ข่าว

"กษิต"มั่นใจ"ทักษิณ"เข้าสหรัฐไม่ได้

"กษิต"มั่นใจ"ทักษิณ"เข้าสหรัฐไม่ได้

08 ธ.ค. 2553

“กษิต” เชื่อ “ทักษิณ” เข้าสหรัฐฯ ไม่ได้แน่ เร่งประสานทูตไทยในดี.ซี. แจงสถานการณ์ประเทศไทย

(8ธ.ค.) ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป(ซีเอสซีอี)เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยว่า ส่วนตัวเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถเดินทางไปสหรัฐฯได้ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นบุคคลที่หนีคดีมา 2 ปีแล้ว

 ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตทุกประเทศประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตไทยในทุกประเทศทั่วโลก ได้ชี้แจงต่อรัฐบาลประเทศต่างๆเกี่ยวกับสถานะพ.ต.ท.ทักษิณ และความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม การเมืองอยู่เป็นระยะๆทั้งทางตรงและทางอ้อม ขณะเดียวกัน ตนได้พบและพูดคุยทางโทรศัพท์กับรมว.ต่างประเทศ ประเทศต่างๆ มาโดยตลอด เพื่อให้ทราบความเป็นไปเกี่ยวกับการเมืองของไทย การปรองดองของไทย กระบวนการยุติธรรม และคดีต่างๆที่ยังคั่งค้าง ซึ่งมั่นใจว่าทุกรัฐบาลและสถานทูตต่างประเทศได้ทราบอยู่ทุกขั้นตอนว่าอะไรเป็นอะไร

 “ประเทศส่วนใหญ่ในโลกนี้ไม่รับพ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศของเขา ที่ผ่านมาทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ก็ไม่ให้เข้า ดังนั้นประเด็นที่ต้องตอบคือจะได้รับเชิญจากใครก็ตาม หรือนายอัมสเตอร์ดัมส์ ทนายของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปติดต่ออะไรก็ตาม ก็ออกมาเป็นข่าวได้ แต่จะเข้าประเทศเหล่านั้นได้หรือไม่ ก็เป็นคำถามที่เราต้องตอบกัน ตนไม่มีหน้าที่ตอบ แต่เท่าที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณก็เข้าประเทศต่างๆไม่ได้ เพราะเขาไม่ต้องการให้เข้าประเทศของเขา ” นายกษิตกล่าว

 นายกษิต กล่าวต่อว่า แนวทางการชี้แจงต่อซีเอสซีอีจะพูดถึงแค่เหตุการณ์เม.ย.2552 และพ.ค.2553 คงไม่ได้ การละเมิดสิทธิเสรีภาพ สูญเสียชีวิตด้วยเหตุการณ์ทางการเมือง ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เหตุการณ์ความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ การฆ่าตัดตอนในการปราบปรามยาเสพติด การลักพาตัวของทนายสมชาย นีละไพจิตร เหตุการณ์ที่ตากใบและกรือเซะ มาจนถึงเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. ในช่วงรัฐบาลสมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถึงเหตุการณ์ในช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ทั้งหมดพัวพันอยู่ในความเป็นสังคมประชาธิปไตยของไทย ที่มีการประท้วง สูญเสียชีวิต

 ซึ่งไทยมีกระบวนการยุติธรรมที่ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ไม่มีการเมืองเข้าแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็นคดีที่เกิดขึ้นกับพ.ต.ท.ทักษิณ หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ หรือคดีของตน ต่างก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่เคยหนีศาล ทุกอย่างคณะทูตต่างประเทศได้รับทราบผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศมาโดยตลอด

 “สำหรับส.ส.และส.ว.รวมทั้งรัฐมนตรีบางคนที่อยากเชิญอดีตนายกฯเราก็ได้ป้อนข้อมูลให้เขา เราได้ทำมาโดยตลอด สถานทูตไทยก็ได้ดำเนินการแล้ว เพื่อจะบอกว่าอะไรเป็นอะไรว่าวันนี้กระบวนการปรองดองของไทยอยู่ที่ไหน การเมืองของไทยก็กลับมาสู่รัฐสภา ที่มีการพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญอย่างน้อย 2 เรื่อง ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการปรองดองได้ในกระบวนการปฏิรูปการเมือง ต่างประเทศก็เฝ้ามองอยู่ ต่างประเทศก็ส่งคนมาให้คำแนะนำอยู่ รัฐบาลไม่ได้ปิดบังอะไร เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ไม่ได้เกรงกลัว ไม่หวั่นอะไรทั้งสิ้นว่าใครอยากจะรู้หรือไม่อยากรู้อะไร เราทำด้วยความโปร่งใส ส่วนเรื่องที่ยังติดค้าง เช่น สังคมในอิตาลี ญี่ปุ่น ที่ยังติดใจเรื่องผู้สื่อข่าวเสียชีวิต กระบวนการยุติธรรมของไทยก็กำลังสอบสวนอยู่ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ จึงขอให้สบายใจ อย่าไปหวั่นไหวกับข่าวที่ทำให้ไม่สบายใจ หลายกรณีก็เป็นแค่การสร้างข่าว ปล่อยข่าวขึ้นมาเท่านั้น ” นายกษิต กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าสรุปว่าเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่สามารถเข้าสหรัฐใช่หรือไม่ นายกษิตตอบว่า คิดว่าคำตอบมันอยู่ในตัว พ.ต.ท.ทักษิณเข้าหลายประเทศไม่ได้ เข้าสหรัฐไม่ได้ เมื่อถามว่าสิ่งที่นายกฯ มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการจะดำเนินการอย่างไร นายกษิต ตอบว่า ทำไปแล้ว เรามีนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี และมีนายนรชิต สิงหเสนี เอกอัครราชทูตประจำ นครนิวยอร์ก สหประชาชาติ อยู่แล้ว และป้อนข้อมูลให้กับสถานทูตทุกประเทศอยู่แล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าจะมีการสอบถามไปยังทางการสหรัฐหรือไม่ถึงกรณีดังกล่าว นายกษิต ตอบว่า แน่นอน ทางสถานทูตไทยก็ต้องไปพบกับส.ส. และส.ว. และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งฝ่ายเลขาธิการของซีเอสซีอีว่าเป็นมาอย่างไร มีข้อสงสัยอะไร ซึ่งเราต้องป้อนข้อมูลให้ทราบ ส่วนแนวทางการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เราต้องทำ โดยหากรู้ข้อมูลก็จะแจ้งให้อัยการสูงสุดรับทราบ เมื่ออัยการสั่งกลับมาเราก็ดำเนินการ เป็นหลักปฏิบัติที่ทำมาตลอดเวลา และไม่ใช่การตามล้างตามเช็ด ตนพยายามจะไม่ให้ข่าว เดี๋ยวจะหาว่าตนกลั่นแกล้ง และจะเกิดคะแนนสงสาร