
สั่ง2ตร.อุ้มรีดแขกออกราชการไว้ก่อน
ผบช.น. สั่ง 2 ตำรวจสน.บางรักและสน.พระราชวัง พัวพันคดีปล้นทรัพย์ชาวอินเดียให้ออกราชการไว้ก่อน
(7ธ.ค.) เวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ศราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยความคืบหน้ากรณีกลุ่มคนร้าย 5 คน ซึ่งมี 2 คนเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อเหตุปล้นทรัพย์นายรัชชมี ซิงค์ ภายในบ้านพักแล้วหลบหนีไปจนกระทั่งถูกจับกุมได้ ว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังจากนี้จะให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาหลักฐาน เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่มีพยานซึ่งเป็นคนที่ขี่จยย.ตามรถแท็กซี่ไป โดยพยานยืนยันว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ทิ้งของกลางซึ่งเป็นถุงผ้าออกจากรถแท็กซี่ โดยทิ้งเอาไว้ที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 44/1 อีกทั้งผู้เสียหายได้ยืนยันว่าทรัพย์สินที่สูญหายไปมูลค่ากว่า 29,000 บาท แบ่งเป็นเงินสด 1 หมื่นบาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง กำไรและนาฬิกาข้อมือ
พ.ต.อ.ศราวุธ กล่าวว่า นอกจากนี้ผู้เสียหายยังยืนยันว่ามีผู้ต้องหา 3 คน ซึ่งตรวจสอบพบเป็นตำรวจ 2 คนบุกเข้าไปในห้องเช่า ส่วนพลเรือนอีก 2 คนรออยู่ด้านนอก โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบบัตรข้าราชการตำรวจและอาวุธปืนขนาด.38 และ.357 ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของตำรวจทั้ง 2 นายอีกด้วย จากการตรวจสอบไปที่ต้นสังกัดของตำรวจ 2 นายที่สน.บางรัก และสน.พระราชวัง พบส.ต.ท.บัญชา พรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผบ.หมู่ป.สน.บางรัก ส่วนส.ต.อ.ธวัชชัย เรืองสุวรรณ อายุ 36 ปี ปฏิบัติหน้าที่ผบ.หมู่ป.สน.พระราชวัง แต่ปัจจุบันทั้ง 2 คนได้ไปช่วยราชการชุดจู่โจมอยู่ที่บก.น.6 เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด และเพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม
ซึ่งหลังจากนี้จะต้องทำการสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่ายอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ทางสน.ลุมพินีจะทำหนังสือพร้อมแนบสำเนาบันทึกการจับกุมส่งไปที่ต้นสังกัดต่อไป
ด้านนายรัชชมี ซิงค์ อายุ 40 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อคืนหลังจากตนออกไปขายเสื้อผ้าตามชุมชน และกลับมาที่บ้านพักย่านบ่อนไก่ ขณะกำลังจะพักผ่อนกับภรรยา จู่ๆมีเสียเคาะประตูและตะโกนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตนเปิดประตู เมื่อตนไปเปิดประตูก็พบว่าเป็นชายฉกรรจ์ 3 คน อ้างเป็นตำรวจขอเข้าไปตรวจสอบภายในห้อง โดยข่มขู่ให้ตนกับภรรยาอยู่เฉยๆ จากนั้นก็ให้นำพาสปอร์ตมาให้ดู ก่อนที่ทั้ง 3 คน จะเดินรื้อค้นข้าวของภายในห้อง ก่อนจะบอกว่าพวกตนขายของผิดกฎหมาย ตนจึงบอกว่าขอไปพูดคุยรายละเอียดที่โรงพัก แต่ทั้ง 3 คนไม่ยินยอมและพยายามเก็บทรัพย์สินมีค่าของตน ทั้งโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ และถุงเสื้อผ้าที่ตนจะนำไปขายวิ่งหนีออกมาจากห้องและขึ้นรถแท็กซี่ไปอย่างรวดเร็ว
นายรัชชมี กล่าวอีกว่า จากนั้นตนจึงร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ซึ่งมีคนขับจยย.ตามรถแท็กซี่คันดังกล่าวไป กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับไว้ได้ ตนยืนยันว่าไม่เคยรู้จักผู้ต้องหาทั้งหมด ตนมีอาชีพขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด โดยเร่ขายไปตามชุมชนต่างๆ ส่วนภรรยาไม่ได้ทำงานอะไร ครอบครัวของตนอยู่ไทยมากว่า 20 ปี แล้ว เกิดที่เมืองไทยจนได้สัญชาติไทยแล้ว ตนประกอบอาชีพที่บริสุทธิ์ไม่เคยทำอะไรผิดกฎ หมายและไม่ได้ปล่อยเงินกู้
พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้วตอนนี้ตำรวจสองนายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ควบคุมตัวไว้ ยืนยันว่าตำรวจที่ถูกจับเป็นนายตำรวจที่รับราชการอยู่ สาเหตุคาดว่าตำรวจก่อเหตุนั้นมาจากการทวงหนี้ เบื้องต้นโทษขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลุมพินี แจ้งข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน
ผบช.น.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 ให้ดำเนินการกับตำรวจทั้ง 2 นาย โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน สำหรับวิธีการการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทวงหนี้หรือตั้งแก๊งปล้นทรัพย์ ทางบช.น.มีคำสั่งกำชับอยู่แล้ว โดยเฉพาะคำสั่ง 1212 ให้มีการตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชารวมถึงผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจทั้ง 2 นาย ว่าจะพิจารณาโทษอย่างไร ซึ่งมีการกำชับการปฏิบัติมาตลอด ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นไม่เอาไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกก็จะปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกันกับนายตำรวจทุกคนทราบดี เมื่อตัวเองไปกระทำการที่ผิดกฎหมายแล้วผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ตนไม่เคยปกป้องด้วยกันอยู่แล้วหากตำรวจทำผิด



