ข่าว

เล็งออกบอนด์ออมทรัพย์แสนล้านสบน.ขายรายย่อยปีหน้า-คาดเคาะดอกเบี้ย4%

เล็งออกบอนด์ออมทรัพย์แสนล้านสบน.ขายรายย่อยปีหน้า-คาดเคาะดอกเบี้ย4%

07 ธ.ค. 2553

สบน.ปรับแผนออกพันธบัตรรับแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น เตรียมออกพันธบัตรออมทรัพย์แสนล้านขายรายย่อยปีหน้า คาดดอกเบี้ย 4% เพิ่มช่องทางและผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก ชี้ดอกเบี้ยนโยบายไม่หนุนผลตอบแทนคนฝาก เป็นฐานคำนวณให้เงินกู้มากกว่า

 นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อัตรา 0.25% เป็นสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ สบน.ต้องปรับแผนออกพันธบัตร เพื่อให้ประชาชนรายย่อยได้เข้าถึงแหล่งเงินฝากที่มีดอกเบี้ยเงินฝากในระดับที่ดี โดยในปีหน้า สบน.มีแผนที่จะออกพันธบัตรออมทรัพย์วงเงิน 1 แสนล้านบาท อายุ 5-7 ปี อัตราดอกเบี้ยประมาณ 4% เสนอขายแก่ประชาชนรายย่อย ในช่วงเดือนเมษายน เพื่อนำเงินไปชดเชยการขาดดุลงบประมาณในปีงบประมาณ 2554 ที่มีอยู่ประมาณ 4.8 แสนล้านบาท

 "การออกพันธบัตรนี้ ไม่อยู่ในแผนของงบประมาณปี 2554 แต่เมื่อแนวโน้มดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้นเราก็ปรับแผนบางส่วน โดยจะออกตามความต้องการของตลาดเท่านั้น และบางส่วนเราจะออกเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งเงินฝากที่มั่นคงและได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน เพราะดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้เป็นฐานของการคำนวณขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก แต่กลับเป็นฐานการคำนวณขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้" นายจักรกฤศฏิ์กล่าว

 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีหน้าที่ดูแลตลาดทุน ไม่ให้รัฐบาลและภาคเอกชนมีต้นทุนสูงเกินความจำเป็น ส่วนการเสนอขายพันธบัตรออมทรัพย์แก่รายย่อยนั้น เพื่อให้คนจนได้ประโยชน์ ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาตลาดเงินมาก และกระทรวงการคลังก็ไม่ทำให้ช็อกตลาดด้วย

 สำหรับแผนการออกพันธบัตรระยะเวลา 50 ปีให้กลุ่มลูกค้าประกันชีวิตนั้น ผู้อำนวยการ สบน.ยืนยันว่า ยังจะคงเป็นไปตามแผนเดิม ซึ่งเป็นไปตามแนวทางความต้องการของตลาด ทั้งนี้ เพื่อสร้างอัตราผลตอบแทนอ้างอิงสำหรับพันธบัตรระยะยาว และทำให้ต้นทุนการเงินของรัฐบาลอยู่ในระดับที่เหมาะสม

 นายจักรกฤศฏิ์ยังกล่าวถึงกรณีที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่ สบน.เสนอในการให้ ธปท.ซื้อพันธบัตรรัฐบาลดอกเบี้ย 0% จากกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินกองทุนฟื้นฟู โดยกล่าวว่า กรณีที่ผู้ว่าการ ธปท.ระบุนั้น ไม่ถือว่าจะทำให้แผนการบริหารหนี้สาธารณะผิดไปจากเดิมนัก เพราะในหลักการถือว่า ธปท.เห็นด้วย ที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้สินดังกล่าวแล้ว

 “ไม่ถือว่าทำให้ผิดแผนการบริหารหนี้ แม้ ธปท.จะไม่เห็นด้วย แต่เขาก็รับหลักการเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินส่วนหนี้ และเราก็กำลังเจรจาอย่างใกล้ชิด ซึ่งเขาคงคิดรูปแบบอื่น ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์กับเราก็ได้ ซึ่งถ้ามีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมเราก็ยอมรับ” นายจักรกฤศฏิ์ระบุ