
นักธุรกิจสุโขทัยตกเป็นเหยื่อลูกสาว"ปิยะ"ด้วย
"ผกก.5 บก.ป." เผยนักธุรกิจชาวสุโขทัยลงทุนซื้อขายที่ดินทำเกษตร ร่วมกับลูกสาว "ปิยะ" สูญเงินกว่าพันล้าน จ่อจับอีกสอง ร่วมขบวนการโกงใน จ.สุโขทัย พบบางรายถูกหลอกทำงานในบริษัท นำสำเนาบัตรไปทำบัตรเครดิตถูกฟ้องจนหมดตัว
ความคืบหน้าการสืบสวนขยายผลคดีนางกันตนิษฐ์ และนายชาญชัย ชิ้นศิริ สองสามีภรรยา จัดฉากสวมศพสึนามิหนีหนี้กว่าหมื่นล้านบาท ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ สุขวัฒน์ธนกุล ผกก.5 บก.ป. กล่าวว่า ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนเพื่อแบ่งงานในการตรวจสอบกรณีการออกบัตรประชาชนให้ผู้ต้องหาทั้งสองในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี จ.สระบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรสาคร รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเปลี่ยนชื่อ สวมบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน
พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่ตรวจสอบพบเอกสารการเปิดบริษัทในชื่อต่างๆ ว่า มีผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาหลอกลวงเข้าให้ข้อมูลแล้ว 3 ราย โดยทั้งหมดถูกหลอกลงทุนทำธุรกิจน้ำมันสูญเงินไปรายละกว่า 10 ล้านบาท โดยจะประสานขอตรวจสอบการเปิดบริษัทจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง รวมถึงเรื่องการขอมีบัตรเครดิตจำนวน 34 ใบ ที่ยึดได้จากกระเป๋าเงินนายชาญชัย แต่พบว่าเป็นชื่อบุคคลอื่นก็จะได้ทำหนังสือถึงสถาบันการเงินแต่ละแห่งเพื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว นอกจากนี้จะได้ส่งหนังสือไปยังบริษัทประกันภัยที่นางกันตนิษฐ์และนายชาญชัยทำประกันชีวิตไว้เพื่อขอตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเช่นกัน
พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อปี 2544-2545 ผู้ต้องหาตั้งบริษัทปิยจิต จำกัด บริษัท ปานทรัพย์ จำกัด บริษัท เพิ่มพูนผล จำกัด โดยหลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุนเป็นกรรมการบริษัท โดยอ้างว่าจะได้เงินปันผลเป็นค่าตอบแทน จากนั้นได้นำบัตรประชาชนเหยื่อมาทำบัตรเครดิต แต่ต่อมาเมื่อบริษัทขาดทุนก็จะหลบหนีไป ปล่อยให้เจ้าหนี้ดำเนินการฟ้องร้องบริษัทดังกล่าว และกรรมการบริษัทซึ่งเป็นประชาชนที่ถูกหลอกให้ทำธุรกรรมต้องมารับใช้หนี้แทน บางรายหมดเนื้อหมดตัว ถึงกับต้องขายบ้านและที่ดินเพื่อมาใช้หนี้
“ข้อมูลล่าสุดที่ได้รับแจ้งคือ มีนักธุรกิจใน จ.สุโขทัย ทำธุรกิจซื้อขายที่ดินและทำการเกษตรร่วมกันกับคนทั้งสอง โดยผู้เสียหายสูญเงินไปกว่าพันล้านบาท ซึ่งนักธุรกิจคนดังกล่าวได้แจ้งความในข้อหาฉ้อโกงแก่ทั้งสองแล้ว นอกจากนี้ทรัพย์สินที่ถูกยักย้ายถ่ายเทพบว่าได้นำไปซื้อหุ้นกับบริษัทแห่งหนึ่งมูลค่าหลายล้านบาท คดีนี้ตำรวจท้องที่ใน จ.สุโขทัย ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว 2 คน จะได้ประสานข้อมูลกันต่อไป” พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ กล่าว
ส่วน ผกก.สภ.แห่งหนึ่งใน จ.สงขลา ที่ถูกระบุว่าเป็นเจ้าของรถที่ทั้งสองใช้อยู่ รวมทั้งเคยช่วยเหลือในเรื่องการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านนั้น พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจนมากกว่าเสียก่อนจึงจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้



