
สบายๆ สไตล์สีกากี : พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ภารกิจ "ฝรั่งอาสา"พาเที่ยวสงกรานต์ปลอดภัย
สงกรานต์ปีนี้...หลายคนอาจมีโอกาสเห็นอาสาสมัครตำรวจทางหลวง ที่มีรูปร่างใหญ่บึกบึน หัวใจบิ๊กไบค์ ผมสีทอง นัยน์ตาสีน้ำข้าว มาคอยช่วยเหลือ ปฐมพยาบาลผู้ประสบอุบัติเหตุ หรือคอยแจ้งเบาะแสอาชญากรรม รวมถึงเป็นไกด์แนะนำเส้นทางสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็ได้
เนื่องจากเมื่อกลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จัดอบรมอาสาสมัครรถจักรยานยนต์ใหญ่ หรือบิ๊กไบค์เตือนภัย ร่วมใจตำรวจทางหลวง มีอาสามัครบิ๊กไบค์เข้าร่วมกว่า 300 ราย มีชาวต่างชาติที่มีบิ๊กไบค์เป็นพาหนะคู่ใจเข้าร่วมอบรมด้วยถึง 70 ราย
เทศกาลสงกรานต์อยู่ในช่วงฤดูท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่นของสถานที่พักตากอากาศริมทะเลและเกาะแก่งต่างๆ โดยเฉพาะเมืองพัทยา จ.ชลบุรี จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก บก.ทล.จึงเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวก ตลอดจนดูแลชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ โดยปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากอาสาสมัครชาวต่างชาติรุ่นแรก 70 คน จะมาช่วยทำหน้าที่สร้างความอุ่นใจ และดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนให้แก่ชาวต่างชาติด้วยกัน
พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (รอง ผบก.ทล.) ผู้ริเริ่มโครงการ "บิ๊กไบค์เตือนภัย ร่วมใจตำรวจทางหลวง" เล่าถึงที่มาของแนวคิดโครงการและความคาดหวัง ที่มีต่อผลการอบรมอาสาสมัครชาวต่างชาติครั้งนี้ ในช่วงเวลาสบายๆ ขณะตรวจ-จัดลำดับความสำคัญของโครงการต่างๆ ทั้ง 25 โครงการ ที่จะนำมาใช้อำนวยความสะดวก และลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลประเพณีหยุดยาวครั้งนี้
ถาม : จุดเริ่มต้นในการดึงชาวต่างชาติมาเป็นอาสาสมัครตำรวจทางหลวง
พ.ต.อ.พินิต : ชาวต่างชาติที่เป็นอาสาสมัครบิ๊กไบค์ เป็นผลพลอยได้จากโครงการบิ๊กไบค์เตือนภัย ร่วมใจตำรวจทางหลวง เนื่องจากกลุ่มบิ๊กไบค์ที่เข้าไปเสนอแนวความคิดมักจะมีชาวต่างชาติร่วมอยู่ด้วย การอบรมครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์แสวงหาความร่วมมือจากประชาชน เพราะเพียงลำพังกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงกว่า 2,000 นาย จาก 37 สถานีทางหลวงทั่วประเทศ ไม่เพียงพอต่อการดูแลประชาชน การที่มีชาวต่างชาติเข้ามาร่วมเป็นอาสาสมัครด้วย จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการท่องเที่ยว
ถาม : การอบรมอาสาสมัครเริ่มที่ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่แรก
พ.ต.อ.พินิต : ภาคตะวันออกของไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงเข้าไปมีส่วนร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย และที่ภาคตะวันออกมีกลุ่มบิ๊กไบค์กว่า 40 กลุ่ม จาก 300 กว่าชมรมทั่วประเทศไทย การอบรมชาวต่างชาติให้เป็นอาสาสมัครที่ดีแล้ว พวกเขายังเป็นไกด์ที่ดีให้แก่การท่องเที่ยวของประเทศเราด้วย ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จะรู้สึกอุ่นใจตั้งแต่อยู่บนทางหลวง ก็อาจจะมีชาวต่างชาติด้วยกันมาช่วยอำนวยความสะดวกขณะอยู่บนไฮเวย์ นักท่องเที่ยวก็จะเกิดความมั่นใจ แถมอาสาสมัครชาวต่างชาติอาจช่วยแจ้งเบาะแสอาชญากรรมที่เป็นชาวต่างชาติเป็นของแถมให้ด้วย
ถาม : นำชาวต่างชาติให้มาร่วมอบรมได้อย่างไร
พ.ต.อ.พินิต : ให้ตำรวจและเครือข่ายบิ๊กไบค์ที่รู้จักเข้าไปประสานขอความร่วมมือจากกลุ่มชมรมบิ๊กไบค์ต่างๆ ด้วยการเข้าไปคุยกับแกนนำของกลุ่มบิ๊กไบค์ นำเสนอแนวความคิดของเรา ในกลุ่มที่เขามีชาวต่างชาติอยู่ก็ชวนกันมาร่วมอบรมด้วย เบื้องต้นคาดหวังให้ช่วยแจ้งอุบัติเหตุบนทางหลวง เพียงแค่สายละ 100 คัน ในช่วง 7 วันอันตรายก็เป็นการดีที่สุดแล้ว เสมือนเป็นการเพิ่มสายตรวจขึ้นมา ช่วยเหลือผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเวลาดังกล่าว
ถาม : ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับความรู้อะไรบ้าง
พ.ต.อ.พินิต : ผู้ที่ได้รับการอบรมเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน จะรู้เทคนิคการเข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ประสบอุบัติเหตุ และฝึกการเข้าช่วยเหลืออย่างถูกวิธี ผู้อบรมจะต้องทำหน้าที่รักษาสถานที่เกิดเหตุ ปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น รวมถึงการสังเกตจดจำทะเบียนรถคู่กรณีหากเกิดการหลบหนี ซึ่งผู้ที่ไม่ได้ผ่านการอบรมมาก่อนจะรู้สึกตกใจ เราก็สอนให้ตั้งสติ และยังสอนความรู้ด้านกฎหมายว่า อาสาสมัครสามารถทำอะไรได้บ้าง อาทิ กรณีพบเหตุซึ่งหน้า มีการร้องขอความช่วยเหลือ เช่น ผู้หญิงกำลังถูกข่มขืน กฎหมายจะคุ้มครองให้อาสาสมัครเข้าดำเนินการได้เลย โดยเรามีการจัดพิมพ์บัตรสมาชิกให้เขาพกติดตัวไว้ขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วย
ถาม : การอบรมอาสาสมัครรุ่นแรกเป็นอย่างไร
พ.ต.อ.พินิต : การอบรมอาสาสมัครรุ่นแรกเป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีขั้นตอนที่เป็นพิธีการ และการอบรมเนื้อหาที่เป็นวิชาการและการปฏิบัติจริง จากวิทยากรมูลนิธิง่วงอย่าขับ มูลนิธิร่วมกตัญญู เมื่อเสร็จจากการอบรมก็มีการมอบประกาศนียบัตร แล้วก็จัดริ้วขบวนรถบิ๊กไบค์กว่า 400 คัน ความยาวร่วม 2 กิโลเมตร วิ่งรอบเมืองพัทยา เป็นภาพที่สวยงามมาก เสร็จจากนั้นก็ร่วมกันปลูกป่าปลูกต้นไม้ให้พ่อที่สวนเฉลิมพระเกียรติ
ถาม : จะเข้าถึงกลุ่มจักรยานยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของการเกิดอุบัติเหตุอย่างไร
พ.ต.อ.พินิต : หลังจากการอบรมครั้งนี้ มีผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมอบรม มีแนวคิดจะนำรูปแบบการอบรมไปต่อยอดกับกลุ่มเยาวชน คือ เอาต้นแบบการฝึกอบรมไปอบรมกลุ่มเยาวชน ไปทำกิจกรรมกับกลุ่มเยาวชน โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวงจะไปช่วยเป็นลูกทีม เพื่อว่าสักวันหนึ่งเราจะได้มีโอกาสเห็นเด็กแว้น เด็กซิ่ง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้รู้จักดูแลตัวเองให้ดี ไม่ก่อความเดือดร้อน
ถาม : ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง
พ.ต.อ.พินิต : หลังจากฝึกอบรมมาแล้ว เราจะมีประเมินทุก 3 เดือน ตอนนี้ก็ได้รับผลตอบรับในทางที่ดี มีการแจ้งอุบัติเหตุเข้ามาบ้าง มีการแจ้งการสร้างถนนที่ผิวจราจรไม่ปลอดภัย จะให้เราช่วยประสานให้เรียบร้อย ให้ทันก่อนสงกรานต์ก็มี นอกจากนี้ยังมีการติดต่อจากกลุ่มบิ๊กไบค์มาสอบถามว่า จะเปิดการอบรมอีกเมื่อไหร่ อาสาสมัครให้ความสนใจมาก ขอให้มีการอบรมอีก ซึ่งช่วงวันที่ 10-11 เมษายนนี้ ผมจะเดินทางไปที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งกลุ่มบิ๊กไบค์ที่ภูเก็ต อาจจะเปิดการอบรมรุ่นที่ 2 ที่นั่นก็ได้ และจะกระจายการฝึกอบรมให้ทั่วทุกภาค
ถาม : คาดหวังกับกลุ่มชาวต่างชาติที่มาร่วมอบรมแค่ไหน
พ.ต.อ.พินิต : จากการสัมภาษณ์พูดคุยกับชาวต่างชาติที่มาร่วมอบรม ทำให้เรามองเห็นว่าพวกเขารักประเทศไทย เพราะส่วนใหญ่อยู่เมืองไทยมานาน มีภรรยาหรือสามีเป็นคนไทย แน่นอนที่สุดว่าพวกเขามีจิตใจรักประเทศไทย สามารถสร้างสีสันการท่องเที่ยว เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ สื่อประสานระหว่างชาวต่างชาติด้วยกัน ส่วนตัวเขาเองก็มีความภูมิใจ ที่ได้ร่วมกิจกรรมกับองค์กรตำรวจไทย เขาสามารถสร้างประโยชน์ให้ประเทศ และตำรวจทางหลวงอีกรูปแบบหนึ่ง
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง



