ข่าว

รวบเจ้าคณะขับรถพาสาวเข้าม่านรูด

รวบเจ้าคณะขับรถพาสาวเข้าม่านรูด

06 ธ.ค. 2553

สลด หลวงตาวัย 70 เจ้าคณะตำบลเมืองขอนแก่น ซิ่งสปอร์ตไรเดอร์พาหมอนวดเข้าม่านรูด ตร.บุกจับเปลือยล่อนจ้อนร่วมรักบนเตียง จับสึกทันที สารภาพไม่สะท้านเคยทำหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน เจ้าคณะอำเภอเผยชาวบ้านสุดเอือมพฤติกรรม

สลดพระผู้ใหญ่ประพฤติผิดวินัยสงฆ์พาสาวเข้าโรงแรมเสพเมถุนครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม 2553 พ.ต.ท.วชิรพล เป๊ะชาญ สารวัตรปราบปราม สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมม่านรูด "เพลย์บอย" ตั้งอยู่ริมทางถนนรถไฟ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่าพบพระภิกษุสงฆ์ แต่งชุดฆราวาส ขับรถยนต์โตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ โฟร์วีลส์ พาหญิงสาวเข้าพักในโรงแรม จึงนำกำลังไปตรวจสอบ

 ที่บริเวณหน้าห้องพักหมายเลข 05 โรงแรมเพลย์บอย พบรถยนต์โตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ โฟร์วีลส์ ทะเบียน กต 2154 ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือผู้จัดการโรงแรม เข้าตรวจสอบภายในห้องพักดังกล่าว ตำรวจเคาะประตูเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครเปิดประตู จึงให้พนักงานโรงแรมนำกุญแจมาไข

 ทันทีที่ประตูเปิดออกพบพระรูปหนึ่ง ทราบชื่อต่อมาคือ พระครูโกวิทย์ คำวาง เจ้าคณะตำบลโนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น อายุ 70 ปี 40 พรรษา เป็นพระสายมหานิกาย และเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดมฆสำราญ ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น อยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน กำลังนัวเนียกับหญิงสาวบนเตียง เมื่อเห็นตำรวจทั้งสองตกใจสะดุ้งกระโดดแยกจากกัน แล้วรีบคว้าผ้าขนหนูมาห่อร่างกาย ตำรวจจึงสั่งให้ทั้งสองสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนนำพระครูโกวิทย์ไปลาสิกขากับพระครูอรรถสารเมธี เจ้าคณะอำเภอเมืองขอนแก่น

 จากการสอบสวน พระครูโกวิทย์ หรือ นายโกวิทย์ คำวาง เล่าว่า รู้จักกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาว จ.เชียงราย มานาน 2 เดือน หลังจากแอบแต่งชุดฆราวาสออกจากวัดไปใช้บริการนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง บริเวณริมบึงแก่นนคร อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้เรียกใช้บริการ น.ส.เอ จากนั้นก็แวะไปใช้บริการเรื่อยๆ จนเกิดความหลงใหลผู้หญิงคนนี้

 "เราโทรศัพท์ติดต่อกันมาโดยตลอด นัดพบกันที่โรงแรมเพลย์บอย ร่วมรักกันมาโดยที่ฝ่ายหญิงไม่รู้ว่าผมเป็นพระ ผมทำมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน ก่อนที่จะถูกตำรวจมาจับกุมในวันนี้ ที่ทำไปนี้ เพราะตัดอารมณ์ไม่ได้ เกิดความอยากจึงหลงผิดกระทำเรื่อยมา" นายโกวิทย์ กล่าว

 พระครูอรรถสารเมธี กล่าวว่า พฤติกรรมของพระรูปนี้เป็นคนมุทะลุไม่เชื่อคำสอนของพระผู้ใหญ่ มักขับรถไปทำกิจนิมนต์อยู่เสมอ จนทำให้ชาวบ้าน ญาติโยมเกิดความแคลงใจว่าเขาทำไม่ถูก พระไม่ควรขับรถยนต์เอง อีกทั้งชอบแอบสวมชุดฆราวาสขับรถออกจากวัดไปเที่ยวอยู่เสมอ ชาวบ้านเคยเห็นว่าพระรูปนี้ขับรถพาสาวไปพักที่โรงแรมแห่งนี้เป็นประจำ จึงช่วยกันติดตามจับให้ได้คาหนังคาเขาและแจ้งตำรวจไปจับกุมในที่สุด

 พ.ต.ท.วชิรพล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นทางกฎหมายไม่สามารถดำเนินคดีได้ เพราะว่าฝ่ายหญิงก็ยินยอมไม่ได้ข่มขืนหรือกระทำอันเป็นที่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอมแต่อย่างใด ตำรวจทำได้เพียงไปจับกุมตัวมาแล้วนำตัวมาให้เจ้าคณะอำเภอจับสึกเอาผิดทางวินัยสงฆ์เท่านั้น