ข่าว

อภิสิทธิ์สั่งเบรกขึ้นเงินเดือน"อบต."

อภิสิทธิ์สั่งเบรกขึ้นเงินเดือน"อบต."

07 ธ.ค. 2553

"นายกฯ" สั่งเบรกขึ้นเงินเดือน"อบต." อ้างเหตุกรณี"ส.ก.-ส.ข."เคยขอขึ้นแต่ยังไม่ได้ ชี้หากปรับต้องดูภาพรวม ให้ทำรายงานกลับมาเสนอในสัปดาห์หน้า อบต.เหนือเฮขึ้นค่าตอบแทนยกระดับการบริหารท้องถิ่นเทียบเท่าสากล

(7ธ.ค.)  นายศุภชัย ใจสมุทธ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีมติเห็นชอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยเรื่องการเพิ่มค่าตอบแทน ให้ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตามที่กระทรวงเสนอ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีระบุว่า     มอบหมายให้ให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวการปรับขึ้นค่าตอบแทนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนำไปเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐในส่วนอื่นที่ต้องการปรับขึ้นเงินค่าตอบแทบด้วย เช่น เทศบาลสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.)สมาชิกสภาเขต(สข.)รวมถึงรวมทั้งปัญหาค่าครองชีพต่างๆ อาทิ ค่าจ้างขึ้นต่ำ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้า 14 ธค.อีกครั้ง  

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการขึ้นค่าตอบแทนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนายชวรัตน์ ได้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องขึ้นเงินเดือนนายกอบต. และบุคลากรอบต. เนื่องจากจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเทศบาล ซึ่งมีค่าตอบแทนสูงกว่า

 แต่นายอภิสิทธิ์ ได้ย้ำในที่ประชุมว่าการขึ้นค่าตอบแทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต้องยึดโยงกับการขึ้นค่าตอบแทนของส่วนอื่นๆด้วย ยกตัวอย่าง ส.ก.และส.ข. ที่เคยขอขึ้นเงินเดือนมานานแล้วแต่ยังไม่ได้ ซึ่งต้องรอให้พิจารณาให้สอดคล้องกับส่วนต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ

 ขณะที่นายชวรัตน์ พยายามอธิบายว่าการขึ้นค่าตอบแทนครั้งนี้ไม่ได้กระทบต่อเงินของรัฐแต่ใช้งบของอบต.เอง แต่นายกฯก็ยังเป็นห่วงว่าเมื่อนำงบของตัวเองไปขึ้นเป็นเงินเดือนแล้ว อบต.ก็จะใช้วิธีมาของบอุดหนุนแทน ดังนั้นขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยไปจัดทำรายละเอียดการขึ้นค่าตอบแทนครั้งนี้ โดยเปรียบเทียบกับข้าราชการส่วนอื่นๆ ในระดับเดียวกันกลับมารายงานครม.ในสัปดาห์หน้า

"ภท."ชี้"มท."มีอำนาจขึ้นเงินเดือน“อบต.”ได้เลย

นายศุภชัยในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เรื่องการขึ้นค่าตอบแทนให้กับองค์กรส่วนท้องถิ่น หรืออบต.นั้น นายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเรื่องนี้ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยฝากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปดูเรื่องหลักการเพิ่มค่าตอบแทน ซึ่งต้องยึดบุคลากรภาครัฐอื่นอย่างเหมาะสมด้วย พร้อมทำตารางเปรียบเทียบกันด้วย เช่น เทศบาล , ส.ก. , สข. แล้วนำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมในสัปดาห์หน้าด้วย และยังชี้แจงว่าอบต.ไม่มีการขึ้นเงินเดือนมานานแล้ว ซึ่งเทียบกับเทศบาลแล้วห่างกันอยู่มาก ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ชี้แจงต่อครม.ในส่วนต่างของเงินเดือนของบุคลากรจากเทศบาลด้วย โดยการขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่ใช้งบฯของท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วได้ทันที

 นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การปรับขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ถือเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สามารถทำได้เลย และจะมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 54 และตนไม่อยากให้สื่อมองว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ที่เรื่องนี้ถูกตีกลับ

 เมื่อถามว่า มีความขัดแย้งหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งความจริงแล้วการขึ้นเงินเดือนให้อบต.อบจ. เป็นอำนาจโดยตรงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ขณะนี้ก็ถือว่าได้ทำความเข้ากับนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมครม.ให้เข้าตรงกันแล้ว             

อบต.เหนือเฮขึ้นค่าตอบแทนยกระดับท้องถิ่นเทียบเท่าสากล

 นายวีระชัย แสงทองอร่าม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยกรณีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงนามในระเบียบกระทรวงมหาดไทยเพิ่มค่าตอบแทนให้กับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ว่า ทางสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ได้เสนอเรื่องดังกล่าวมาเป็นเวลายาวนานแต่ได้รับการปฏิเสธ ทั้งนี้ ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลถือว่ามีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบมากมาย เรียกได้ว่าเป็นประเทศขนาดเล็กประเทศหนึ่งที่ได้รวมการบริหารจัดการเกือบเบ็ดเสร็จแล้ว นายกฯ มีภาระหน้าที่ในการบริหารงาน เป็นผู้ตัดสินใจทุกอย่าง

 แต่ค่าตอบแทนที่ผ่านมาถือว่าเล็กน้อยมาก รวมแล้วเฉลี่ยได้รับเพียงเดือนละ 11,400 บาทเท่านั้น หากนายกฯ ไม่มีจิตอาสาก็คงไม่สามารถเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ได้ โดยส่วนตัวเป็นนายกอบต.เวียงใต้มาเป็นสมัยที่ 3 แล้ว ทั้งนี้ เงินเดือนที่ได้น้อยกว่าตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลที่บางแห่งได้รับเงินเดือนกว่า 2 หมื่นบาท ตนผมคิดว่าไม่มีประเทศใดในโลกที่ผู้บริหารที่มีตำแหน่งสูงกว่าได้รับเงินเดือนน้อยกว่าลูกน้องเหมือนเช่นประเทศไทย

 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มค่าตอบแทนต้องสมเหตุสมผลไม่มากจนเกินไป เท่าที่ทราบคาดว่าจะมีการเพิ่มให้ 100% แต่ยังไม่ทราบตัวเลขที่แน่นอน แต่หากเพิ่มค่าตอบแทนเป็นเดือน 4-5 หมื่นบาท ตนก็รับไม่ได้เหมือนกัน ทั้งนี้ การเพิ่มค่าตอบแทนจะทำให้การบริหารจัดการเป็นไปตามหลักการบริหารระดับสากลมากขึ้น

 นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยที่ในอนาคตจะให้มีการลดจำนวนสมาชิกสภาฯ ให้เหลือหมู่บ้านละ 1 คนจากตอนนี้ที่มีหมู่บ้านละ 2 คนและลดตำแหน่งรองนายกอบต.ให้เหลือเพียง 1 คนจากตอนนี้ที่มีจำนวน 2 คน จะเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณ นำเงินในส่วนดังกล่าวไปใช้บริหารจัดการในส่วนอื่นๆ ได้

 นายพิทักษ์ ตุ้มอินอมร นายกองค์การส่วนตำบลขุนคง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ห็นด้วยกับการเพิ่มค่าตอบแทนในตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่าค่าตอบแทนและเงินเดือนสำหรับคนที่ทำงานนั้นถือว่าน้อยมาก ถือเป็นการสร้างกำลังใจเล็กๆ น้อยให้กับคนทำงานต้องย้ำว่าสำหรับนายกที่ทำงานจริงๆ แต่หากนายกฯ ที่ไม่ได้ทำงานเข้าสำนักงานเดือนละครั้ง หรือแค่สัปดาห์ละครั้ง ตนคิดว่าเงินค่าตอบแทนแค่นี้ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว

 "ตำแหน่งนายกอบต.แต่ละแห่งมีภาระหน้าที่มากมาย ปัจจุบันตัวเองได้ค่าตอบแทนและเงินเดือนเพียงเดือนละ 10,200 บาทเท่านั้น ซึ่งน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานที่ต้องทำเกือบ 7 วัน ยังมีเบี้ยทางสังคม ภาษีสังคมที่ต้องจ่ายทั้ง งานศพ งานทำบุญ งานบวช และอื่นๆ อีกจิปาถะในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือตอบปฏิเสธได้ แต่ผมก็เต็มใจที่จะจ่ายเพื่อประชาชนในพื้นที่" นายพิทักษ์ กล่าว