ข่าว

จดหมายเชิญ"ทักษิณ"จ่าหน้าไปไหน

จดหมายเชิญ"ทักษิณ"จ่าหน้าไปไหน

10 ธ.ค. 2553

ผมเห็นจดหมายเชิญจากประธานของกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป ที่เรียกว่า คอมมิชชั่นออนซิเคียวริตี้ แอนด์ ออปเปอร์เรชั่น อินยุโรป ที่มาถึง คุณทักษิณ ชินวัตร แล้ว

 ที่แปลกมากก็คือว่าแทนที่จะส่งตรงไปถึงคุณทักษิณไม่ว่าจะอยู่ประเทศไทยก็ตาม กลับส่งผ่านสำนักงานทนายความโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม

 โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม นี่มีสำนักทนายความอยู่ที่วอชิงตัน ชื่อ อัมสเตอร์ดัม แอนด์ เพอร์ล็อบ แอลแอลพี อยู่ที่ตึกโฮมเมอร์บิวดิ้ง

 และแน่นอนว่าเมื่อภาพออกมาชัดเจนเช่นนี้ คนที่อยู่เบื้องหลังของการทำให้เกิดเรื่องนี้เป็นใครไม่ได้ นอกจากคนที่ได้รับการว่าจ้างจากคุณทักษิณให้เป็นทนายความส่วนตัว

 ที่น่าสนใจก็คือว่า ประธานกรรมาธิการชุดนี้ วุฒิสมาชิกเบนจามิน คาดิน บอกว่าขอเชิญคุณทักษิณ ไป "บีฟฟิ้ง" คือการไปบรรยายสรุปไม่ใช่เป็น "เคลียริ่ง" ซึ่งเป็นการสืบสวนสอบสวนรอบด้าน ฉะนั้นจึงเป็นการพบปะค่อนข้างสั้นๆ วันที่ 16 ธันวาคม เริ่มบ่ายสามโมง

 และที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ ว่าในจดหมายเชิญนี้บอกว่าขอให้คุณทักษิณให้การด้วยวาจา 7-10 นาทีเท่านั้น อุตส่าห์บินจากไหนไม่ทราบ แต่ถ้าไปถึงวอชิงตันเสี่ยงภัยกับการที่อาจจะถูกทางสหรัฐจับตัวส่งกลับมาประเทศไทยในฐานะเป็นผู้ร้ายข้ามแดน คุณทักษิณมีโอกาสพูดแค่ 7-10 นาทีเท่านั้น ถึงแม้ว่าในจดหมายเชิญบอกว่าจะส่งเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมก็ได้ แต่ความยาวต้องอยู่ในเกณฑ์ที่สมเหตุสมผล

 แปลว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็คงจะกลัวว่าจะมีการหอบหิ้วเอกสารกันเป็นปึกๆ หรือไม่คนที่ได้รับเชิญซึ่งอาจจะมีมากกว่าคุณทักษิณก็ได้ อาจจะเป็น เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน คุณกิตติพงษ์ ณ ระนอง ซึ่งต่างคนต่างก็มีประมาณ 7-10 นาที นี่แหละ

 7-10 นาทีนี่จะพูดจากันถึงเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชน เหตุการณ์การปราบปรามผู้ประท้วงเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม ไปจนถึงเรื่องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างที่ในจดหมายตั้งหัวข้อได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจ

 แต่เชื่อเถอะว่าทั้งหมดนี้ ถ้าคุณทักษิณตัดสินใจไปจริง ถ้าไม่เปลี่ยนใจละก็สนุกแน่ เพราะว่าจะมีคนคอยฟัง จะมีคนคอยดัก จะมีคนคอยซักค้าน จะมีคนถามคำถามทุกคำถามและหลายคำถามคุณทักษิณอาจจะไม่อยากจะตอบก็ได้