ข่าว

สั่งยกคำร้องธาริตถอนประกันจตุพร

สั่งยกคำร้องธาริตถอนประกันจตุพร

07 ธ.ค. 2553

หลังจาก “ธาริต”อธิบดีดีเอสไอร้องศาลเองหมายเรียก"จตุพร"เริ่มพิจารณาคดีก่อการร้าย พร้อมแจงเหตุปลุกระ ดมแดง กดดันจนท.รัฐ อุปสรรคการสอบสวนดำเนินคดี - ยุ่งเหยิงพยานสำคัญ โทรขู่"เมธี"ให้ศาลเพิกถอนประกันตาม ป.วิ อาญา มาตรา 108 อ้างไม่อยากสร้างความแตกต่างประกัน"ว

(7ธ.ค.) ที่ศาลอาญา เวลา 10.00 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย จำเลยร่วม 19 แกนนำแนวร่วมประชาธิป ไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) คดีร่วมกัน หรือใช้ หรือสนับสนุน ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานก่อการร้าย มาเพื่อเริ่มกระบวนการพิจารณาคดี เนื่องจากได้มีพระราชกฤษฎีการปิดสมัยประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ วันที่ 24 พ.ย.แล้วซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. ดังนั้นจึงส่งผลให้การได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองความเป็น ส.ส. ของนายจตุพร สิ้นสุดลง ทั้งนี้ผู้ร้องขอให้ศาลวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของนายจตุพร ระหว่างการพิจารณาของศาลตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 ต่อไปด้วย

 โดยคำร้องของดีเอสไอ ระบุว่า นับตั้งแต่นายจตุพร ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวชั้นฝากขัง คดีร่วมกันก่อการร้าย นายจตุพร มีพฤติกรรมให้ข่าวต่อสื่อมวลชนว่าเจ้าหน้าที่รัฐทั้งอัยการ พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ไม่ให้ความเป็นธรรมโดยปฏิบัติต่อนายจตุพรและกลุ่มเสื้อแดงแบบ 2 มาตรฐาน ซึ่งการกระทำของนายจตุพรเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและเป็นอุปสรรคก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (5) และนายจตุพร ที่เป็นแกนนำหลักสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดง ยังเคยปลุกระดมกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาชุมนุมกดดัน ข่มขู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพและดีเอสไอ ให้ปล่อยตัวพวกจำเลยที่ถูกคุมขังทั้งที่นายจตุพร รู้อยู่แล้วว่าเป็นอำนาจและดุลยพินิจของศาลที่พิจารณาคดีเท่านั้น จึงถือได้ว่านายจตุพร จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นซึ่งต้องห้ามไว้ตาม มาตรา 108/1 (3) อีกทั้งนายจตุพร ยังประกาศผ่านสื่อมวลชน นัดหมายให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวทั้งใน กทม.และปริมณฑล ซึ่งพื้นที่นั้นได้ประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อกดดันรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

 โดยวันที่ 10 ต.ค.53 นายจตุพร ยังได้โทรศัพท์ข่มขู่นายเมธี อมรวุฒิกุล ซึ่งเป็นพยานสำคัญในคดีผ่านทาง น.ส.สุดารัตน์ ศิลปะวิศวกุล ผู้ใกล้ชิดนายเมธี ทำนองว่าเป็นคนหักหลังทรยศ นำข้อมูลการต่อสู้ของคนเสื้อแดงไปให้ดีเอสไอ และข่มขู่อีกว่านายเมธีไม่ควรมีแผ่นดินอยู่ จึงเป็นการยุ่งเหยิงพยานหลักฐานตาม 108/1 (2)

 จากพฤติการณ์ของนายจตุพร จะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน หรือการดำเนินคดีในศาลทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นการสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย หรือความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศอย่างต่อเนื่องไม่ลดละที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นได้ ตรงข้ามกับนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จำเลยร่วมอีกคนและนายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแต่ไม่เคยปรากฏว่าบุคคลทั้งสองมีพฤติการณ์ในทำนองเดียวกับนายจตุพรแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวซึ่งตามพฤติกรรมนายจตุพร ได้กระทำโดยมีเจตนาเพื่อประโยชน์ตัวเองกับพวกที่ถูกดำเนินคดี จึงสมควรที่ศาลจะหยิบยกกรณีนี้ขึ้นเพื่อเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวนายจตุพร เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างกับการปล่อยตัวชั่วคราวนายวีระ ที่ศาลกำหนดเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด ถึงแม้ว่าศาลจะมีหมายนัดให้นายจตุพร เข้าสู่กระบวนพิจารณาคดีในวันที่ 15 ม.ค.54 แล้วก็ตาม แต่ผู้ร้องเห็นว่าเนิ่นช้าไปซึ่งกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

 ภายหลังนายธาริต อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การยื่นคำร้องด้วยตนเองเพราะเป็นคดีสำคัญไม่ได้มีความโกรธแค้นส่วนตัว แต่เป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ดีเอสไอเคยยื่นเรื่องให้อัยการพิจารณาแล้วอัยการไม่เห็นด้วย ดีเอสไอจึงรวบรวมพยานหลักฐานให้มากขึ้นโดยนำภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งข้อความที่นายจตุพร พูดปลุกระดม มอบให้ศาลเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย ทั้งนี้คาดว่าศาลจะมีคำสั่งในช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนจะมีคำสั่งอย่างไรไม่อาจก้าวล่วงได้

 ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร เปิดเผยว่า เตรียมจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคัดค้านต่อไปทันที

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทันทีที่นายธาริต เดินทางมาถึงศาลอาญา นายวรัญชัย โชคชนะ นักเคลื่อนไหว กับผู้สนับสนุนเสื้อแดงอีก 2 คน เดินเข้ามาหานายธาริต ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงกล่าวว่า “ คุณจะเอาเสื้อแดงให้ตายเลยหรืองัย”

ต่อมาเวลา 15.45 น. ศาลมีคำสั่งให้ยกคำร้องเนื่องจากพิเคราะห์คำร้องของดีเอสไอ ประกอบเอกสารท้ายคำร้องแล้ว เห็นว่ากรณียังไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม   คดีจึงไม่จำเป็นต้องไต่สวนคำร้องอีก  

 ด้านนายธาริตกล่าวว่า จะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอให้วินิจฉัยเพิกถอนการประกันตัวนายจตุพรอีกครั้ง

 ขณะที่วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เลื่อนนัดการสั่งคดี 9 แกนนำและแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวานในบ้านเมือง และยุยงให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน โดยเมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , 215 และ 216 กรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้บุกเข้าไปชุมนุมต่อเนื่องกันในทำเนียบรัฐบาล นานถึง 193 วัน เมื่อปี 2551

 เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังสอบพยานเพิ่มเติมตามที่ผู้ต้องหายื่นร้องขอความเป็นธรรมไม่แล้วเสร็จ จึงนัดสั่งคดีอีกครั้งในวันที่ 9 ก.พ.54 เวลา 10.00 น.