ข่าว

สถิติไทยข่ม 17ปีไร้พ่าย"ร็อบโบ้"เชื่อ ดับอิเหนาสำรอง

สถิติไทยข่ม 17ปีไร้พ่าย"ร็อบโบ้"เชื่อ ดับอิเหนาสำรอง

07 ธ.ค. 2553

17 ปี บอลไทยไร้พ่ายที่เสนายัน ไบรอัน ร็อบสัน หวังเป็นสนามแห่งโชคพาทีมชาติไทยเข้ารอบตัดเชือกศึกลูกหนังเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ด้านแข้งเจ้าถิ่น “อินโดนีเซีย” ปรับทัพใหม่ส่งสำรอง พักแข้งตัวหลัก ป้องกันเจอใบเหลืองคาดโทษ แต่หวังเขี่ยไทยร่วง ขณะที่สถิติตลอดกาล 81 แ

  เกมนัดชี้ชะตาทีมฟุตบอลชาติไทยกับเส้นทางล่าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งที่ 8 ที่จะระเบิดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ เวลา 19.30 น. ที่สนามเสนายัน ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด โดยมี อินโดนีเซีย เจ้าถิ่นเป็นผู้ให้คำตอบ ซึ่งผลงานที่ผ่านมา ไทย มี 2 แต้ม จากการเสมอ ลาว 2-2 เสมอ มาเลเซีย 0-0 ขณะที่แข้งอิเหนา ลอยลำเป็นที่ 1 ของสายแน่นอนแล้ว มี 6 แต้ม จากการชนะ อินโดนีเซีย 6-1 ชนะ ลาว 6-0
 ความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ไบรอัน ร็อบสัน กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย พาลูกทีมไปซ้อมที่สนามพีเอสเอสไอ ภายในเสนายัน สปอร์ตคอมเพล็กซ์ เวลา 16.00 น. ซึ่งให้สื่อมวลชนทำงานได้ 20 นาที หลังจากวันก่อนหน้าปล่อยให้ทำข่าวได้อย่างเต็มที่ เพราะต้องทำการขึ้นเกมที่จะใช้ตัดสินอนาคตของทีม โดยกุนซือชาวอังกฤษเปิดใจกับสื่อมวลชนในช่วงการแถลงข่าวก่อนเกมว่า จาก 2 นัดแรก อินโดนีเซีย แสดงให้เห็นว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่เราเองเล่นได้ดี เปอร์เซ็นต์การครอบครองเกมดีกว่า ทว่าการตัดสินของกรรมการในบางครั้งไม่ได้เอื้อกับเกมของไทย ซึ่งนั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง เพราะเราเองพลาดในจังหวะที่ควรจะทำได้เยอะเช่นกัน


  “แมทช์นี้หวังเหลือเกินว่านักเตะที่อัดอั้นจาก 2 นัดแรก จะมาระเบิดฟอร์มการยิงประตูได้ในแมทช์นี้ แต่ถือเป็นเกมที่ยาก เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้ว อินโดนีเซียเป็นทีมที่ดี การต้องเล่นในบ้านที่มีแฟนบอลจำนวนมาก และเชียร์กดดันคู่ต่อสู้ได้ดีเช่นนี้ คงเป็นอะไรที่หนัก แต่เชื่อว่านักเตะไทยผ่านเกมระดับนี้มาเยอะ น่าจะรับมือได้ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีเสียด้วยซ้ำ เพราะนักเตะอยากจะแสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ส่วนตัวนั้นชินกับความกดดันในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งผลงานของทีมและแฟนบอลฝ่ายตรงข้าม”
 กุนซือใหญ่ทีมลูกหนังไทยเผยต่อไปว่า เป้าหมายเวลานี้คือการผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศให้ได้เป็นอย่างแรก จากนั้นค่อยไปวางแผนต่อไป เพราะปัจจุบันฟุตบอลในภูมิภาคนี้พัฒนาขึ้นมาก ทีมที่มีเวลาเตรียมทัพเยอะย่อมมีผลงานออกมาดี ส่วนเราได้เตรียมทีมกันมา 1 สัปดาห์ ถึงตรงนี้ความสดของนักเตะคงยากที่จะฟื้นฟูได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่หวังว่าสนามเสนายันจะเป็นสนามแห่งโชคของทีมชาติไทย เพราะระยะหลังไม่เคยแพ้ที่สนามแห่งนี้


 ผู้เล่น 11 คนแรกของทีมชาติไทยที่คาดว่าจะลงสนามประกอบด้วย ผู้รักษาประตู สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, คู่เซ็นเตอร์แบ็ก ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ กับ ภานุพงษ์ วงศ์ษา แบ็กขวา สุรีย์ สุขะ แบ็กซ็าย ณัฐพงษ์ สมณะ กองกลาง ดัสกร ทองเหลา, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, สุธี สุขสมกิจ, สุเชาว์ นุชนุ่ม, กองหน้า ธีรศิลป์ แดงดา และศรายุทธ ชัยคำดี
 ด้าน อัลเฟรด ริดเดิล กุนซือใหญ่อินโดนีเซีย ส่งผู้ช่วยผู้ฝึกสอน วูล์ฟกัง พีเคิล ชาวออสเตรีย มาแถลงข่าวพร้อมกล่าวว่า สถานการณ์ของทีมอินโดนีเซียผ่านเข้ารอบไปแล้ว แมทช์นี้คงจะพักผู้เล่นตัวหลักหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะ 2 ผู้เล่นที่บาดเจ็บรวมไปถึงพวกมีใบเหลืองติดตัว แต่แมทช์นี้เราหวังที่จะเอาชนะไทยให้ได้ เพราะนี่คือทัวร์นาเมนต์สำคัญ ไม่ใช่เกมแค่การพักผ่อน ที่สำคัญต้องเคารพต่อแฟนบอลที่เข้ามาเป็นกำลังใจ
 “ทีมชาติไทยเป็นทีมที่ดี และในผลงานระยะหลังเราแทบไม่ชนะไทยเลย ดังนั้นเกมนี้เราจะพยายามทำผลการแข่งขันให้แตกต่างออกไป ซึ่งทีมไทยแมทช์นี้กดดันกว่าเรามาก ต้องเล่นเพื่อชัยชนะในการเข้ารอบ ซึ่งผู้เล่น 4 คนของไทย ไม่ว่าจะเป็น ดัสกร ทองเหลา ตัวทำเกม, ศรายุทธ ชัยคำดี กองหน้าที่มีประสบการณ์, ธีรศิลป์ แดงดา ที่มักยิงอินโดนีเซียเป็นประตู รวมไปถึง สุรีย์ สุขะ ฟูลแบ็กที่เติมเกมและเปิดบอลได้ดีล้วนเป็นนักเตะที่เราต้องจับตามองเป็นพิเศษ ซึ่งนัดนี้หวังว่าเกมของไทยจะมีช่องว่างให้พวกเราได้โต้กลับ”


 ทั้งนี้ สถิติการพบกันของไทยกับอินโดนีเซีย พบกันมาทั้งสิ้น 81 นัด ไทย ชนะ 40 เสมอ 19 แพ้ 22 ยิงได้ 139 เสีย 104 โดยผลงานของทีมนักเตะไทยที่สนามเสนายัน ในช่วง 17 ปีหลังสุด ไม่เคยแพ้ที่สนามแห่งนี้ หนสุดท้ายเกิดขึ้นในเกมเพรสซิเดนท์คัพ เมื่อปี 2535 ทีมชาติไทย พ่าย 1-4 แต่หลังจากนั้นเจอกันมา 3 หน ชนะ 1 เสมอ 2 โดยการเสมอเป็นรอบชิงชนะเลิศซีเกมส์ ครั้งที่ 19 ปี 2540 และรอบชิงชนะเลิศรายการนี้ เมื่อปี 2545 ที่ทั้ง 2 คราว ไทยชนะในการดวลจุดโทษ ส่วนการเจอกันในรอบ 12 ปีหลังสุด พบกันเฉพาะในรายการนี้อย่างเดียวเท่านั้น ปรากฏว่า ไทย ชนะ 5 ครั้ง เสมอ 2 ไม่มีแพ้ ยิงได้ 19 เสีย 10