
เด็กเหยื่อกระสุนถนนหลวงโคม่าย้ายเข้าพระปกเกล้า
"น้องโตมี่" วัย 12 ปี เหยื่อแก๊งซิ่ง จยย. ยิงถล่มบนถนนหลวง อาการโคม่า หมอให้ญาติทำใจ ขณะที่พ่อขอย้ายไปรักษาที่ รพ.พระปกเกล้า หลังหมดค่ารักษาไปแล้วกว่า 2 แสน ตร.เร่งตามล่าคนร้าย คาดสาเหตุไม่พอใจไม่หลบรถให้ หรือเป็นพวกวิปริตชอบไล่กวดยิงรถเก๋ง ยันรู้ลักษณะร
ความคืบหน้ากรณี ด.ช.โภคิน ดีผิว หรือโตมี่ อายุ 12 ปี ถูกคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนั่งมาในรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนป้ายแดง ก 3271 ปทุมธานี มากับญาติพี่น้องรวม 7 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ รพ.นวนคร จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามอาการของ ด.ช.โภคิน โดยมีนายสุพัฒน์ และนางสำรวย ผิวดี พ่อและแม่ รวมทั้งญาติพี่น้องมาคอยเฝ้าดูอาการที่หน้าห้องไอซียู
นพ.ส่งเสริม พานิชชาภรณ์ แพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า ด.ช.โภคิน มีอาการทรุดลง และยังไม่มีการตอบสนอง กระสุนถูกที่สมองจนสมองตาย หัวใจเต้นช้าลงอยู่ที่ 50-60 ครั้ง ความดันอยู่ที่ 70-80 ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลา ได้บอกญาติๆ ให้ทำใจ แต่ทราบว่าญาติต้องการที่จะย้ายไป รพ.พระปกเกล้า กทม. ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้ประสานไปแล้ว
ด้านนายสุพัฒน์ กล่าวว่า จำเป็นต้องย้ายลูกชายไปที่ รพ.พระปกเกล้า เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากใช้เงินไปแล้วเกือบ 2 แสนบาท หากไปอยู่ รพ.พระปกเกล้า ซึ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐ เชื่อว่าจะสามารถรักษาต่อได้โดยยินดีที่จะไปกู้เงินมารักษาลูก เชื่อว่ายังมีความหวัง ส่วนเรื่องทางคดีนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน แต่เท่าที่ทราบเคยเกิดเหตุมาแล้วในลักษณะนี้ 5-6 ราย ก็ยังไม่สามารถจับกุมได้
นายสุพัฒน์กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ปกติตนจะขายของอยู่ที่ตลาดรัตนชัย หมู่บ้านไทยธานี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยลูกๆ จะอยู่กับนางเฉลียว ผู้เป็นย่า ที่ อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ก่อนเกิดเหตุเวลา 17.00 น. วันที่ 4 ธันวาคม นายจักรพันธ์ ดีผิว อายุ 21 ปี ลูกชายคนที่ 2 ได้ขับรถยนต์คันที่เกิดเหตุกลับจากไปรับ ด.ช.โภคิน และ ด.ช.เสก ดีผิว อายุ 11 ปี ด.ช.ณัฐวุฒิ ซึ่งเป็นหลาน และนางเฉลียว ผู้เป็นย่า ที่ จ.ลพบุรี มีนายสุทัศน์ ดีผิว อายุ 23 ปี และ น.ส.สุกัญญา บุญดี อายุ 22 ปี นั่งมาด้วย โดย ด.ช.โภคิน นั่งมาที่เบาะหลัง
นายจักรพันธ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร และขับรถมาตามปกติ จนกระทั่งรถวิ่งมาตามถนนสายเอเชียมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ผ่านศูนย์การค้าอยุธยาพาร์ค อ.พระนครศรีอยุธยา และผ่านห้างบิ๊กซี อยุธยา ปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์ขนาดเกิน 150 ซีซี สีดำ หน้ากากสีแดง มีคนขี่และคนซ้อนท้ายใส่เสื้อคลุมสีดำ สวมหมวกกันน็อกสีดำ วิ่งนำหน้า แล้วพยายามปาดซ้ายขวารถคันที่อยู่ข้างหน้า จนต้องหลีกทางให้ โดยรถของตนซึ่งวิ่งทางขวาก็พยายามที่จะแซงรถจักรยานยนต์ขึ้นไป แล้วก็เกิดการแซงกันไปมา คาดว่ารถจักรยานยนต์คงไม่พอใจ จึงขี่ไล่กวดมาถึงทางต่างระดับเขต ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา คนร้ายจึงกระหน่ำยิงไล่หลังนับสิบนัด ก่อนที่จะแยกซ้ายออกไปทางถนนพหลโยธิน ทำให้กระสุนถูกที่ประตูซ้ายหน้า 1 นัด ประตูด้านหลังซ้าย 2 นัด บังโคลนซ้ายล่าง 1 นัด กันชนท้าย 2 นัด สปอยเลอร์บน 1 นัด กระจกหลัง 2 นัด กระโปรงหลัง 2 นัด และกระจกประตูขวาหลัง 1 นัด รวม 12 นัด
หลังเกิดเหตุตนพยายามขับหนี จนมาลงทางต่างระดับฝั่งประตูน้ำพระอินทร์ ก็พบว่ากระสุนปืนถูก ด.ช.โภคิน สมองไหลออกมา แล้วยังไปถูก ด.ช.ณัฐวุฒิ หลานชาย นางเฉลียว กระสุนถูกที่ขาถากไป และนายสุทัศน์ กระสุนถากเข้าที่หลัง จึงรีบขับไปยังรพ.นวนคร ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด ส่วน ด.ช.ณัฐวุฒิ ถูกกระสุนเข้าที่สีข้าง ญาติมารับไปรักษาที่ จ.ลพบุรี
พ.ต.ท.สมศักดิ์ พลพันขาง สารวัตรเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า ได้สอบปากคำผู้บาดเจ็บไว้บ้างแล้ว และอยู่ระหว่างการสืบหารถต้องสงสัย ซึ่งมีรถที่มีขนาดใหญ่ในพื้นที่และใกล้เคียงไม่กี่คัน โดยได้นำภาพไปให้ผู้บาดเจ็บและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ดูแล้ว ผู้เสียหายสามารถยืนยันลักษณะของรถได้ จึงประสานชุดสืบสวนในการติดตามรถต้องสงสัยแล้ว
ด้าน พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ผินแสง สว.สส.สภ.พระอินทร์ราชา กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และเป็นคดีสะเทือนขวัญ ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงกำชับให้ติดตามคนร้ายให้ได้ และให้ระมัดระวัง เนื่องจากคนร้ายมีพฤติกรรมต่อสู้ โดยเบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากการที่รถคันดังกล่าวอาจจะขี่เป็นเจ้าถนน รถทุกคันที่วิ่งบนถนนต่างก็หลบให้ แต่รถคันที่เกิดเหตุไม่หลบ แล้วยังวิ่งแซง อาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจ จึงได้วิ่งไล่กวดยิง และอาจจะเป็นพฤติกรรมของคนร้ายที่มีจิตใจวิปริต ที่ชอบเอาปืนไปไล่กวดยิงรถเก๋ง ซึ่งเคยมีเหตุการณ์ยิงรถโดยไม่ทราบสาเหตุนี้หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ เนื่องจากเจ้าทุกข์ไม่ได้ตามเรื่อง และไม่สามารถบอกรูปพรรณของรถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุได้ แต่ครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถจับกุมได้ เนื่องจากรู้ลักษณะรถและตำรวจตามประกบอยู่แล้ว
ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รองผู้บังคับการ ศูนย์สืบสวน บชภ.1 ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีนี้ ได้เดินทางมาประชุมวางแนวทางในการติดตามคนร้าย โดยมี พ.ต.ท.ประสงค์ เทพรักษ์ สวญ.สภ.พระอินทร์ราชา และชุดสืบสวนเข้าร่วมประชุม และมีชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน ท้องที่ติดต่อเข้าประชุมด้วย โดยมุ่งการติดตามไปที่เรื่องอาวุธปืน รถจักรยานยนต์ และกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ บนถนนสายเอเชีย ซึ่งพบว่ามีไม่กี่กลุ่มที่ใช้รถประเภทนี้



