ข่าว

"ทักษิณไม่กล้าเสี่ยงเข้าสหรัฐ"

"ทักษิณไม่กล้าเสี่ยงเข้าสหรัฐ"

08 ธ.ค. 2553

กลายเป็นประเด็นที่ยกกันมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่องจากวันหยุดหลังจาก "นพดล ปัทมะ" ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกมาแถลงว่าคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา คือ คณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี)เชิญ "ทักษิ

"ซีเอสซีอี" ประกอบไปด้วยวุฒิสมาชิก 9 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐสภาสหรัฐอเมริกา 9 คน จากทุกพรรคการเมือง "นพดล" อ้างว่า "ทักษิณ" ตอบรับคำเชิญจะเดินทางไปกรุงวอชิงตัน เพื่อให้ข้อมูลในวันที่ 16 ธันวาคมนี้

 "นพดล"  เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวต้องการทราบความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาการละเมิดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพของสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะที่เกิดจากการคงไว้ซึ่ง พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน

 "รศ.นพนิธิ สุริยะ" อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงความเห็นว่า ไม่แน่ใจว่าทักษิณจะเดินทางไปหรือไม่ แต่ถ้าเป็นตนเองจะเดินทางไปให้ข้อมูล เพราะถือเป็นโอกาสที่จะได้ชี้แจงข้อสงสัยที่ทั่วโลกมองว่าทักษิณอยู่เบื้องหลังหรือเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง

 "นพนิธิ" มองว่า การที่กรรมาธิการชุดนี้เชิญไม่เกิดขึ้นบ่อยถ้าทักษิณไปให้ข้อมูลก็เพื่อต้องการให้เกิดความปรองดอง อยากให้ชาติเดินหน้าต่อไปได้ และอยากสลัดความเชื่อเก่าๆ ที่ติดตัวทักษิณเช่นข้อกล่าวหาเรื่องต่างๆ

 "ถ้าเป็นผมจะไปเพื่อเคลียร์ข้อกล่าวหาคำว่าก่อการร้ายว่าได้ทำหรือไม่ เพราะก่อการร้ายไม่จำเป็นต้องเป็นคนกระทำก็เป็นผู้ก่อการร้ายได้แต่การไปครั้งนี้คุณทักษิณอาจจะถูกถามเรื่องกรณีคนหาย 2,500 คน ซึ่งคุณทักษิณก็ต้องคิดว่าจะตามคำถามนี้อย่างไรตอบไปแล้วจะลบล้างข้อกล่าวหาได้หรือไม่ สุดท้ายคุณทักษิณอาจกลายเป็นจำเลย ถ้าไม่มีข้อมูลคุณทักษิณอาจไม่ไปก็ได้" นพนิธิ กล่าว

 การไปให้ข้อมูลเรื่องการสลายชุมนุมที่แยกราชประสงค์ "นพนิธิ" กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นผู้ที่มาร่วมชุมนุมส่วนหนึ่งเป็นผู้มีอุดมการณ์แต่ถามว่ามีอุดมการณ์อย่างเดียวโดยไม่มีเหตุอื่นรวมอยู่ด้วยจะชุมนุมได้นานขนาดนั้หรือไม่ ต้องดูสภาพแวดล้อมการชุมนุมด้วย

 แต่สำหรับมุมมองเจ้าของฉายา "ซีไอเอเมืองไทย" น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และอดีตรมว.ต่างประเทศ กลับเชื่อว่า "ทักษิณ" จะไม่เดินทางไปสหรัฐตามคำเชิญ เพราะขณะนี้ทักษิณมีหมายจับอยู่ใน "คดีผู้ก่อการร้าย" และ "คดีอาญากรณีที่ดินรัชดา" ซึ่งคดีได้พิพากษาถึงที่สุดแล้วศาลสั่งจำคุก 2 ปี  และขณะนี้หมายจับก็ส่งไปทั่วโลกแล้ว จึงคิดว่าทักษิณต้องการสร้างข่าวเท่านั้นไม่คิดจะเดินทางไปสหรัฐจริงๆ

 นอกจากหมายจับทักษิณที่ถูกส่งไปยังสถานทูตทั่วโลกแล้ว "ประสงค์" ได้ยกเหตุผลที่ทำให้ "ทักษิณ" ไม่น่าเดินทางไปสหรัฐ เนื่องจากการเข้าให้ข้อมูลต่อ "ซีเอสซีอี" เปรียบเทียบเท่ากับฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีอำนาจสั่งการให้ "ทักษิณ" เข้าหรือไม่เข้าประเทศสหรัฐ เพราะอำนาจสั่งการในเรื่องนี้อยู่ที่ "ฝ่ายบริหาร"

 "สหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยทำให้ "ทักษิณ" ไม่กล้าเสี่ยงจะเข้าประเทศเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ เยอรมนี จีน และแถบยุโรปอีกหลายประเทศ คุณทักษิณ เคยถูกสื่อในเครือวอชิงตันโพสต์จัดอันดับเป็น 1 ใน 5 อดีตผู้นำที่เลว" น.ต.ประสงค์ กล่าว

 "ประสงค์" ได้ตั้งข้อสังเกตหลังจาก "นพดล" ออกมาให้ข่าวดังกล่าวทำไมคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนชั้นนำของสหรัฐอเมริกาจึงต้องเจาะจงเฉพาะ "ทักษิณ" ให้ไปชี้แจงในเรื่องการสลายการชุมนุมว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้รับการร้องขอหรือล็อบบี้จาก "ทักษิณ" หรือไม่ เพราะเชื่อว่าอยู่ดีๆ คงไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา
 
 นอกจากนี้ "ประสงค์" ยังสงสัยทำไม "ซีเอสซีอี" จึงเจาะจงหยิบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนเฉพาะช่วงสลายม็อบที่ราชประสงค์มาพิจารณาในเมื่อพฤติการณ์ของ "ทักษิณ" สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีก็ถูกมองว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่องการปราบปรามยาเสพติด, เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิตจำนวน 78 คน เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ ถือเป็นเรื่องใหญ่มากทำไมกรรมาธิการชุดนี้ไม่สนใจ

 แต่ถ้า "ทักษิณ" เดินทางไปสหรัฐเพื่อให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการชุดนี้ "ประสงค์" อดสงสัยไม่ได้ว่าจะซักถาม "ทักษิณ" เรื่องอะไร ถ้าถามเฉพาะเรื่องเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะสมัยที่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีก็เคยละเมิดสิทธิมนุษยชนไว้หลายเรื่อง และฝ่ายบริหารของสหรัฐก็ขึ้นแบล็กลิสต์อยู่คงไม่ปล่อยให้ทักษิณที่ถูกหมายจับคดีผู้ก่อการร้ายเข้าประเทศ

 ส่วนที่มีการพูดว่าเรื่องนี้อาจเป็น "กับดัก" เพื่อจับกุมทักษิณส่งให้ประเทศไทยต่างตอบแทนกรณีวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธข้ามชาติ "ประสงค์" ไม่เชื่อว่าจะเป็นลักษณะดังกล่าว เพราะสหรัฐมีวุฒิภาวะพอที่จะไม่ทำเพื่อให้ถูกครหา

 "ประสงค์" ตำหนิการทำหน้าที่ของรัฐบาลในการนำตัว "ทักษิณ" มาดำเนินการเนื่องจากมีความล่าช้าดูเหมือนไม่มีความจริงจังที่จะติดตามตัว "ทักษิณ" มาดำเนินคดีทั้งที่มีตำรวจสากลที่ติดต่อได้ทั่วไป

 "เพียงแค่ถอดยศคุณทักษิณ ก็ปล่อยให้คดีทอดมานานถึง 2 ปี เพราะหลังจากศาลตัดสินจำคุก เพราะทำผิดกฎหมายก็สามารถถอดยศได้แล้ว แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ทำอะไรทั้งที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตราบใดไม่ถอดยศคุณทักษิณถือว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจ เพราะขนาด อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ซึ่งเป็นลูกจ๊อกอยู่กัมพูชา รัฐบาลก็เอาตัวมาดำเนินคดีไม่ได้ โยนเรื่องไปมาเหมือนรอวันยุบสภาเท่านั้น" อดีตซีไอเอเมืองไทย กล่าวปิดท้าย

สมถวิล เทพสวัสดิ์