ข่าว

ภาคเอกชนใต้ชี้ค่าจ้างขั้นต่ำปี54ทำศก.ชะลอตัว

ภาคเอกชนใต้ชี้ค่าจ้างขั้นต่ำปี54ทำศก.ชะลอตัว

10 ธ.ค. 2553

รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ภาคใต้) เสนอรัฐบาลทบทวนอัตรค่าจ้างขั้นต่ำปี 54 เหตุปรับสูงเกินจริง ระบุจะทำให้เศรษฐกิจภาคใต้ชะลอตัว ในขณะที่ธุรกิจเจ๊ง ตั้งข้อสังเกตุหาเสียงเตรียมเลือกตั้ง

หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง มีมติให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำปี 2554 ทั่วประเทศในอัตรา 8-17 บาท เมื่อวันที่9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนหวั่นกระทบอุตสาหกรรมและการขยายตัวเศรษฐกิจภาคใต้

 นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลทบทวน ก่อนนำเข้าครม.วันที่ 14 ธ.ค.นี้  เนื่องจากอัตราค่าจ้างที่ปรับครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามที่ทางคณะกรรมการไตรภาคีจังหวัด และไตรภาคีกลุ่มอุตสาหกรรมเสนอไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

 โดยเฉพาะในส่วนของภาคใต้อัตราการปรับค่าจ้างขั้นต่ำสูงที่สุดในประเทศ เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ คือ 11-17 บาท ซึ่งสูงกว่าที่ไตรภาคีเสนอไป  ยกตัวอย่างจ.สงขลา ทางคณะกรรมการไตรภาคีจังหวัดเสนอให้ปรับ 7 บาท แต่มติที่ออกมาคือปรับ 15 บาท เพิ่มกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ เกินความเป็นจริง หากใช้ฐานการปรับจากเงินเฟ้อที่มี 4-5 เปอร์เซ็นต์ แต่การปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้อยู่ที่ 8-9 เปอร์เซ็นต์   

 "ที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือจ.ภูเก็ตปรับขึ้น 17 บาท ทำให้ค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดภูเก็ตสูงที่สุดในประเทศไทย สูงกว่ากรุงเทพฯ จากเดิมที่ 204 บาท เป็น 221 บาท  โดยรัฐบาลมองว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ข้อเท็จจริงภูเก็ตมีช่วงไฮซีซั่นประมาณ 5-6 เดือนที่เหลือนักท่องเที่ยวน้อยมาก" นายทวี กล่าว

 นอกจากยังมีพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ปัตตานีและ นราธิวาส ปรับเพิ่มอีก 11 บาท ในขณะที่จ.นราธิวาสปรับเพิ่มอีก 12 บาท เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการในพื้นที่ 3 จังหวัด  ในขณะที่รัฐบาลพยายามส่งเสริมให้มีการลงทุนในพื้นที่ แต่การปรับค่าจ้างขั้นรอบนี้เป็นการไล่นักลงทุนออกจากพื้นที่

 นายทวี กล่าวว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นภาคอุตสาหกรรมภาคใต้ ซึ่ง80 เปอร์เซ็นต์ เป็นอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก และส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี  ฉะนั้นหากรัฐบาลยืนยันอัตราค่าจ้างขั้นตามที่มติของคณะกรรมการค่าจ้างเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. เชื่อว่าจะมีอุตสาหกรรมขนาดเล็กปิดกิจการ

 "ผมบอกได้เลยว่า เอสเอ็มอีภาคใต้ ตายสนิท เพราะช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนขาดทุน เพราะค่าเงินบาทที่แข็ง แต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ มาเจอค่าจ้างขั้นต่ำปรับใหม่ที่สูงลิ่วซ้ำเข้าไปอีก แถมต้องปรับเงินเดือนพนักงานประจำปีที่ต้องปรับอยู่แล้ว ปัญหาต้นทุนน้ำมัน รวมถึงล่าสุดอัตราดอกเบี้ย บอกได้เลยว่าปีหน้าตายอย่างเดียว" นายทวี กล่าว

 รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ภาคใต้) กล่าวและว่า เป็นที่น่าสังเกตุว่าการปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ รัฐบาลมีธงมาแล้ว เช่น การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว บอกว่า ต้อง 250 บาท เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา บอกว่าต้องปรับ 10-11 บาท

 ก่อนจะให้ไตรภาคีไปทบทวนใหม่เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางไตรภาคียืนยันตัวเลขเดิม กระทั่งวันที่ 9 ธ.ค.ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างก็มีมติออกมาแบบไม่ให้ตั้งตัว  โดยใช้เวลาช่วงวันหยุดยาว ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถทำอะไร  จึงไม่เข้าใจในเจตนาของรัฐบาล ว่าทำอะไรกันอยู่

 "มีสื่อมววลนตั้งข้อสังเกตุว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ เป็นค่าจ้างขั้นต่ำการเมือง เพื่อเตรียมเลือกตั้ง จึงอยากให้ไปยังนายกรัฐมนตรีด้วยว่า อยากให้ทบทวน และหารือกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องการประกาศช้า เพราะสามารถจ่ายย้อนหลักได้ ไม่ต้องรีบนำเข้าครม." รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ภาคใต้) กล่าว