
ตัวอย่าง "พ่อ" หลอม "ลูก" สู่สังคม
ทำเอาภายในอาคารใหม่ สวนอัมพร อวบอวลไปด้วยรอยยิ้มและกลิ่นอายแห่งความปลื้มปีติ เมื่อสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา ได้ทำการเฟ้นหาพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2553 ครั้งที่ 31 จากทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับเกียรติบัตรภายในงานวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2553 โดยปี้นี
สำหรับปีนี้คณะกรรมการแบ่งการคัดสรรพ่อตัวอย่างออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนกลาง จำนวน 163 คน ส่วนภูมิภาค จำนวน 147 คน และกรุงเทพมหานครจำนวน 44 คน แน่นอนว่าหนึ่งในจำนวนนั้นจำต้องมีบุคคลสำคัญ ได้รับคัดเลือกเข้ารับมอบเกียรติบัตรในครั้งนี้ด้วย ซึ่งแต่ละครอบครัวดูจะมีวิธีการอบรมสั่งสอนลูกที่แตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน
เริ่มด้วยคุณพ่อตัวอย่างร่างใหญ่ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ.10 ที่อบรมลูกชายทั้ง 3 คน ด้วยความรัก ความเข้าใจ และให้อิสระทางความคิดแก่ลูก เลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน เพราะถึงแม้จะเป็นลูกชายก็ไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยพ่อทุกกระเบียดนิ้ว ขอแค่เป็นคนดีในสังคมเท่านั้นพอ
"ผมไม่เคยบอกว่าลูกๆ จะต้องเป็นตำรวจเหมือนผม แต่ลูกชายคนโตและคนเล็กเขาเลือกที่จะเรียนนายร้อยตำรวจเอง ส่วนคนกลางเขาไม่ชอบขอเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งผมก็อนุญาต ผมจะสอนลูกให้ติดดินมาตั้งแต่เด็ก จะบอกกับลูกเสมอว่าพ่อเป็นเด็กต่างจังหวัดปากกัดตีนถีบมาตลอดแต่มีความมุมานะ ผมจะย้ำเตือนลูกตลอดว่าพ่อเป็นลูกชาวไร่ชาวนาแต่ที่มีวันนี้ได้ เพราะไม่ลืมตัวไม่เย่อหยิ่ง อยู่ในสังคมต้องทำตัวให้เข้ากับสังคมให้ได้ ทำอะไรก็แล้วแต่ต้องมีมนุษยธรรมเป็นที่ตั้ง สำคัญคืออย่าโกหกและต้องรู้จักกตัญญูกตเวทีคู่คุณผู้มีพระคุณ ต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดิน ถึงวันนี้ผมภูมิใจในตัวลูกแต่ละคนมาก ที่ผมสามารถปั้นเขาให้เป็นคนดีของสังคมได้" พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวด้วยความภูมิใจ
ไม่ต่างกับคุณพ่อลูก 2 อย่าง วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ไม่เพียงแต่จะสอนและให้โอกาสลูกของตัวเองเท่านั้น หากแต่ยังเป็นผู้หยิบยื่นโอกาสกับเด็กคนอื่นๆ ในสังคมด้วย
"รางวัลพ่อตัวอย่างแห่งชาตินี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นพ่อตัวอย่างภายในครอบครัวของตัวเองเท่านั้น สำหรับผมต้องเป็นพ่อตัวอย่างให้กับเด็กๆ ในสังคมด้วย ซึ่งตอนนี้บ้านเมืองเราต้องการคนแบบนี้มาก สำหรับลูกๆ ของผมไม่เคยมีคำว่าอภิสิทธิ์หรือกรณีพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น ทุกคนจะต้องเดินตามกรอบของกฎหมายเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งตรงนี้ผมต้องทำตัวเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นด้วย ผมจะไม่สอนให้ลูกเป็นนายคน จะต้องให้เขาเข้าใจคำว่าลูกน้องและนายเป็นยังไง จะไม่ให้เขาเหยียดอาชีพใดอาชีพหนึ่ง เพราะทุกอาชีพมีความสำคัญและมีความจำเป็นต่อสังคมเท่ากัน" ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย กล่าว
ด้านคุณพ่อนักธุรกิจลูก 4 อย่าง ประทีป มหากิจศิริ ประธานกรรมการบริษัท กวงไถ่มอเตอร์เซลล์ จำกัด ที่ยกกันมาให้กำลังใจทั้งครอบครัว กล่าวด้วยน้ำเสียงแห่งความดีใจว่า รางวัลนี้จำเป็นเครื่องเตือนตัวเองว่า จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเห็นเสมอ
"สำหรับผมแล้วจะเน้นให้ความรู้ทางการศึกษากับลูกๆ เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในห้องเรียนหรือการเรียนจากประสบการณ์ชีวิตของผม จะบอกเขาเสมอว่าต้องเป็นคนดีและช่วยเหลือสังคมซึ่งผมว่าเป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่จะต้องสอนลูกอยู่แล้ว ที่สำคัญจะต้องรู้จักบุญคุณผู้มีพระคุณและกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดาถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต มาวันนี้ผมกล้าพูดเลยว่าสิ่งที่ผมทำในวันนั้นเห็นผลจริงๆ ผมภูมิใจกับสิ่งที่ผมได้ทำเป็นตัวอย่างให้กับลูก และรางวัลนี้จะคอยเตือนผมว่าจะต้องเป็นพ่อตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ให้สมกับที่ได้รับรางวัลพระราชทานอันทรงเกียรตินี้" ประทีป กล่าวปิดท้าย



