ข่าว

ปรับโซนนิ่งสถานบันเทิง
ข้อเสนอเพื่อความอยู่รอด

ปรับโซนนิ่งสถานบันเทิง ข้อเสนอเพื่อความอยู่รอด

08 ธ.ค. 2553

การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประกอบการสถานบันเทิงเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กว่า 1,000 แห่ง ที่นำลูกจ้างกว่า 3,000 คน รวมตัวชุมนุมถือป้ายประท้วง หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือผ่านเมืองพัทยา ถึง พ.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ในการขอขยายเวลาเปิด-ปิด สถานบันเทิงในเขตโซนนิ

  ส่วนวันศุกร์-เสาร์ ขอปิดเวลา 04.30 น. และสถานบันเทิงนอกเขตโซนนิ่ง วันอาทิตย์-พฤหัสบดี ขอปิดเวลา 03.30 น. และวันศุกร์-เสาร์ ขอปิดเวลา 04.00 น. ครอบคลุมช่วงไฮซีชั่น หรือตั้งแต่เดือนธันวาคม 2553-เมษายน 2554 เป็นความเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่งที่สะท้อนว่า หากให้สถานบันเทิงตามพื้นที่กำหนด เปิด-ปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนด

 กล่าวคือ  สถานบันเทิงในเขตโซนนิ่งปิดไม่เกินเวลา 01.00 น. และสถานบันเทิงนอกเขตโซนนิ่งให้ปิดไม่เกินเวลา 00.00 น.ของวันใหม่นั้น มีความไม่เหมาะสม เนื่องจากส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ มักจะเริ่มเข้ามาใช้บริการในช่วงตั้งแต่ 23.00 น.เป็นต้นไป ทำให้สถานบันเทิงมีเวลาบริการนักท่องเที่ยวเพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น 

 ดังนั้นการที่ต้องปิดให้บริการตามที่กฎหมายกำหนดจึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ นี่จึงเป็นที่มาในการเข้ายื่นหนังสือต่อ วิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เพื่อให้เป็นตัวแทนนำหนังสือถึงรัฐบาล เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการสถานบันเทิงในเขตเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

 ที่มาของการกำหนดพื้นที่ของสถานประกอบการ รวมไปถึงกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดสถานบันเทิง เกิดขึ้นในครั้งที่ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีแนวคิดในการจัดระเบียบสังคม โดยการออกกฎหมายพื้นที่เฉพาะขึ้นมา เพื่อป้องกันมิให้สถานบันเทิงเหล่านี้ฉวยโอกาสและเอาเปรียบสังคม ทั้งยังต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด 5 ข้อ คือ 1. ห้ามมิให้เปิดเกินตามเวลากำหนดทั้งในเขตโซนนิ่งและนอกเขตโซนนิ่ง

 2.ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ 3.ห้ามพกพาอาวุธปืนเข้าไปในสถานบริการ 4.ห้ามมั่วสุมยาเสพติดทุกประเภท และ 5.ห้ามโชว์ลามกอนาจาร ที่ผ่านมากฎหมายดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของผู้ประกอบการสถานบันเทิงเมืองพัทยาเป็นอย่างยิ่ง และแน่นอนว่า

ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงบางรายฝ่าฝืนด้วยการลักลอบเปิดเกินเวลาตามที่กฎหมายกำหนด สร้างปัญหาให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาโดยตลอด

 กระทั่ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีผู้ประกอบการสถานบันเทิงในเขตเมืองพัทยา บางรายเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เดินทางมาตรวจสอบ ก็พบว่ามีการเปิดให้บริการเกินเวลาจริง ซึ่งบางรายมีการเปิดถึงเวลา 06.00 น. และที่มากไปกว่านั้น พบว่าบางรายเปิดบริการไปจนถึงเที่ยงวัน

 จากเหตุผลดังกล่าว ป.ป.ท.จึงได้ทำหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ว่ามีการปล่อยปละละเลย พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องอยู่ภายใต้แนวทางดังกล่าวอีกครั้ง กระทั่งนำไปสู่การรวมตัวประท้วงเพื่อขอความเห็นใจในการขยายเวลาเปิด-ปิด และมีการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขออนุโลมยืดเวลาในการบริการออกไป

 ส่วนความคืบหน้าในเรื่องนี้มีสัญญาณ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ตั้งคณะกรรมการที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นมา เพื่อยกร่างกฎหมายโซนนิ่งใหม่ และขยายเขตให้มีความชัดเจนและเหมาะกับท่องเที่ยวอย่างเมืองพัทยา เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในท้องถิ่น คาดว่าภายในเดือนเมษายน 2554 นี้ ร่างกฎหมายโซนนิ่งฉบับใหม่จะถูกส่งเข้าสู่รัฐสภาเพื่อพิจารณาต่อไป และแน่นอนว่าการประกอบธุรกิจในขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย

" คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ - ศุภกร อรรคนันท์ "