
เลิกฉุกเฉินกทม.-ปริมณฑลก่อนปีใหม่
"นายกฯ"เผยจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในกทม.-ปริมณฑลก่อนปีใหม่ ด้าน ประวิตรแย้มเป็นไปได้หากแดงสงบ ไม่กังวลทักษิณไปอเมริกา ชี้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่ ยันทหารไม่เอี่ยวเผาห้าง ย้ำไม่เคยสั่งทหารให้ฆ่าใคร
(8ธ.ค.) เมื่อเวลา 14.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เข้าพบเมื่อช่วงเช้าวันนี้( 8 ธ.ค.) ว่า เป็นการพูดถึงเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อถามว่าการบังคับใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในกทม.และปริมณฑล จะยกเลิกได้ก่อนช่วงปีใหม่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเชื่อว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะสถานการณ์ในตอนนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ตนฝากให้ดูเรื่องการมีมาตรการออกมารองรับ
ต่อข้อถามว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วง และสิ่งที่ทำให้ประเมินว่าจะนำไปสู่การยกเลิกพ.ร.ก.ดังกล่าวได้ก่อนช่วงปีใหม่นั้นมีอะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มี 2 ส่วน คือ 1. กลุ่มที่มีการใช้ความรุนแรงในอดีต เพราะแม้ตอนนี้เราสามารถจับกุมได้บ้าง แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด และการที่คนเหล่านี้ยังมีเป้าหมายเหมือนเดิม เราก็ต้องมีการติดตามอยู่ 2. ส่วนที่มีการเคลื่อนไหวของมวลชน ซึ่งเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ถ้าไม่มีการบริหารจัดการให้ดี จะย้อนกลับไปสู่การนำสถานการณ์ที่คนใช้ความรุนแรง มาใช้เป็นประโยชน์ได้เช่นกัน
ดังนั้นถ้าเราสามารถที่จะทำความเข้าใจในการที่จะไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของคนที่ใช้ความรุนแรงก็จะทำให้การบริหารจัดการเป็นไปได้ง่าย ซึ่งที่ผ่านมาการประสานงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับผู้ชุมนุม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตนจึงอยากยืนยันว่าการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในตอนนี้ไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ของใคร แต่เราไม่ต้องการใช้กฎหมายพิเศษอย่างไม่จบสิ้น จึงจะพยายามเลิก แต่ตนอยากให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงสิ่งที่ตนเชื่อว่าเป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่ คือความสงบเรียบร้อย ซึ่งหลังจากที่บ้านเมืองสงบขึ้น ทุกคนก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ถ้ายกเลิกพ.ร.ก.นี้แล้วจะเกิดเหตุการณ์ใดในอนาคตก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ประวิตร”แย้มอาจเป็นไปได้หากแดงสงบ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีประดับเหรียญกล้าหาญบนธงชัยเฉลิมพลของกองบิน 5 และวางพวงมาลาหน้าอนุเสาวรีย์วีรชน 8 ธ.ค. 2484 ประจำปี 2553 โดยมี พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยราชการต่างๆเข้าร่วมพิธี
จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำคนเสื้อแดงนำคลิปเหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เผาสถานที่ต่างๆมาเปิดเผยว่า ไม่มี ตนทำงานอยู่ที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ตลอดเวลา กว่าทหารจะเข้าไปในพื้นที่ได้ก็ลำบาก โดยทหารเข้าไปดูแลบริเวณพื้นที่เซ็นทรัล เวิร์ลด ซึ่งยืนยันได้ว่า ไม่มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รุนแรง ส่วนกรณีที่นายจตุพร ระบุว่า ได้ข้อมูลมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่วัดปทุมวนารามนั้น ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มี และทหารทำหน้าที่เพียงการควบคุมดูแลรักษาความสงบทุกอย่าง ซึ่งทั้งหมดต้องว่า ไปตามรูปคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน แต่ตนยืนยันว่า ศอฉ.ไม่ได้สั่งให้ใครไปทำร้ายใคร ศอฉ.มีหน้าที่ในการดูแล เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีที่นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุว่า จะมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อนปีใหม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามเลขาสมช. ในรายละเอียดตนยังไม่ทราบ การยกเลิกพ.ร.กหรือไม่นั้น ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมศอฉ.อีกครั้งเพื่อร่วมกันพิจารณาว่า จะสามารถยกเลิกในพื้นที่ใดได้บ้าง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากสถานการณ์ดีขึ้นและเรียบร้อยคงไม่มีปัญหา หากมีกฎหมายอื่นมาดูแลได้ก็ถือว่า โอเค ทั้งนี้ศอฉ.ไม่มีความเห็นที่แตกต่างกับสมช. เพียงแต่ไม่มีการพูดคุยในรายละเอียด อีกทั้งการที่เลขาสมช.พูด ส่วนหนึ่งมาจากสื่อมวลชนไปซักถาม แล้วท่านตอบไป ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของท่าน เราไม่ได้มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ซึ่งสถานการณ์ภาพรวมคิดว่า ดีขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีความรุนแรงก็สามารถยกเลิกได้
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาขน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทั้งเป็นไปได้ และเป็นไปไม่ได้ เพราะจะต้องดูสถานการณ์ และการรายงานจากฝ่ายข่าว เพื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ และเสนอมายังศอฉ.ดูในภาพรวม ทั้งนี้จุดมุ่งหมายหลักของศอฉ.คือต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาขนในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล และยิ่งช่วงปีใหม่หากมั่นใจว่า สถานการณ์ความปลอดภัยเรียบร้อยก็สามารถยกเลิกได้ไม่มีปัญหา ซึ่งทุกฝ่ายต้องมีการพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า กองทัพกังวลหรือไม่กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อซีเอสซีอี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะเรื่องนี้มีกฎหมายและมีสนธิสัญญาร่วมกันระหว่างไทยกับสหรัฐในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่เรื่องของศอฉ. เมื่อถามว่า หากพ.ต.ท.ทักษิณเข้าสหรัฐฯ ทางสหรัฐฯสามารถส่งตัวให้กับไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า หากเป็นไปตามกฎหมายก็ต้องดำเนินการ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประเทศคู่เจรจา แต่ในรายละเอียดตนไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณสามารถเข้าประเทศตามคำเชิญได้หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ศอฉ.มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
เมื่อถามถึงการชุมนุมของกลุ่มนปช.ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงไม่มีอะไร แต่ศอฉ.จะดูในภาพรวม โดยเฉพาะการติดตามทางด้านการข่าว ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยในการพิจารณาคดีเงินบริจาค 258 ล้านของพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผุ้ดูแล ซึ่งผบ.ตร.รับทราบแล้ว และจะจัดกำลังเข้าไปดูแล ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เชื่อว่า สามารถพูดจากันได้ ไม่น่ามีปัญหาอะไร
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ส่วนกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ตนและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะนำใส่เกล้าเพื่อนำไปปฏิบัติ เพราะสิ่งที่พระองค์โปรดเกล้าฯถือเป็นพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ทั้งนี้ตนพูดหลายครั้งแล้วว่า หากคนไทยปรองดองกันได้ ถือว่า โอเค



