
"มาร์ค"ปลื้มศาลรธน.ชี้ปชป.ไม่ผิดคดี29ล้าน
"อภิสิทธิ์"ดีใจตุลาการศาลรธน.เสียงข้างมากชี้ปชป.ไม่ผิด เงินกองทุน 29 ล้าน ด้านวิรัตน์ ระบุ คดี 258 ล้านบาท อ้างอิงพยานเอกสารและบุคคล ชุดเดียวกับ 29 ล้านบาททั้งหมด ส่วนจะวินิจฉัยหรือยกคำร้อง อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล
(9ธ.ค.) เวลา 07.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัม ภาษณ์ที่ท่าอากาศยานที่กรมการขนส่งทหารบกก่อนการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวถึงกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกคำวินิจฉัยส่วนตนวินิจฉัยในส่วนของข้อเท็จจริง ในการยกคำร้องคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ ว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะมีการวิจารณ์แต่ในเรื่องข้อกฎหมายอย่างเดียว การที่ตุลาการฯได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงด้วย และตุลาการฯเสียงข้างมากเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำผิดในข้อเท็จจริง ก็จะทำให้ประชาชนที่วิจารณ์ว่ากรณีนี้เป็นเรื่องของข้อกฎหมายเพียงอย่างเดียว ได้ทราบข้อเท็จจริงด้วย เพียงแต่ในทางปฏิบัติเมื่อมีการวินิจฉัยข้อกฎหมายไปแล้ว ตัวคำวินิจฉัยกลางก็ไม่จำเป็นที่ต้องไปวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไป
เมื่อถามว่าคิดว่าเรื่องนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์พ้นจากคำสบประมาทที่ว่าพรรคชนะฟาวล์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคดีใจที่ตุลาการฯส่วนใหญ่เห็นว่าพรรคไม่ได้ทำผิด ทั้งนี้ ตนถือว่ากระบวนการพิจารณามีทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย การพูดว่าข้อกฎหมายเป็นเรื่องฟาวล์หรือไม่นั้น ตนคิดว่าต้องเข้าใจว่าข้อกฎหมายที่เขากำหนดมีไว้ทำไมด้วย
ต่อข้อถามว่าคิดว่าคำวินิจฉัยของตุลาการฯเสียงข้างน้อยที่ระบุว่าพรรคมีความผิด จะถูกนำไปขยายผลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนที่คิดจะหยิบไปขยายผล เขาก็ทำอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตุลาการฯเสียงข้างน้อยมีความเห็นอีกอย่างหนึ่ง แต่เมื่อมติออกมาไม่เป็นเอกฉันท์ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งนี้ตามกติกาก็เป็นไปตามเสียงข้างมาก
ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทีมกฎหมายยุบพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ว่า คดีการใช้เงินสนับสนุนพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท และคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ถือว่าใช้พยานเอกสารและพยานบุคคลชุดเดียวกันเกือบทั้งหมด อีกทั้งประเด็นในการพิจารณาของทั้ง 2 คดี น่าจะคล้ายคลึงกันซึ่งถ้าศาลฯกำหนดประเด็นในการพิจารณาว่า คดีดังกล่าวก่อนมาถึงศาลฯขอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผลการพิจารณาของตุลาการฯก็น่าจะไม่ต่างกัน คือในกรณีที่นายทะเบียนฯก็ยังไม่ทำความเห็นยุบพรรคในคดี 258 ล้าน เช่นเดียวกับคดี 29 ล้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการพูดคุยของนายทะเบียนพรรคการเมืองกับอัยการการสูงสุด ๆเห็นควรให้มีการยุบพรรค นายวิรัตน์ กล่าวว่า ก็แล้วดุลยพินิจของศาล เพราะนายทะเบียนฯที่มีความเห็นให้ไม่ยุบพรรคก็เป็นเสียงข้างน้อยในกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) อย่างไรก็ตามการนัดพร้อมในวันนี้ ศาลฯน่าจะมีคำสั่งออกมาใน 2 แนวทาง คือ 1. ศาลมีการกำหนดประเด็นการพิจารณา และจำนวนพยานที่จะให้นำสืบเพื่อใช้ในการไต่สวน 2. กรณีศาลฯเห็นว่าข้อมูลหลักฐานที่ได้มามีความชัดเจนแล้วศาลอาจจะชี้ขาดได้ในวันนี้ แต่ทั้งนี้ก็อาจต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งขององค์คณะที่มีอยู่ 7 เสียง ซึ่งตรงนี้ถือเป็นดุลยพินิจของตุลาการฯเพราะทราบว่ามีการประชุมคณะตุลาการฯเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา
นายกิตินันท์ ธัชประมุข อธิบดีอัยการพิเศษ 5 กล่าวว่า ขณะนี้ทางอัยการยังไม่ได้รับคำร้องคัดค้านของพรรคประชาธิปัตย์แต่อย่างใด ศาลยังไม่ได้ส่งมา



