ข่าว

ปชป.โต้กกต.สู้คดี258ล.ตามหลักกม.

ปชป.โต้กกต.สู้คดี258ล.ตามหลักกม.

10 ธ.ค. 2553

“ทีมกฎหมายปชป.” ยก “ข้อกฎหมาย” โต้ “ประพันธ์” เชื่อ โยนหินถามทาง ย้ำปชป.สู้“คดี 258 ล้าน” ตามหลักกฎหมาย-ข้อเท็จจริง โดยยึดหลักนิติรัฐ

(10ธ.ค.) นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์และนายราเมส รัตนะเชวง ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฏหมาย เพื่อต่อสู้ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาทจากบริษัท พีทีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) แถลงถึงกรณีที่นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้งออกมาระบุว่า ยังมีช่องทางในการยื่นเรื่องคดีดังกล่าว เพื่อร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสั่งให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ได้ ว่า ในข้อเท็จจริงตามข้อบังคับที่ 50 ของระเบียบกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า ตุลาการต้องพิจารณาทั้งในประเด็นข้อกฎหมายและประเด็นข้อเท็จจริง ไม่สามารถยกเว้นประเด็นใดประเด็นหนึ่งได้

ดังนั้นจึงถือว่ากระบวนการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ไม่สามารถพิจารณาซ้ำได้อีก ไม่ว่าจะเป็นตามหลักประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลนำมาบังคับใช้โดยอนุโลมในการพิจารณาคดี หรือ หลักกฎหมายธรรมชาติที่เป็นหลักสากลทั่วโลกที่ระบุว่า ความผิด 1 ครั้ง สามารถฟ้องได้ครั้งเดียว หากไม่มีมูลแห่งคดีหรือประเด็น พยานหลักฐานความผิดใหม่ กรณีนี้จึงเชื่อวาจะเป็นการโยนหินถามทางมากกว่า ซึ่งนายประพันธ์เองที่เป็นนักกฎหมาย น่าจะเข้าใจหลักกฎหมาย และประมวลวิธีพิจารณาความกฏหมายแพ่งและอาญา

 นายราเมส กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ต่อสู้ตามหลักกฎหมาย และข้อเท็จจริง โดยยึดหลักนิติรัฐคือ รัฐที่ยึดหลักในการบังคับใช้กฏหมาย เพราะคณะทำงานฝ่ายกฏหมายพรรค ได้ต่อสู้ในคำร้องที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมาย ในวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยยกคำร้องในกรณีเงิน 29 ล้านบาทไปแล้วว่า ประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ยังไม่ได้มีความเห็นในฐานะนายทะเบียนว่าจะให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ซึ่งไม่ครบองค์ประกอบทางกฎหมาย

 นายราเมส กล่าวว่า ในคำร้องกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาทนั้น เราได้ระบุชัดในคำร้องหน้าที่ 3 ที่ระบุว่า “เมื่อนายอภิชาต ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังไม่ได้มีความเห็นในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ว่าให้ยุบหรือไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ถูกร้องก่อนที่จะเสนอให้ กกต.พิจารณากลั่นกรอง การใช้ดุลยพินิจของนายทะเบียนพรรคการเมืองอีกครั้งตามขั้นตอนที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 95 บัญญัติไว้ การให้ความเห็นชอบของ กกต. เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2553 และเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2553 จึงเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนของกฎหมายในส่วนสาระสำคัญ ย่อมไม่มีผลทางกฎหมายที่จะให้อัยการสูงสุด ในฐานะผู้ร้อง สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องเป็นคดีนี้ได้”

 นายราเมส กล่าวว่า คณะทำงานต่อสู้ในคดียุบพรรคได้ต่อสู้ในทุกประเด็น โดยเฉพาะอำนาจการยุบพรรค ว่าต้องเป็นอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมืองเท่านั้น ซึ่งตรงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้ยึดตัวบทกฎหมายในพ.ร.บ.พรรคการเมืองที่กำหนดไว้ โดยเห็นว่า นายทะเบียนพรรคการเมือง ยังไม่ได้ทำความเห็นสั่งให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์แต่อย่างใด แต่กลับออกมาเป็นมติของกกต. ซึ่งไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด จึงขอให้ประชาชนทำความเข้าใจในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในอำนาจหน้าที่และขั้นตอนการดำเนินการของกฏหมาย ที่คาดว่าคำวินิจฉัยส่วนตัวของคระตุลาการแต่ละท่านคงจะออกมาตามลำดับ และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายจะชี้แจงทำความเข้าใจให้ทราบต่อไป ตามลำดับ