ข่าว

 หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก

หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก

08 ธ.ค. 2553

เช้ามืดของวันนี้ เมื่อ 69 ปีที่แล้ว คือช่วงหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่สอง คือวันที่กองทัพญี่ปุ่นเปิดฉากรุกรานประเทศในเอเชียแปซิฟิก รวมถึงไทย โดยบุกโจมตีไทยอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดที่บริเวณอ่าวมะนาว จ.ประจวบคีรีขันธ์

ด้วยการยกกองกำลังทหารประมาณ 4 พันนายพร้อมกองเรือรบ ในขณะที่ไทยเรามีทหารเพียงร้อยกว่าคน แต่ทหารแห่งกองบินน้อยที่ 5 ของกองทัพอากาศทุกนายก็สู้ยิบตาด้วยจิตใจหาญกล้าถวายชีวิตเป็นชาติพลี จนเมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงบ่ายของวันที่ 9 ธันวาคม หลังจากที่ทหารญี่ปุ่นตายไปกว่า 400 คน ขณะที่ทหารไทยสูญเสียไปราว 40 คน รัฐบาลไทยก็ประกาศยุติการสู้รบ ยอมให้ทหารญี่ปุ่นเคลื่อนทัพผ่านไปยังประเทศพม่าได้

 เมื่อวันหยุดสามวันที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปพักสมองทางตอนใต้ของประเทศ ใช้วิธีขับรถไปเองเรื่อยๆ หิวที่ไหนกินที่นั่น เริ่มจากอาหารเช้าแถวๆ ปั๊มน้ำมันย่านคลองโคลน แม่กลอง มีปั๊มใหญ่กว้างขวาง ร้านอาหารให้เลือกมากมาย ที่น่าสนใจคือก๋วยเตี๋ยวปลาที่ขึ้นป้ายว่าปลาเก๋าแท้ ลองชิมดูแล้วก็คิดว่าน่าจะแท้จริงๆ ตามที่เขียนเอาไว้ ราคาก็พอรับได้ ตบท้ายด้วยกาแฟรสเข้ม ก่อนจะขึ้นรถก็หันไปเห็นรถเข็นขายองุ่นไร้เมล็ด สอบถามราคาต่อรองได้ ถูกกว่ากรุงเทพฯ เยอะ เลยอุดหนุนกันไป คุยกับแม่ค้าอัธยาศัยดีได้ความว่าเป็นลูกจ้างของ "เถ้าแก่” วัยหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งวิ่งขายองุ่นกับไอศกรีมมะพร้าวในหลายๆ ปั๊มในภาคใต้ ไล่ตั้งแต่มหาชัยลงไป ไอศกรีมของเขาก็อร่อยชื่นใจ ขายมาหลายปีแล้ว กิจการไปได้ดีพอสมควร

 หลุดจากคลองโคลน ผมขับเลยหัวหินไปโดยใช้ถนนบายพาส เป้าหมายคือปากน้ำปราณบุรี ความที่เป็นวันหยุดยาวถนนก็เลยเต็มไปด้วยรถยนต์ทำให้กว่าจะถึงปราณบุรีก็หิวพอดี ที่นี่วันนี้พัฒนาไปพอสมควร มีทั้งรีสอร์ท ที่ทันสมัยเท่ๆ ราคาแพง ร้านอาหารสวยๆ ก็เกิดขึ้นหลายแห่ง อาหารทะเลที่นี่รสชาติดีเกือบทุกร้าน ข้อสำคัญคือสด และราคาสมเหตุสมผล ไม่ฉวยโอกาสโขกสับเหมือนเมืองท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่มีราคาสูงมากจนน่ากลัวคือ ราคาที่ดินใกล้ชายทะเลปราณบุรี ราคาไร่ละ 700,000 - 4,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับความสวย ความสะดวก ความใกล้ทะเล

 จากปราณบุรีไปก็มีที่ท่องเที่ยวมากมายตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็นอุทยานเขาสามร้อยยอด เขาแดง ถ้ำพระยานคร หาดสามพระยา เขาช่องกระจก อ่าวมะนาว ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ตามที่เกริ่นไว้แต่ต้นเรื่อง หว้ากอ หาดวนกร น้ำตกห้วยยาง เลยประจวบฯ ไปก็เป็น อ่าวแม่รำพึง เกาะทะลุ เกาะสิงห์ หาดบางเบิด ฯลฯ เรียกว่าเที่ยวกันสามวันสามคืนไม่ครบ

 นานๆ ได้ขับรถเองไปไกลๆ ก็ดีเหมือนกัน ทำให้ได้รู้ว่าเดี๋ยวนี้ถนนหนทางบ้านเราช่วยให้ขับรถทางไกลๆ ง่ายขึ้น สะดวกสบายขึ้นเยอะ ยิ่งถ้าเป็นรถสมัยใหม่ที่มีระบบบอกเส้นทาง หรือเนวิเกเตอร์ด้วยแล้วยิ่งสะดวกขึ้นไปอีก เพราะมีหลากหลายเส้นทางให้เลือก ไม่ต้องไปแออัดบนถนนเส้นเดิมๆ แถมได้วิวใหม่ๆ บรรยากาศสองข้างทางใหม่ ร้านรวงแปลกๆ ใหม่ๆ แบบบ้านๆ ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้แก่การเดินทางมากขึ้น 

 เสียอยู่อย่างเดียว เวลาวันหยุดยาวแบบนี้ทีไร มีอันจะต้องมีขบวนรถทัวร์ท่องเที่ยวที่มีรถตำรวจนำทางวิ่งกันให้เยอะไปหมด ทำให้สงสัยว่าเวลาที่เราจะไปเที่ยว ไปทัศนาจร ไปทอดผ้าป่า ทำไมถึงต้องมีรถตำรวจนำด้วย แล้วจะได้บุญไหมนะถ้าระหว่างแล่นก็ได้สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้ผู้ร่วมใช้ถนนที่เขาก็จะไปเที่ยวเหมือนกันไปตลอดเส้นทาง แถมรถทัวร์เช่าเหล่านี้นานๆ จะขับโดยมีรถตำรวจนำสักทีก็มักจะขับด้วยความฮึกเหิมคึกคะนองไปตลอด ไม่บันยะบันยัง

 ก็อยากจะวิงวอนว่าขบวนท่องเที่ยวทัศนาจร ทอดผ้าป่า ฯลฯว่าขับกันให้ช้าๆ หน่อยได้ไหม เริ่มจากที่รถนำหน้าเป็นสำคัญ แล้วตามด้วยการอบรมโชเฟอร์รถทัวร์ทั้งหลายที่ร่วมขบวน เพราะถ้าคันนำขับเรียบร้อย สุภาพ ไม่ออกมาขวางทางอยู่เลนนอก คันที่ตามมาในขบวนก็มักจะไม่แตกนอกแถว เข้าทำนองถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก หรอกครับ

เล่าสู่กันฟัง
บัญญัติ คำนูณวัฒน์