่มีฝ่ายเทคนิค แต่ถ้าจะเรียกว่าทีมชาติไทยอยู่ในภาวะวิกฤตินั้น น่าจะเป็นเรื่องของความตกต่ำในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนในเรื่องการลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมหรือไม่ มองแบบอนุรักษนิยมว่าควรจะให้โอกาสแก้ไขปัญหาเสียก่อน นายกสมาคมก็เหมือนกับนายกรัฐมนตรี ที่มีรัฐมนตรีเป็นผู้ช่วย ก็ต้องรับผิดชอบกันเป็นทอดๆ ไป