
"รัฐธรรมนูญนิยม"แบบไทยๆ
วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี (มาหลายปีแล้ว) เป็นวันที่เราฉลองรัฐธรรมนูญกัน เพราะเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 เป็นวันที่เรามีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของประเทศที่มีชื่อว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม (ที่น่าสนใจคือ เมื่อหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนา
ถ้าพิจารณาแค่ชื่อก็น่าสนใจ เพราะการเปลี่ยนแปลงชื่อ จาก "พระราชบัญญัติ" (ในความหมายเก่า เพราะพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ตรากฎหมายด้วยพระองค์เอง) แห่ง "แผ่นดินสยาม" มาสู่ "รัฐธรรมนูญ" แห่ง "ราชอาณาจักรสยาม"
ในแง่นี้ (และเมื่อรวมกับประโยคเกริ่นนำก่อนเข้ามาตรา) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม จึงเป็นเอกสารที่มีลักษณะของการประนีประนอมกันในทางเนื้อหาของอำนาจทางการเมืองอยู่มิใช่น้อย และไม่ว่ารัฐธรรมนูญของไทยจะมีมากี่ฉบับก็ตาม แต่โครงสร้างดังกล่าวก็ไม่เคยเปลี่ยน
ไม่ว่าเราจะมองเนื้อหาส่วนอื่นของรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับซึ่งออกมาในแต่ละยุคว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาประชาธิปไตย หรือมีเนื้อหาเผด็จการก็ตาม
เรื่องนี้เราอ้างอิงกับอังกฤษไม่ได้ เพราะอังกฤษมีรัฐธรรมนูญแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษร คือไม่มีเอกสารทางกฎหมายที่เป็นรัฐธรรมนูญ แต่มีชุดกฎหมายต่างๆ ที่ว่าด้วยเรื่องของการจัดระเบียบสถาบันและกติกาทางการเมืองที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยกระบวนการปรกติ
อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญในปีนี้ควรจะพิจารณาเรื่องของรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะลักษณะ "รัฐธรรมนูญนิยม" ของสังคมไทย
ผมคิดว่า คำว่า "รัฐธรรมนูญนิยมในแบบไทยๆ" น่าจะเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าอาจจะไม่เท่ากับคำว่า "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ"
ในความหมายที่ว่า หากเราแปลคำว่า "รัฐธรรมนูญนิยม" จากคำฝรั่งแท้ ก็คงจะมีบางส่วนที่ตรงและไม่ตรงกับความหมายของคำว่า Constitutionalism ซึ่งคงจะมีความหมายกว้างๆ ในสองลักษณะ คือ หนึ่ง หมายถึงความเข้าใจว่าเราสามารถแก้ไขกฎกติกาทางการเมืองด้วยการใช้กฎหมายที่เรียกว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ
สอง หมายถึงการใช้กฎหมายเพื่อจำกัดอำนาจรัฐเอง เพื่อไม่ให้รัฐละเมิดหลักการพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ในสังคมใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของมนุษย์ โดยเฉพาะหลักการที่ว่ามนุษย์ในสังคมนั้นเขาไม่ใช่ไพร่ แต่เขาเป็นที่มาของอำนาจอธิปไตย
แนวคิดเหล่านี้แม้ว่าจะมีมาในหลายยุคสมัยในสังคมไทย อย่างน้อยที่ชัดเจนก็คือ ฉบับ 2475 ฉบับ 2489 และฉบับ 2517 แต่ที่เป็นระบบจริงๆ ก็คือ 2540 และแม้กระทั่ง 2550 ก็ไม่อาจปฏิเสธหลักการดังกล่าวได้ (แม้ว่าอาจจะมีบางส่วนที่คน 10 ล้านคนไม่ชอบก็ตาม) ในแง่ของการพัฒนากลไกและกระบวนการในการตรวจสอบอำนาจรัฐ และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างกว้างขวาง ซึ่งในมิติของรัฐธรรมนูญนิยมนี้ ก็คือมิติของประชาธิปไตยนั่นเอง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราก็มีมิติแบบไทยๆ ในแนวคิดเรื่องรัฐธรรมนูญนิยมเช่นกัน คือไม่ว่าเราจะอยู่ในระบอบการเมืองแบบไหน เราก็ต้องมี "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย" และเราก็ต่อสู้กันภายในภาษา ตัวบท และการตีความเอกสารดังกล่าวในฐานะของการต่อรองอำนาจทางการเมืองของกลุ่มพลังต่างๆ มาโดยตลอด...
น่าแปลกพิลึก...แต่ก็ควรค่าแก่การระลึกถึงครับ...



