
ไทยเชื่อสหรัฐจัดการ"แม้ว"ตามกม.
"ปณิธาน"เชื่ออเมริกาจัดการตามกฎหมายถ้า"ทักษิณ"เข้าสหรัฐย้ำไทยขอดูว่าซีเอสซีอีต้องการข้อมูลอะไร จากนั้นจะตัดสินใจว่าส่งใครร่วมชี้แจงหรือไม่ ด้านกมธ.สิทธิมนุษยชน วุฒิสภา ระบุ "แม้ว"เข้าให้การวุฒิสภาสหรัฐ เกรงกระทบสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
(7ธ.ค.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม. ถึงท่าทีของประเทศไทยในการส่งตัวแทนไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการ ด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี) เพื่อประกบกับการให้ข้อมูลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูกเชิญไปให้ข้อมูลกับซีเอสซีอีในวันที่ 16 ธ.ค. นี้ว่า เนื่องจากทูตที่อเมริกาของไทย อยู่ในช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าทูตคนใหม่จะสะดวกหรือมีความพร้อมมากแค่ไหน แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหา หากมีความจำเป็นในการให้ข้อมูลก็ต้องมีตัวแทนหรือส่งและแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ในอเมริกาก็มีหน่วยงานของไทยที่ประสานงานกับคณะกรรมาธิการชุดต่างๆและรัฐสภาอยู่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของไทยกำลังพิจารณาดูว่าจะเหมาะสมเพียงไรในการให้ข้อมูล ซึ่งตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศกำลังพิจารณา
“แต่เราจะมีการเฝ้าดูว่าข้อมูลต่างๆที่เขาต้องการคืออะไร เพราะการทำรายงานของเขาก็ไม่ได้มีข้อผูกมัดอะไร เป็นเพียงการทำรายงานเพื่อเสนอต่อคนที่เกี่ยวข้องในระบบรัฐสภาของอเมริกา อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ คงจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม”นายปณิธาน กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าในส่วนของทางการไทยรับปากที่จะเข้าไปบรรยายด้วยหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ยัง เพราะกำลังดูความเหมาะสมอยู่ เพราะเข้าใจว่าทูตเพิ่งเดินทางกลับและทูตใหม่เพิ่งเดินทางไปจึงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่เรื่องทูตคงไม่ใช่ประเด็น เพราะเราจะส่งตัวแทนใครไปก็ได้หากพิจารณาว่าเหมาะสมที่จะให้ข้อมูล แต่ทั้งนี้ข้อมูลต่างๆก็เป็นสิ่งที่เราให้ข้อมูลเป็นระยะๆอยู่แล้ว
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ส่วนสหรัฐอเมริกาจะอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของไทยก็คงไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไร เพราะการตัดสินใจเป็นประเทศนั้นๆว่าจะให้เข้าหรือไม่ เพราะเป็นดุลพินิจของเขา แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศของเราจะเฝ้าดูติดตามบุคคลที่มีหมายจับหรือว่ามีหมายศาลและคดี แล้วจะมีการแจ้งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานที่ดูแลการเข้าเมือง ตำรวจและอัยการเพื่อดำเนินการให้เหมาะสมกับกฎหมายของประเทศนั้นๆ รวมทั้งข้อตกลงและสนธิสัญญาที่เรามี แต่เรามั่นใจว่าหลักฐานที่เรามีสามารถที่จะดำเนินการได้และเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดูแล
“ในกรณีนี้ถ้าอเมริกาทราบว่าเขา(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะเดินทางไป ทางสหรัฐอเมริกาก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย”นายปณิธาน กล่าว
เมื่อถามว่าเรื่องนี้เป็นการเชิญตามปกติ หรือมีลอบบี้ยิสต์เข้ามาเกี่ยวข้อง นายปณิธาน กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังตรวจสอบอยู่ แต่ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่เขาสามารถเชิญได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร รวมทั้งเข้าใจว่าจะมีการสอบถามในหลายประเด็นที่เขาต้องการสอบถามที่อาจจะครอบคลุมเหตุการณ์หลายช่วงปีที่ผ่านมาจึงมีความต้องการเชิญบุคคลบางบุคคลไปก็เป็นเรื่องของเขา
เมื่อถามว่านายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช.ระบุว่านี่อาจจะเป็นแผนของรัฐบาลไทยและสหรัฐ เชิญคุณทักษิณเข้าในอเมริกาแล้วจะล็อคตัว เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนในการส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท นายปณิธาน กล่าวว่า คณะ กมธ.มีความเป็นอิสระคงไม่มีใครไปกำหนดให้เขาทำงานอะไรได้
เมื่อถามว่าการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้พาสปอร์ตของประเทศมอนเตรเนโกร เข้าไปในอเมริกาจะเป็นการเลี่ยงหมายจับหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า หน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศต้องประสานไปยังสถานทูตต่างๆให้เป็นไปตามกฎกติกาและกฎหมาย รวมถึงความต้องการของเราในการติดตามตัวของคนที่เกี่ยวกับคดีต่างๆ
สำหรับประเด็นที่ว่าเหตุการณ์ชุมนุมเกิดขึ้นในประเทศไทยจะเป็นการก้าวก่ายของอเมริกาหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เพราะ กมธ.ชุดนี้ที่ล้วนแล้วเป็นคนมีชื่อเสียง มีความคุ้นเคยเรื่องของพัฒนาการต่างๆก็ต้องการได้ข้อมูลรอบด้าน
นอกจากนี้นายปณิธาน ยังกล่าวถึง รายละเอียดของคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี) ด้วยว่า กมธ.ชุดนี้ทำงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1990 มีความเป็นอิสระ ที่รวบรวมข้อมูลทำรายงานให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่จะนำไปประกอบใช้ตามความเหมาะสม รวมทั้งเป็นการให้คำแนะในการปฏิบัติตามข้อตกลง “โอเอสซีอี” ที่เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาโดยรัฐบาลกลางของสหรัฐที่ทำงานเป็นอิสระมีสมาชิกประมาณ 50 ประเทศ
“ซีเอสซีอีจะทำงานในลักษณะที่ว่าดูข้อตกลงของโอเอสซีอีมีอะไรที่อเมริกาต้องปฏิบัติบ้างแล้วทำรายงานประกอบการตัดสินใจไม่มีเรื่องการผูกมัดเพื่อเสนอวุฒิสมาชิกและสภาผู้แทนฯ และจากนั้นวุฒิสมาชิกก็จะนำไปเข้าที่ประชุมต่างๆ ซึ่งสถานะภาพของโอเอสซีอีมีจะที่นั่งเป็นผู้สังเกตุการณ์อยู่ในสหประชาชาติ ซึ่งซีเอสซีอีในอดีตไม่ค่อยมีเรื่องของสิทธิมนุษยชน เพราะจะเป็นเรื่องของความร่วมมือและปัญหาความมั่นคงในยุโรปเป็นหลัก จนมาช่วงหลังๆหลายประเทศเริ่มมีพัฒนาการด้านประชาธิปไตย โดยเฉพาะยุโรปตะวันออกเขาจึงมีหน่วยงานนี้ขึ้นมาเพื่อดูว่าข้อลงต่างๆในโอเอสซีอีแต่ละประเทศมีแนวทางอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร แต่รัฐบาลสนับสนุนเป็นหน่วยงานอิสระ”นายปณิธาน กล่าว
ด้านนายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา ในฐานะกรรมาธิการสิทธิสมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อให้การกับวุฒิสภาสหรัฐ กรณีละเมิดสิทธิฯในการสลายกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ควรมีความจริงใจต่อรัฐบาลไทยในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หากพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปให้ปากคำวุฒิสภาที่สหรัฐจริง เพราะเมื่อเดือนที่ผ่านมาทางการไทยได้ส่งตัวนายวิกเตอร์ บูท นักค้าอาวุธข้ามชาติ ไปสหรัฐ แม้ว่ารัฐสภาสหรัฐจะทำหน้าที่แยกจากรัฐบาลสหรัฐก็ตาม แต่การเข้าประเทศสหรัฐต้องได้รับการอนุญาตจากกระทรวงต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐ “ถ้าหากสิ่งที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ แถลงนั้นเป็นจริง เท่ากับรัฐบาลสหรัฐ ท้าทายประเทศไทยในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐสภาและทางการสหรัฐควรรู้ด้วยว่าในสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯนั้นได้เกิดกรณีฆ่าตัดตอนตามนโยบายปราบปรามยาเสพติด และเหตุการณ์กรือเซะตากใบ ก็เป็นปมปัญหา ที่เป็นการปราบปรามของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ” นายประสาร กล่าว
นายประสาร กล่าวอีกว่า ดังนั้นทางการไทย กระทรวงต่างประเทศ ควรถือโอกาสนี้ พิสูจน์ความจริงใจของสหรัฐด้วยการขอให้ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของไทย ตามสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และควรใช้โอกาสนี้ ให้ทางการสหรัฐทราบถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในกรณีฆ่าตัดตอน และกรณีกรือเซะตากใบ



