ข่าว

ปราบคอรัปชั่น:เรื่องพูดง่ายแต่ทำยาก

ปราบคอรัปชั่น:เรื่องพูดง่ายแต่ทำยาก

09 ธ.ค. 2553

ในวันมหามงคลที่เพิ่งผ่านไปท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ได้นำข้าราชการ นักการเมืองและประชาชนทั่วไปถวายคำสัตย์ปฏิญาณมีใจความสำคัญอย่างไรก็ได้ยินกันไปทั่วประเทศแล้ว

 คำสัตย์ปฏิญาณนี้เสมือนธงกำหนดเป้าหมายและแนวทางในการทำงานและสำหรับตัวนายกรัฐมนตรีเองจะใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งมีปัญหาซับซ้อนอยู่มากต้องการความเด็ดเดี่ยวในการแก้ปัญหา

 ในกระบวนการแก้ปัญหาของแผ่นดินนั้นมีเรื่องใหญ่อยู่เรื่องหนึ่งซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้แก้ไขให้หมดสิ้นไป เรื่องนั้นคือการปราบคอรัปชั่นในวงราชการ และประจวบกับมีข้อเสนอของภาคเอกชนรุกเร้าให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง

 เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีนี้หอการค้าไทยได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ประจำปีแล้วเชิญท่านนายกฯ ไปรับทราบผลสรุปการประชุมซึ่งมีเรื่องสำคัญอยู่ 3 เรื่อง ได้แก่

 1.แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 11 ซึ่งกำลังออกใช้ซึ่งภาคเอกชนเสนอตัวเข้าร่วมมีบทบาท
 2. เพิ่มภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจด้วยการลดความเหลื่อมล้ำโดยภาคเอกชนอาสาเข้าไปมีส่วนในการขับเคลื่อน
 3.มุ่งขจัดคอรัปชั่นโดยเอกชนเสนอความร่วมมือด้วยเช่นกัน

 ทั้ง 3 หัวข้อเป็นเรื่องใหญ่ แต่วันนี้ผมจะยกหัวข้อที่ 3 เพียงข้อเดียวมาพูดคุยเพราะอยู่ในความสนใจสูง เป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ

 เรื่องปราบคอรัปชั่นนั้นชาวบ้านเราได้ยินมาบ่อย แต่ดูเหมือนยิ่งพูดก็ยิ่งมีการคอรัปชั่นมากขึ้นทั้งจำนวนครั้งที่เกิดและวงเงินที่เกี่ยวข้อง อย่างการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนคราวนี้ก็ว่าต้องจ่ายกันเกินกว่า 25% (ของราคางาน) ผู้ต้องจ่ายสูงขนาดนี้มีถึง 30% เศษของพ่อค้าผู้ถูกสำรวจ

 ฟังข้อมูลนี้แล้วคงตกใจแต่ปฏิญาณของท่านนายกฯ ในที่ประชุมกลับเป็นเพียงว่า “...ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย...” ซึ่งหมายความว่าพ่อค้านักธุรกิจทั้งหลายก็ต้องหยุดการจ่ายด้วย 2-3 วันตามมารองนายกฯ (ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี) ก็กล่าวถึงเรื่องนี้ทำนองว่าผู้ที่บ่นควรจะเอาหลักฐานมาให้ท่านนายกฯ เล่นงาน พูดเช่นนี้ก็เหมือนเรียกร้องให้แก่ผู้จ่ายสินบนต้องหาใบเสร็จมา

 มันก็เป็นเรื่องโยนกันไปโยนกันมาเช่นนี้เหมือนก่อนๆ

 ผมได้เห็นเพื่อนฝูงหลายคนกลายเป็นคนล้มละลายเพราะค้าขายกับชาวบ้านทั่วไปอยู่ดีๆ แล้วอยากไปค้าขายกับส่วนราชการ แต่ไม่รู้ถึงกฎกติกาของเขาก็เลยไม่จ่าย ในระบบปัจจุบันนั้นการจ่ายสินบนคือส่วนหนึ่งในการที่ทำให้ชีวิตทางการค้าอยู่รอด

 หอการค้าไทยจึงได้เสนอมาตรการในการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่นไว้ 4 แนวทาง คือ 1.การให้มีหน่วยงานหลักในการปราบคอรัปชั่น มีอำนาจเต็มและเป็นศูนย์กลางโดยยกตัวอย่าง “ฮ่องกงโมเดล” มาเทียบเคียง 2.ให้ขยายความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาชนทั้งในและนอกประเทศ 3.ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานของภาครัฐให้สั้นง่ายและโปร่งใส และ 4.สร้างจิตสำนึกโดยความร่วมมือกับภาคเอกชนรวมทั้งสื่อมวลชนและภาคการศึกษา

 ถึงบัดนี้พวกเราชาวบ้านยังไม่ได้ยินว่าแผนความคิดในการปราบคอรัปชั่นของเอกชนครั้งนี้ภาครัฐได้ดำเนินการอย่างไร มอบหมายงานให้หน่วยงานใดเป็นเจ้าของเรื่องเพื่อขับเคลื่อนไปสู่ภาคปฏิบัติที่แท้จริงได้

นายหนูใหญ่
[email protected]