ข่าว

มองต่างมุม ท่องยุทธ ลุงหวานเย็น

มองต่างมุม ท่องยุทธ ลุงหวานเย็น

09 ธ.ค. 2553

กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้เหล่าแฟนบอลทั้งหลายต้องมีการเปิดวงสนทนาเอามาพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง หลังมหาเศรษฐีที่ชอบเอาแต่ใจตัวเองคนหนึ่งของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีอย่าง ไมค์ แอชลีย์ เจ้าของทีม "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล น้องใหม่แต่หน้าเก่าแห่งศึกพรีเมียร์ลีก

  แม้ว่าในมุมมองของแฟนบอลหลายคนอาจรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ฮิวจ์ตัน เป็นอย่างมาก เนื่องจากโค้ชวัย 51 ปีรายนี้เป็นผู้ปลุกปั้น "สาลิกาดง" เลื่อนชั้นจากลีกแชมเปี้ยนชิพ กลับคืนสู่เกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น
 แต่สุดท้ายโชคชะตากลับเล่นตลกทำให้ ฮิวจ์ตัน ต้องกลายเป็นคนตกงานไปแบบ "โชคร้าย" เหลือเกิน แม้จะเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นนายใหญ่แห่งถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค แบบเต็มตัวในช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูกาลนี้


 ถ้าหากมองในมุมของ แอชลีย์ ก็จะเห็นได้ว่า การตัดสินใจของมหาเศรษฐีเอาแต่ใจรายนี้เป็นสิ่งที่เข้าท่าเหมือนกัน แม้ ฮิวจ์ตัน จะผลงานทำผลงานในชฤดูกาลนี้ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่กลับทำผลงานในบ้านของตัวเองได้ไม่ค่อยดีนัก แถมยังพลาดท่าพ่ายแพ้ให้ทีมลูกหนังในระดับเดียวกันไปจนถึงพวกที่อ่อนกว่าเป็นประจำอีกด้วย
 ด้วยเหตุนี้ แอชลีย์ จึงเริ่มมองว่า หากทีมของเขายังคงเล่นกันไร้มาตรฐานแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ บางที "สาลิกาดง" อาจจะต้องเหยียบเท้าอยู่กับที่บริเวณกลางตารางคะแนนต่อไปเหมือนเดิม หรือไม่ก็กลับไปวนเวียนอยู่ในโซนตกชั้นอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้


 ส่งผลให้ แอชลีย์ ต้องการหา "จุดเปลี่ยน" ให้ทีมของเขาด้วยการสั่งเปลี่ยนตัว "กุนซือ" เสียเลย แถมยังตั้งสเปกอยากได้โค้ชฝีมือดีที่มีความ "เก๋า" เคยผ่านงานคุมทีมมาอย่างโชกโชน เพื่อความฝันในการหวนกลับขึ้นไปเป็นทีมระดับหัวแถวของวงการฟุตบอลอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง แม้การเปลี่ยน "ม้ากลางศึก" ครั้งนี้จะดูเหมือนเป็นช่วงที่ "ผิดเวลา" ไปหน่อยก็ตาม    
 หากไม่ดูเป็นการรบกวนจนเกินไป อยากจะเชื้อเชิญให้ นิวคาสเซิล ช่วยดึงตัว "ร็อบโบ้" ไบรอัน ร็อบสัน กุนซือทีมชาติไทย ไปทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่เหมือนกัน เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ตรงสเปกในเรื่องของความเป็นโค้ชที่มี "ประสบการณ์" แถมยังเคยผ่านงานคุมทีมระดับชาติมาแล้วอีกด้วย
 ส่วนเรื่องของผลงานก็ลองพิจารณาดูเอาเองแล้วกัน!!!