ข่าว

ปลูกพืชอายุสั้นหลังน้ำท่วม

ปลูกพืชอายุสั้นหลังน้ำท่วม

08 ธ.ค. 2553

ช่วงนี้แม้ว่า ฝนจะน้อยลงก็ตาม แต่ทางใต้โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่ จ.พัทลุงลงไป ยังไม่พ้นวิกฤติน้ำท่วมเสียทีเดียว เพราะวันดีคืนดีฝนฟ้าก็ถล่มลงมาเป็นระยะ ดังที่ปัตตานีก็เตรียมอพยพผู้คน เพื่อเป็นการรองรับอาจเกิดน้ำท่วมซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง แต่ภาคอื่นๆ นั้นน้ำ

 ช่วงที่เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ได้สร้างความเสียหายให้พื้นที่การเกษตรพอสมควร บางคนสิ้นเนื้อประดาตัว บางคนก็ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ พอที่จะทำเป็นทุนปลูกพืชง่ายๆ ที่มีอายุสั้น และเก็บผลรายได้เร็ว แต่บางคนยังมองไม่ออกว่า ในพื้นที่ที่เคยน้ำท่วมเพราะต้องใช้เวลาพอสมควรในการที่จะปรับสภาพดิน เพราะสภาพดินบางแห่งได้รับความเสียหาย ซึ่งระหว่างการปรับหน้าดิน ควรหาอาชีพมารองรับ  อย่างน้อยช่วงเทศกาลปีใหม่ พอมีเงินฉลองกับลูกหลาน และได้ทำบุญตามประเพณีบ้าง

 เมื่อเร็วๆ นี้  ท่านอธิบดี จิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้แนะนำปลูกพืชน้ำท่วม และได้เงินเร็วอย่างน่าสนใจครับ คือในระหว่างที่เกษตรกรกำลังรอความชื้นในดินให้ลดลง หรือรอปรับปรุงโครงสร้างดินในแปลงนั้น ให้เกษตรกรหันมาปรับเปลี่ยนระบบการปลูกพืชใหม่ จากที่ปลูกลงดินเปลี่ยนมาปลูกในถุงพลาสติกหรือปลูกในกระถางแทน โดยเลือกชนิดพืชให้สอดรับกับความต้องการของตลาดในช่วงเทศกาลต่างๆ อาทิ คริสต์มาส ปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีน เป็นต้น

 พืชที่สามารถปลูกในถุงพลาสติกหรือกระถางได้ มีหลายอย่างครับ มีทั้งไม้ดอกไม้ประดับ และพืชผักสวนครัวที่คนไทยนิยมบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่การที่จะปลูกแต่ละอย่างขอให้เกษตรกรมองถึงกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับที่ตลาดมีความต้องการสูง และมีราคาแพงในช่วงฤดูหนาว อย่างเช่น สร้อยทอง ซาเวีย เบญจมาศ ดาวเรือง รวมทั้งไม้ตัดดอก เช่น เยอบีรา เป็นต้น

  ส่วนกลุ่มพืชผักที่มีโอกาสในตลาดช่วงฤดูหนาว ได้แก่ พืชผักรับประทานผลหรือฝัก เช่น มะระจีน ถั่วฝักยาว กระเจี๊ยบเขียว จะมีราคาสูงเนื่องจากช่วงฤดูหนาวจะเติบโตค่อนข้างช้า อัตราการติดฝักและติดผลต่ำ ทำให้มีปริมาณผลผลิตน้อย ราคาจะแพงมาก

 การปลูกไม้กระถางและไม้ดอกชำถุงมีต้นทุนไม่สูงครับ แต่ผลตอบแทนอยู่ในระดับที่ดี แต่ที่ท่านอธิบดีจิรากร บอกนั่นแหละ คือต้องให้สอดคล้องกับที่ตลาดต้องการ และขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศที่เกษตรอยู่ด้วย อย่างเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่สภาพอากาศเย็นค่อนข้างจะได้เปรียบ เพราะช่วงนี้ต้องยอมรับว่า ไม้ดอกเมืองหนาวเป็นที่สนใจ เพราะมีสีสันสวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาด บางคนซื้อปลูกเอง เพื่อความสวยงาม บางคนอาจซื้อเพื่อเป็นของฝากในช่วงเทศกาลสำคัญ

 แต่กระนั้นผู้ที่ไม่ถูกน้ำท่วม ก็สามารถปลูกได้เช่นกันนะครับ หากเกษตรกรสนใจจริงๆ หรือไม่มั่นใจด้านการตลาด  สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร โทร.0-2579-2759 หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร ศูนย์วิจัยพืชสวน ศูนย์วิจัยพืชไร่ใกล้บ้านครับ

 รับรอง ถ้าตั้งใจจริง ขยัน จะไม่มีวันอดหรอกครับ

"ดลมนัส  กาเจ"