ข่าว

ประยุทธ์จี้ศาลรธน.-กกต.ชี้แจงยกคำร้องคดีปชป.

ประยุทธ์จี้ศาลรธน.-กกต.ชี้แจงยกคำร้องคดีปชป.

09 ธ.ค. 2553

"ประยุทธ์ " จี้ "ศาลรธน.-กกต." ชี้แจงเหตุผลคดีเงินบริจาค 258 ล.ถูกยกคำร้อง ชี้คำวินิจฉะยที่ออกศาลได้เบี่ยงเบนประเด็นการวินิจฉัย

(9ธ.ค.ป นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 4 ต่อ 3 ให้ยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในคดีที่อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กรณีรับเงินบริจาคจำนวน 258 ล้านบาท จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัทเมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เนื่องจากนายทะเบียนพรรคการเมือง ยังไม่มีความเห็นต่อที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าควรยุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ว่า ในทางกฎหมายถือว่าคำวินิจฉัยของศาลเป็นที่สุดและผูกพันองค์กร คงไม่สามารถไปรื้อฟื้นได้ แต่ถึงจะมีคำวินิจฉัยก็ไม่ได้หมายความว่าประเด็นข้อถกเถียงจะยุติ เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ โดยเฉพาะกรณีนี้เป็นเรื่องระหว่างอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นทนายของรัฐบาล และทนายแผ่นดิน กับองค์กรอิสระคือศาลรัฐธรรมนูญ

 “ เมื่อผลวินิจฉัยออกมาเป็นเช่นนี้ จึงมีประชาชนสองกลุ่ม คือ คนที่เห็นใจอัยการสูงสุด ขณะที่อีกกลุ่มมองว่า การทำงานของอัยการไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป ดังนั้น ผู้ที่จะต้องตอบคำถามคือ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ ว่าเหตุใดผลการพิจารณาจึงออกมาซ้ำรอยกับคดีเงิน 29 ล้าน ” นายประยุทธ์กล่าว

 นายประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนสาเหตุของการยกคำร้องนั้น ขอตั้งข้อสังเกตว่าทั้งศาลมีความพยายามเบี่ยงเบนประเด็น โดยศาลไปตีความเรื่องอายุของการทำความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมืองมาเป็นประเด็น ทั้งที่กรณีเงิน 258 ล้านนั้น ในทางกฎหมายมหาชนไม่ได้กำหนดเรื่องการันตีความในประเด็นของระยะเวลาการทำความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง จึงเหมือนกับว่าศาลพยายามเร่งรีบวินิจฉัยในคดีนี้ให้เร็วขึ้น แต่จะมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์กับใครหรือไม่ ซึ่งไม่ขอไปวิจารณ์ แต่เท่าที่ดูจากผลการวินิจฉัยที่ออกมานั้น ตนรู้สึกเป็นห่วงการทำงานของศาล และนักวิชาการที่ต้องเกี่ยวข้องกับแวดวงของกฎหมายมากขึ้น และจะกลายเป็นปัญหาขึ้นอีกก็เป็นได้