
ความในใจของ ไอ้เณร
๐๐ การที่กลุ่มคนเสื้อสีแดง เดินหน้าถล่ม องคมนตรี ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างหนักหน่วงว่า เป็นลีลา ตีวัวกระทบคราด หรือไม่
จริงๆ แล้วเป้าหมายลึกๆ หวังจะกระทบชิ่งไปหาใครกันแน่...???
ทุกครั้งที่เหล่าแกนนำฝีปากกล้า ขึ้นเวทีโจมตีทั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ทั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ทีไร...
สังเกตเห็นนายทหารที่เข้าเวรประจำวันตามแนวรั้วทำเนียบรัฐบาล ต่างเบือนหน้ารับไม่ได้กับถ้อยคำเหล่านั้น...
เพราะทั้ง 2 องคมนตรีที่ถูกบริภาษนั้น นับเป็นปูชนียบุคคลของกองทัพ...!!!
แถมบางครั้งก็ฟาดหางมาโดน “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บังคับบัญชาโดยตรง ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกด่าไปด้วย
แต่ด้วยภาระหน้าที่ และนโยบายที่ถูกสั่งมาให้ “อดทน” ต่อทุกสถานการณ์ ห้ามตอบโต้อย่างเด็ดขาด...
นายทหารเหล่านี้จึงต้องเก็บงำความไม่พอใจต่อถ้อยคำของเหล่าแกนนำที่โจมตีสถาบันกองทัพอย่างสาดเสียเทเสีย
ทำได้แค่เพียงจับกลุ่มพูดคุยระบายความในใจให้เพื่อนต่างเหล่าได้ยินได้ฟัง
บรรยากาศเป็นไปด้วยความดุเดือด ตอบโต้สิ่งที่แกนนำเสื้อแดงโจมตีเป็นฉากๆ
สงสัยว่าถ้าม็อบยังพุ่งเป้าล่อ “กองทัพ” ต่อไป คงได้เห็น “ไอ้เณร” ตั้งเวทีปราศรัยตอบโต้ในรั้วทำเนียบรัฐบาล เป็นแน่ ฮ่า !
"ตุ๊ดตู่"สะดุ้งกลางฝน!
๐๐๐ ม็อบคนเสื้อแดงที่ยืดเยื้ออยู่บริเวณรายรอบทำเนียบครั้งนี้ มีความชัดเจนในเป้าหมายกว่าทุกๆ ครั้ง
เมื่อ “นายใหญ่” เป็นผู้เปิดชื่อ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ศัตรูคนสำคัญที่ต้องโค่นลงจากบัลลังก์อำมาตยาธิปไตยให้จงได้
ทำเอาหลายคนหายสงสัย ขณะที่บางคนก็อุทานออกมา "กูว่าแล้ว" หลังจากที่คาใจมานานกับการออกมาเปิดเผย "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"
เป็นคำที่โด่งดังที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทิ้งปริศนาไว้ เมื่อช่วงหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
คำพูดถูกต่อจิกซอว์ไปต่างๆ นานาตามจินตนาการของบุคคล กลุ่มบุคคล หรือสถาบันต่างๆ ที่พึงได้รับจากการสร้างสมประสบการณ์
แต่กลับฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง หลังบุรุษหน้าเหลี่ยมวิดีโอลิงก์มายังเวทีคนเสื้อแดง ประกาศสงครามกับ สถาบันองคมนตรีอย่างแจ่มชัด
การเปิดศึกด้วยตัวเองของแม่ทัพตัวจริงหนนี้ ผู้ขับเคลื่อนม็อบอย่าง “จตุพร พรหมพันธุ์” ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย จึงรับอาณัติอย่างแข็งขัน
เราจึงเห็นการขึ้นปราศรัยบนเวทีในแต่ละครั้ง จึงดุเดือดเข้มข้น พุ่งเป้าโจมตีไปสู่ “ป๋าเปรม” แทบจะทุกประโยค
จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการชุมนุมแดงทั้งแผ่นดิน แม้หลายครั้งจะสุ่มเสี่ยงต่อการหมิ่นเหม่ก็ตาม...!!!
ค่ำคืนหนึ่งของการชุมนุมในช่วงเวลาที่พายุฤดูร้อนโหมกระหน่ำ ก็เกิดเหตุการณ์ฝนตกฟ้าคะนอง ฝนก็หนัก ฟ้าก็ดุ พอๆ กับการปราศรัยที่เผ็ดร้อนและเมามัน...???
จู่ๆ “จตุพร” ก็หยิบสถานการณ์มาเล่นระหว่างการโจมตี “ป๋า” ว่าถ้าเห็นด้วยให้ฟ้าผ่าลงมา
ไม่ขาดคำก็เกิดเสียงฟ้าฟาดกึกก้อง สร้างความฮึกเหิมและเฮฮาแก่ผู้ชุมนุม ขณะที่ "ตุ๊ดตู่" เองก็ยังเสียวๆ แลซ้ายแลขวา...
ไม่รู้ว่าฟ้าเห็นด้วย หรือขู่คนพูดให้ระวังปากกันแน่ ฮา...ฮา...ฮา...!!!
มหาบุรุษหรือนักการทูตข้างถนน ?
๐๐๐ น่าเห็นใจจริง...จริ๊ง...สำหรับ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่สุดแสนจะอดทนอดกลั้น ต่อการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ผู้ที่เคยเป็นต้นแบบ "ในดวงใจ" แต่ได้ออกมากล่าวพาดพิงผ่านวิดีโอลิงก์กลางที่ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ทั้งเรื่องการ "รับเงิน" และ "ขอตำแหน่ง"
จนทำให้ "กษิต" ต้องสลัดความเป็นผู้ดีและอดีตนักการทูตมือหนึ่ง ออกมาตอบโต้ด้วยอาการ ปี๊ดๆ แตก
พร้อมกับการท้าดีเบตประชันกับพ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านสื่อเทศให้รู้ดำรู้แดงกันไป...!!!
การออกมาตอบโต้ด้วยภาษาถ้อยคำที่รุนแรงของ "กษิต" ครั้งนี้ เป็นที่กล่าวขานในสังคมอย่างยิ่ง...
ไม่หลงเหลือคราบของข้าราชการดีเด่นที่เคยได้รับรางวัลครุฑทองคำ รางวัลเกียรติยศ และความภาคภูมิใจในชีวิตราชการ...???
ประเด็นนี้ยังไม่สำคัญเท่ากับการที่ "กษิต" ใช้กระทรวงการต่างประเทศเป็นเวทีสำเร็จโทษพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยวาจา
ต่างพากันวิจารณ์ว่า "รมว.ต่างประเทศ" ไม่สามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวออกจากการทำหน้าที่รัฐมนตรี ที่มีสิทธิ์ใช้สถานที่นี้ ในการดำเนินกิจการ และติดต่อสานสัมพันธ์กับต่างชาติ
แต่กลับพลิกเวทีไปใช้สาดโคลนพ่นน้ำลายไปถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งในต่างประเทศ โดยไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจการบริหารประเทศแต่อย่างใด
เหตุการณ์นี้สะท้อนคำกล่าวที่ว่า ขนาดช้างศึกที่เก่งกล้า ยามออกสงครามยังต้องอดทนต่อคมหอกที่ทิ่มแทงผิวกาย
เช่นเดียวกับมหาบุรุษ แม้ถูกต่อว่ายังคงต้องอดกลั้น โดยเฉพาะผู้ถือวิชาชีพนักการทูต...!!!



