
ชีวิตสุดขอบฟ้า
ชีวิตอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็เหมือนกับนักธุรกิจชั้นนำทั่วโลก ที่บินไปบินมาจนไม่มีเวลาได้หนุนหมอนนอนบ้าน
ขณะที่ความเป็นจริงเขาคือ ผู้หนีคุกหลบโทษแผ่นดิน เร่ร่อนชนิดที่เรียกว่า ฟ้าจรดฟ้า
พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยว่างเว้นข่าวคราว แม้จะสิ้นอำนาจกลายเป็นผู้ต้องหาก็ตาม
ล่าสุด นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ออกมาปูดคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนสหรัฐ เชิญพ.ต.ท.ทักษิณ ไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่มีคนตายกว่า 90 คน บาดเจ็บกว่า 2,000 คน ที่กรุงวอชิงตัน ในวันที่ 16 ธันวาคมที่จะถึงนี้
เล่นเอารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เต้นเป็นเจ้าเข้า
ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาปัดฝุ่นคือ หมายจับคดีก่อการร้ายกับคดีซื้อขายที่ดินรัชดาฯ ที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี
รัฐบาลไทยพยายามจี้ให้สหรัฐส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน
ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่า เป็นไปได้หรือไม่ เพ้อฝันหรือเปล่า แล้วยังไม่แน่ชัดด้วยซ้ำว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปจริง
ปกติหลักกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนสองประเทศต้องมีฐานความผิดลักษณะเดียวกันกรณีเซ็นชื่อซื้อขายที่ดินรัชดาฯ ที่อดีตนายกฯ ถูกตัดสินจำคุก สหรัฐคงไม่มี
ส่วนคดีก่อการร้าย ก็ยังก้ำกึ่งถ้าสหรัฐมองว่า เกี่ยวเนื่องกับการเมืองก็จบ
กรณีตำรวจสากลก็เช่นกัน เมื่อกองการต่างประเทศส่งหมายจับไปยังตำรวจสากลประเทศฝรั่งเศส เพื่อออกหมายแดงแจ้งไปยังประเทศสมาชิก ก็ต้องมีฐานความผิดแบบเดียวกัน ส่วนคดีก่อการร้ายหากสมาชิกมองว่ามีเหตุมาจากการเมืองก็ไม่ดำเนินการเช่นกัน
ถามว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ตัวอดีตนายกฯ กลับมาดำเนินคดี
รัฐบาล อัยการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เคยอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียดรวมถึงความเป็นไปได้ในการไล่ล่าอดีตนายกฯ
ที่สำคัญลึกๆ แล้วรัฐบาลก็ไม่อยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเข้าประเทศ แม้จะเข้ามาอยู่ในคุกก็ตาม
หากประเมินแล้วว่า บารมี ฐานเสียงที่ยังครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ ถ้ามีการลุกฮือเพื่อกดดันให้ปล่อยตัว รัฐบาลอาจรับมือไม่ไหว
สถานะพ.ต.ท.ทักษิณ ตอนนี้เลยดูไม่เป็นผู้ร้ายหนีคดีสักเท่าไหร่ในสายตาต่างประเทศ
แต่ที่รัฐบาลออกมาหัวฟัดหัวเหวี่ยงก็เพราะหากสหรัฐให้อดีตนายกฯ เข้าไปชี้แจงเหตุสลายม็อบถึงกรุงวอชิงตันจริง ภาพลักษณ์รัฐบาลไทยคงดูไม่จืด
ถึงตอนนั้นเส้นขอบฟ้าของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็แคบเข้า !!



