ข่าว

ทองคำแท่งพุ่งทะลุบาทละ2หมื่นแนวโน้มราคาขึ้นต่อ-เตือนซื้อขายระวังผันผวน

ทองคำแท่งพุ่งทะลุบาทละ2หมื่นแนวโน้มราคาขึ้นต่อ-เตือนซื้อขายระวังผันผวน

08 ธ.ค. 2553

ราคาทองคำในประเทศทะยานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทะลุ 2 หมื่นบาท เหตุนักลงทุนแห่ซื้อเก็งกำไรหลังเงินดอลลาร์อ่อนค่า เชื่อเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัว พ่อค้าทองมองแนวโน้มขึ้นต่อเนื่องไปถึงปีหน้า เตือนลงทุนต้องระวังความเสี่ยง

ราคาทองคำในประเทศ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา ปรับตัวสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์อีกครั้ง โดยราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 20,150 บาท และรับซื้ออยู่ที่บาทละ 20,050 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 20,550 บาท และรับซื้ออยู่ที่บาทละ 19,753.48 บาท นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด กล่าวว่า ราคาทองคำปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ยังไม่ฟื้นตัว จึงเข้าไปลงทุนในทองคำมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับสูงขึ้นแตะระดับ 1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลงเล็กน้อย ส่งผลให้ราคาทองคำปรับสูงขึ้นทำสถิติใหม่ และมองว่ายังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยปีหน้าคาดว่าราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นและเห็นที่ระดับ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งราคาที่ปรับขึ้นไปอีก 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จะมีผลต่อราคาทองคำในประเทศที่ราว 1,000 บาทต่อ 1 บาททองคำ

 “ปีหน้ามองว่าเงินบาทจะเป็นอุปสรรคต่อแนวโน้มราคาทองน้อยกว่าปีนี้ ส่งผลดีต่อราคาทองให้มีแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง แม้เงินบาทจะแข็งค่าแต่เชื่อว่าจะช้าลง” นพ.กฤชรัตน์ กล่าวและว่า นักลงทุนที่จะลงทุนในทองคำต้องถามตัวเองด้วยว่าสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน และหากเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ แนะนำให้ศึกษาเรื่องการลงทุนก่อน และควรที่จะเริ่มลงทุนในจำนวนที่น้อย เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนให้ดีขึ้น

 นอกจากนี้ นักลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงที่ว่าแม้ภาพรวมของทองคำจะมีแนวโน้มขาขึ้น แต่ก็มีโอกาสแกว่งตัวได้มากขึ้น เช่น ราคาทองคำสามารถขึ้นและลงได้ในราคา 300-400 บาทภายในหนึ่งวัน

 นายพิทยา พิสุทธิกุล เลขาธิการสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ราคาขายทองคำ ทำสถิติสูงสุดในรอบประวัติศาสตร์ปรับขึ้นมา 200 บาท เนื่องจากนักเก็งกำไรมีการย้ายฐานการลงทุนมาลงทุนในทองคำมากขึ้น หลังจากนายเบน เบเนเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศว่าอาจจะมีการอัดฉีดเม็ดเงินมากกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ระบบ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติการเงินสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีความกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาหนี้สาธารณะของยุโรปที่ลุกลามมายังโปรตุเกส สเปน และอิตาลี ทำให้นักลงทุนเก็งกำไรทองคำในตลาดโลกอยู่ที่ 1,428 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

 อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังคงแข็งค่าทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้นไม่มาก หากเงินบาทอยู่ระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาทองคำในประเทศจะต้องอยู่ที่  25,000-28,000 บาท