
ค้านลอกคลองพลับพลึงธาร ชี้เข้าข่ายกระทบถึงพืชน้ำหายาก
ระนอง -เครือข่ายท่องเที่ยวล่องแพ เปิดประเด็นค้านขุดหินและดินในลำคลองนาคา ชี้การดำเนินการที่เกิดขึ้นมีผลต่อพันธุ์พืชน้ำที่กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ด้านนายอำเภอสุขสำราญพร้อมเป็นกาวใจประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหาทางออกร่วมกัน
นายชำนิ อุ่นขาว ประธานชมรมเพลินไพรศรีนาคา ในฐานะผู้ประกอบการท่องเที่ยวล่องแพแลพลับพลึงธารในพื้นที่คลองนาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เปิดเผยว่า กลุ่มสมาชิกเพลินไพรศรีนาคา ร้องเรียนมาที่ชมรมว่า ในขณะที่พานักท่องเที่ยวล่องแพเพื่อชมทิวทัศน์และดอกพลับพลึงธาร ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว “ล่องแพแลพลับพลึงธาร หนึ่งเดียวในโลก ที่คลองนาคา” พบว่ามีรถแบ็กโฮจำนวน 3 คัน กำลังขุดหินและดินในลำคลองนาคา จึงได้ประสานเพื่อขอให้ระงับการขุด เพราะกระทบต่อต้นพลับพลึงธาร
“การขุดลอกคลองในหลายปีที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการพังทลายของตลิ่ง แต่กลับทำให้ตลิ่งริมคลองนั้นพังลงมามากขึ้นและเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี อีกทั้งยังไปสร้างผลกระทบให้แก่ต้นพลับพลึงธารที่ขึ้นอยู่ในคลองนาคาที่อยู่สูงขึ้นไปด้านบนอีกด้วย เพราะการตักดินและหินจำนวนมากในช่วงล่างของคลอง ทำให้มีการเคลื่อนที่ของหินและดินในช่วงบนของคลองลงมาแทนที่ ซึ่งทำให้หัวพลับพลึงธารที่เกาะอยู่กับหินนั้นหลุดลอยไปกับสายน้ำ ส่งผลกระทบต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว ล่องแพแลพลับพลึงธาร หนึ่งเดียวในโลกที่คลองนาคา อีกด้วย" ประธานชมรมเพลินไพรศรีนาคา กล่าว
ต้นพลับพลึงธารนั้น เป็นพืชน้ำเฉพาะถิ่นที่สามารถพบได้เพียงแห่งเดียวในโลกตั้งแต่ จ.ระนองตอนล่างถึงพังงาตอนบนเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ (สผ.) จัดอันดับให้พลับพลึงธารอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (endangered species) และเป็น 1 ใน 10 ชนิดพันธุ์พืชที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประกาศให้มีมาตรการคุ้มครองชนิดพันธุ์รวมทั้งปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยเนื่องในโอกาสปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพด้วย
นายทรงพล กาสสกุล นายอำเภอสุขสำราญ จ.ระนอง กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมาจากองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) นาคา ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงหินและตะกอนทำให้สายน้ำเปลี่ยนทิศทางและส่งผลกระทบต่อเกษตรกร จึงได้เสนอเรื่องมาทางอำเภอ และส่งต่อไปทางจังหวัดให้ดำเนินโครงการตามคำขอของท้องถิ่น สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะต้องหารือกับทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงกลุ่มอนุรักษ์พลับพลึงธารเพื่อการท่องเที่ยวด้วย โดยทางอำเภอจะได้นัดผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาพูดคุยกันเพื่อหาข้อยุติของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้
นายจักรวาล สวนสัน อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.นาคา อ.สุขสำราญ ผู้รับเหมาในการดำเนินโครงการ เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการนี้ไม่ใช่การขุดลอกคลอง แต่เป็นการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นมีทั้งผู้ที่ได้และเสีย เพราะการพังของตลิ่งริมคลองนั้น ที่ดินด้านหนึ่งจากงอกขึ้น และอีกด้านหนึ่งจะหายไป ด้านที่เพิ่มขึ้นก็มีการปลูกพืชเพิ่มลงมา ด้านที่หายไปก็เดือดร้อน กรณีที่เกิดการคัดค้านในฐานะผู้ปฏิบัติก็จะหยุดดำเนินการไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อยุติ ในส่วนของต้นพลับพลึงธารนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ไปทำให้เสียหาย เพราะไม่ได้ขุดให้ลึก และจุดที่ขุดนั้นก็อยู่ห่างจากแหล่งพลับพลึงธารมาก



