
ความเชื่อมั่นทรุดต่อหวั่นค่าครองชีพสูง
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย. ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 7 เดือน ชี้ผลพวงจากปัญหาน้ำท่วม ค่าเงินบาทแข็ง และค่าครองชีพที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่า อยู่ที่ระดับ 79.0 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 7 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การจ้างงานในปัจจุบันและอนาคต ทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับการแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินบาท และค่าครองชีพที่ทรงตัวในระดับสูงในปัจจุบัน โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 70.3 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวมอยู่ที่ 70.5 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 96.3
ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นที่เป็นปัจจัยบวก คือ กรณีที่สภาพัฒน์ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยขยายตัวจาก 7.0-7.5% เป็น 7.9% นอกจากนี้คือ กรณีศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ การค้าระหว่างประเทศยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ภาวะเงินบาทแข็งค่าสะท้อนว่ายังมีเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้าลงทุนในไทย และเริ่มมีเม็ดเงินจากโครงการไทยเข้มแข็งเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
ขณะที่ปัจจัยลบคือ ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนและส่วนราชการ ตลอดจนภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม ภาคบริการ และการท่องเที่ยว อีกทั้งการที่ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ภาวะราคาสินค้าและค่าครองชีพที่ยังทรงตัวสูง ขณะที่รายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้น และผู้บริโภคยังกังวลต่อสถานการณ์การเมืองในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมองว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 หากไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธันวาคมนี้ และการปรับค่าแรงก็จะทำให้มีเงินสะพัดในกลุ่มแรงงานเพิ่มขึ้น 2 หมื่นล้านบาท(ในกรณีปรับขึ้น 5-10บาท) รวมถึงการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีก 5-6% จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศคึกคักและมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนให้รัฐบาลต่ออายุมาตรการค่าครองชีพออกไปอีก 3 เดือน เพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อไม่ให้สูงขึ้น ก็จะมีส่วนช่วยให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้นได้



