
ย้ายชื่อออกจากทะเบียนวุ่น ผู้ว่าฯปทุมธานีจี้ตรวจสอบ
ปทุมธานี - เหตุชาวบ้านในเขตเมืองปทุมธานี ได้รับหนังสือให้ไปปรับสมุดทะเบียนบ้านใหม่ หลังแสดงความจำนงขอย้ายที่อยู่ ทนายความอิสระชี้ผู้ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง มีหวังโดนเอาผิดทางวินัย ขณะที่ปลัดจังหวัดเผยเรื่องร้องเรียนกรณีเดียวกันนี้ส่งถึงผู้ว่าฯ แล
จากกรณีนางสายทอง ทานจะโปะ อายุ 57 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 16/16 หมู่ 3 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้นำเพื่อนบ้านอีก 3 คน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ชัยทัศ ลิมกุล สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ว่า ได้รับการประสานจากนายทะเบียนอำเภอเมือง จ.ปทุมธานี แจ้งให้พวกตนนำทะเบียนบ้านตัวจริงไปปรับสมุดทะเบียนบ้านใหม่ เนื่องจากพวกตนได้แจ้งย้ายไปที่บ้านเลขที่ 123/15 ต.บางกระดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ทั้งที่ไม่ได้ไปแจ้งย้ายแต่อย่างใด
นายพิศัลย์ ศรีสมบัติ ทนายความอิสระ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าผู้ที่ขอนำบัตรประชาชนไปย้าย โดยที่เจ้าของบัตรไม่ได้ยินยอม เป็นบุคลากรในสังกัดท้องถิ่น จึงมีความผิดทางวินัย ทั้งนี้เจ้าบ้านมีสิทธิที่แจ้งย้ายออกได้ แต่ต้องไปอยู่ที่ทะเบียนกลาง ไม่ใช่ย้ายเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านของคนใดคนหนึ่ง อีกทั้งในการย้ายเข้าย้ายออกก็ต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของบัตรประชาชน
นายโชคชัย เดชอมรธัญ ปลัดจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปทุมธานี ผู้ร้องคือนายสามารถ สุขารมณ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/10 หมู่ 2 ต.บางกระดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ระบุว่า ขอให้ตรวจสอบการแจ้งย้ายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยมีการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมไปยังนายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัด และทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งให้ปลัดจังหวัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ และได้ให้นายไกร บุญบันดาล นายอำเภอเมือง ตรวจสอบการแจ้งย้ายปลายทาง โดยเฉพาะที่สำนักงานทะเบียนเทศบาลตำบลบางกระดี ซึ่งขณะนี้มีกว่า 400 รายแล้ว
“ยังมีชาวบ้านที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกย้ายไปอยู่ในตำบลอื่น หลังจากปลัดอำเภอมีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าบ้านให้นำทะเบียนบ้านมาปรับเปลี่ยนการแจ้งย้าย ก็อาจจะมีการแจ้งความมากกว่านี้ ซึ่งตอนนี้ทางอำเภอก็ได้มีคำสั่งให้ผู้ที่ไปแจ้งความให้ทางทะเบียนที่ย้ายปลายทาง ให้ย้ายกลับไปที่เดิมแล้ว และจะตรวจสอบหาผู้ที่กระทำผิดกรณีแจ้งย้ายปลายทางโดยไม่แจ้งให้เจ้าของบัตรประชาชนรับรู้ก่อน ซึ่งจะรู้ผลในเร็วๆ นี้" นายโชคชัย ระบุ
นายไกร บุญบันดาล นายอำเภอเมือง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ผู้เสียหายที่ถูกโอนชื่อไปเข้าทะเบียนบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าตัว สามารถที่จะไปแจ้งความดำเนินคดีผู้ที่ไปทำเรื่องย้ายโดยไม่มีใบมอบอำนาจไป และย้ายโดยเจ้าบ้านไม่ยินยอม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ที่ปลอมแปลงเอกสารทางราชการซึ่งเป็นคดีอาญา และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำการสอบสวนติดตามว่า มีการปลอมแปลงเอกสารเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด ยืนยันว่าผู้เสียหายสามารถแจ้งความเอาผิดได้ ทั้งยังสามารถแจ้งความประสงค์ขอย้ายกลับทะเบียนบ้านเดิมได้ ซึ่งทางอำเภอจะทำการบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อไม่ให้เสียสิทธิประโยชน์ต่างๆ ต่อไป



