
"ประสาร"ชี้ชัดดอกเบี้ยไทยขาขึ้น
แบงก์ชาติส่งสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้น ชี้เศรษฐกิจไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่เงินเฟ้อสูงอาจก่อปัญหาภาวะฟองสบู่ ระบุดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทยติดลบ 1.4% เป็นอันดับ 2 รองจากอินเดีย
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ทิศทางนโยบายการเงินของไทยในทศวรรษหน้า” ซึ่งจัดโดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา ว่า ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยจากนี้ไปจะเป็นขาขึ้น เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ รวมทั้งมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า ขณะที่ดอกเบี้ยปัจจุบันซึ่งอยู่ระดับต่ำ อาจนำไปสู่ปัญหาการก่อตัวของราคาสินทรัพย์จนเกิดเป็นภาวะฟองสบู่ขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่เป็นขาขึ้นนั้น อาจมีเรื่องจังหวะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะการปรับดอกเบี้ยนโยบายจำเป็นต้องมองปัจจัยแวดล้อมประกอบกัน ซึ่งเรื่องของทุนไหลเข้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องนำมาประเมิน แต่การไหลเข้าของทุนต่างประเทศ เชื่อว่าเป็นผลจากพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยมากกว่าเข้ามาเก็งกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย เพราะหากนักลงทุนต้องการเข้ามาเก็งกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจริง มองว่าน่าจะไปประเทศอื่นที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าไทย
"การดำเนินนโยบายการเงินของธปท.เน้นในเรื่องการรักษาเสถียรภาพราคา เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าสูงขึ้นจนเป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็พยายามไม่ให้เกิดภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองด้วย" นายประสารกล่าว
นายประสารกล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราดอกเบี้ยแท้จริงติดลบอยู่ถึง 1.4% สูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาครองจากประเทศอินเดีย ที่ดอกเบี้ยแท้จริงติดลบ 3.1% ซึ่งการที่ดอกเบี้ยแท้จริงติดลบนาน ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ เพราะทำให้การจัดสรรทรัพยากรเกิดความผิดพลาดได้
“ดอกเบี้ยแท้จริงที่ติดลบนั้น ในส่วนของผู้ฝากเงิน อาจใช้จ่ายมากเกินทำให้รับความเสี่ยงที่สูงเกินไป ขณะที่ภาคครัวเรือนมีการอมที่ลดลง ภาระหนี้สูงขึ้น เกิดการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่วนภาคสถาบันการเงิน อาจมีการปล่อยสินเชื่อง่ายเงินไปจนความเสี่ยงสูงขึ้น และอาจเกิดปัญหาด้านคุณภาพของสินเชื่อจากการผ่อนคลายเกณฑ์ด้านสินเชื่อ” นายประสาร กล่าว



