
เปิดจ.ม.เชิญแม้วไปสหรัฐเจ้าตัวไปแน่
นพดล ยัน "ทักษิณ" ไปสหรัฐแน่ 16 ธ.ค. ชี้นายใหญ่คงประเมินความเสี่ยงแล้ว มั่นใจว่าจะไม่ถูกล็อคตัว เผย"ทักษิณ"เตรียมประเด็น ใช้อำนาจของรัฐบาลหลังเกิดการรัฐประหาร คดีความ"ทักษิณ" ถูกกล่าวหา และข้อมูลการใช้กำลังทหารสลายม็อบเสื้อแดงแจงกมธ.สหรัฐ โดยล็อบบี้ย
(7ธ.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงกลางเดือนธ.ค.ตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี) ว่า หลังจากที่ปรากฏข่าวออกไปทำให้เกิดการตื่นตัวทั้งรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ และพรรคประชาธิปัตย์ มีความพยายามที่จะหาข้อกฎหมายมาดำเนินการกับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ขณะนี้ยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะยังคงเดินทางไปตามกำหนดการเดิมคือวันที่ 16 ธ.ค. ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ถือพาสปอร์ตไทย แต่ใช้ของประเทศมอนเตเนโกร อย่างไรก็ตาม การจะเข้าประเทศสหรัฐอเมริกานั้นจะต้องมีวีซ่า ซึ่งในจุดนี้ตนยังไม่ได้สอบถามรายละเอียดจากพ.ต.ท.ทักษิณ แต่สุดท้ายจะได้วีซ่าหรือไม่นั้นต้องรอดู
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศสหรัฐอเมริกามีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนพ.ต.ท.ทักษิณกังวลหรือไม่ และได้ประเมินความเสี่ยงไว้มากน้อยแค่ไหน นายนพดล กล่าวว่า ไม่ทราบถึงความรู้สึกของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่การที่ท่านจะทำสิ่งใดนั้นคิดว่าคงประเมินแล้วทุกเรื่อง ถ้าตัดสินใจไปแล้วก็คิดว่าพร้อมและพิจารณาดีแล้ว ยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณตั้งใจจะไปชี้แจงข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรให้ประเทศไทยเสียหายอย่างแน่นอน การที่รัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ หรืออัยการสูงสุดจะดำเนินการใดๆ นั้นก็เป็นสิ่งที่ทำได้ คงไม่มีใครสามารถห้ามได้ แต่รัฐบาลก็ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นได้ชี้แจงข้อเท็จจริงบ้าง ไม่ใช่พูดอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนกรณีที่ระบุว่าจะส่งคนของรัฐบาลไปชี้แจงด้วยนั้นก็เห็นด้วยและควรทำ เพราะถึงอย่างไรกรรมาธิการของสหรัฐฯ ก็มีวิจารณญาณในการชั่งน้ำหนักว่าสิ่งไหนจริงหรือเท็จอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่อยากให้มีการขัดขวางกระบวนการสืบหาข้อเท็จจริงเท่านั้น
สำนักข่าวเอเอฟพี อ้างการเปิดเผยของนายนีล ไซมอน โฆษกคณะกรรมาธิการเฮลซิงกิ ซึ่งเป็นอีกชื่อของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของสหรัฐฯชุดเดียวกัน ที่ยืนยันว่า การเสวนาว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ พร้อมเปิดเผยว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้เขียนตอบหนังสือเชิญไปว่า รู้สึกยินดีกับข้อเท็จจริงที่ว่า ทางการสหรัฐฯได้ยอมรับว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมปีนี้ ควรได้รับการตรวจสอบอย่างครอบคลุมและเป็นอิสระ
ใช้อำนาจรัฐ-สลายแดงแม้วเตรียมแจงมะกัน
นายประชา ประพพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกมธ.กฏหมายการยุติรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฏร์ กล่าวกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปชี้แจงและให้ข้อมูลที่สหรัฐจากกรณีการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในประเทศไทยว่า ขณะนี้รัฐบาลค่อนข้างตื่นเต้นกับข่าวนี้มากและมีการพูดไปถึงขั้นว่าจะมีการขอให้สหรัฐอเมริกาส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ตนในฐานะเป็นประธานกมธ.ฯมองว่าพ.ต.ท.ทักษิณยังไม่เข้าข่ายสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเพราะไม่มีการหลบหนีไปสหรัฐโดยพลการ แต่การที่สหรัฐเชิญพ.ต.ท.ทักษิณไปให้ข้อมูลนั้นสหรัฐก็เป็นประเทศต้นแบบประชาธิปไตยอีกประเทศหนึ่ง ที่กำลังจับตาการล่วงละเมิดสิทธิในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการสลายการชุมนุมโดยใช้กำลังทหารหรืออาวุธความรุนแรงทำให้คนบาดเจ็บจำนวนมาก
ที่ผ่านมาไทยถูกจัดอันดับประเทศละเมิดสิทธิค่อนข้างสูงประกอบกับทักษิณเป็นอดีตผู้นำที่พาประเทศไทยเข้าสู่เวทีโลกและมั่นใจว่าการให้ข้อมูลของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องการทำลายประเทศไทย แต่เเป็นการให้ข้อเท็จจริงในอีกมุมหนึ่ง ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการแเบคเมล์ส่งตัวกลับนั้นพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้กังวลเรื่องนี้และคาดว่าจะตัดสินใจไปแน่นอนและเชื่อว่าการเชิญของสภาคองเกรสมีกฏหมายรธน.อเมริกาคุ้มครอง ตนในฐานะกมธ.อาจเดินทางไปสังเกตการณ์ด้วย
" หากมีการควบคุมพ.ต.ท.ทักษิณสังคมโลกก็จะรู้ถึงความไม่เป็นปชต.และการใช้อำนาจของรัฐบาลชุดนี้ " นายประชา กล่าว
แหล่งข่าวระบุว่า การเดินทางไปสหรัฐของพ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้ได้มีล็อบบี้ยีสต์คอยประสานในประเด็นที่จะพูดคือ การใช้อำนาจของรัฐบาลหลังเกิดการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ คดีความพ.ต.ท.ทักษิณที่ถูกกล่าวหา และข้อมูลการใช้กำลังทหารสลายการชุมุนมเสื้อแดง
เปิดจ.ม.เชิญแม้วไปสหรัฐเจ้าตัวไปแน่
นายเบนจามิน แอล. คาแดง คณะกรรมการเฮลซิงกิ ได้ทำจดหมายถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยได้ส่งผ่านไปยังสำนักงานทนายความของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ในกรุงวอชิงตัน ดีซี มีใจความว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (คณะกรรมการเฮลซิงกิ) ข้าพเจ้าขอส่งจดหมายเชิญมายังท่านเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ไทย ภายใต้ หัวข้อ “ประเทศไทย : ประชาธิปไตย , การบริหารประเทศ และสิทธิมนุษยชน” ในวันที่ 16 ธันวาคม เวลา 15.00 น. ณ สถานที่ซึ่งจะมีการยืนยันในอนาคต
ในฐานะที่เป็นพันธมิตรด้านความร่วมมือขององค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรปนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงในกรุงเทพฯ เป็นที่สนใจของคณะกรรมการเฮลซิงกิ และเมื่อไม่นานมานี้ กลุ่ม นปช.ได้ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยกล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์กระทำผิดต่อสิทธิมนุษยชนระหว่างการสลายการชุมนุม ซึ่งหากท่านสามารถให้มุมมองต่อสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เสรีภาพของสื่อมวลชน และเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ความพยายามของรัฐบาลไทยในการแก้ปัญหาเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดทางตอนใต้ของประเทศ และแนวทางที่สหรัฐอเมริกา รวมทั้งประชาคมนานาชาติ รวมทั้งคณะกรรมการเฮลซิงกิ จะมีส่วนช่วยยกระดับสิทธิมนุษยชน และสร้างความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรม
คณะกรรมการเรียกร้องให้ท่านนำเสนอข้อมูลโดยปากเปล่า เป็นเวลาประมาณ 7-10 นาที ซึ่งท่านอาจร้องขอให้เพิ่มเวลาการให้การ หรือแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร หรือนำเสนอวัตถุพยานเพื่อนำมาบันทึกเป็นหลักฐานอย่างเป็นทางการ และคณะกรรมการจะรู้สึกขอบคุณอย่างมากหากได้รับถ้อยแถลงของท่านในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันอังคารที่ 14 ธันวาคม เพื่อที่จะส่งมอบให้แก่กรรมการและเปิดเผยต่อสาธารณะ ณ สถานที่ให้การ
ตร.สั่งตรวจวีซ่าทักษิณเข้าอเมริกา
เมื่อเวลา 12.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานที่อยู่รวมทั้งการขอวีซ่าเพื่อผ่านเข้าออกประเทศสหรัฐอเมริกาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ชัดเจนว่าจะเดินทางเข้า ออกเมื่อไรและอยู่นานเท่าใด ซึ่งหากมีความชัดเจน ก็จะส่งเรื่องให้กับอัยการสูงสุดเพื่อทำเรื่องส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป พร้อมระบุว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ได้รับการประสานจากตำรวจสากลแต่อย่างใด
ด้าน นายศิริศักดิ์ ติยะพันธ์ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ เปิดเผยว่า ข่าวการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเพียงข่าวแต่ ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าจะเดินทางไปเมื่อใด ซึ่งตามขั้นตอนแล้วกระทรวงการต่างประเทศต้องประสานมาและให้ที่อยู่ที่ชัดเจนจึงจะสามารถทำเรื่องในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้



