
ลิชมาเนีย ...สัญญาณเตือนภัยโรคอุบัติใหม่
สร้างความแตกตื่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง พอสมควร เมื่อเกิดการค้นพบผู้ป่วยติดเชื้ออุบัติใหม่ทางวงการแพทย์ ซึ่งไม่เคยปรากฏพบมาก่อนในช่วงก่อนหน้านี้ อาการป่วยที่เกิดขึ้นได้คร่าชีวิตหญิงวัย 28 ปี ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ก่อนการเสียชีวิต ผู้ป่วยหญิงรายนี้มีประวัติทำงานเป็นครูสอนดนตรีอยู่ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แต่ต่อมาเธอได้เกิดอาการล้มป่วยลงจนถึงขั้นต้องลาออกจากงานกลับมาอยู่บ้านใน อ.สิเกา จ.ตรัง แม้จะพยายามรักษาตัวที่โรงพยาบาลชุมชนหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ได้เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ ซึ่งวิเคราะห์ว่าสาเหตุอาจจะมาจากโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่ในที่สุดแล้วคำอธิบายที่ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ การป่วยด้วย "โรคลิชมาเนีย" หรือที่เรียกกันว่า "โรคไข้ดำ" ที่เคยระบาดอย่างหนักในอดีต
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านี้ เพราะหลานชายของผู้เสียชีวิตซึ่งมีบ้านอยู่ห่างออกไปประมาณ 75 เมตร ก็ล้มป่วยด้วยโรคดังกล่าว แม้จะยังไม่มีอาการที่รุนแรงเกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีการพบผู้ต้องสงสัยในพื้นที่ ต.กะลาเส เพิ่มอีก 3 ราย ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในละแวกเดียวกันกับผู้ป่วย 2 รายแรก ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อหาทางป้องกันและควบคุมโรค
จากข้อมูลระบุว่า "ลิชมาเนีย" ถือเป็น 1 ใน 5 ของโรคระบาด โดยการนำของแมลงที่ "องค์การอนามัยโลก" กำหนดไว้ ส่วนตัวพาหะนำเชื้อเป็น "ริ้นฝอยทราย" ที่มีลักษณะคล้ายยุง แต่ตัวเล็กกว่า โดยจะนำเชื้อโปรโตรซัวเข้าสู่ร่างกายผู้คน หากไปกัดเข้าจะทำให้เกิดแผลเปื่อยและเกิดโรคแทรกซ้อนในอวัยวะภายใน หากรักษาไม่ถูกวิธีอาจเสียชีวิตได้ภายในเวลา 2 ปี
โดยอาการที่สังเกตชัดคือ ผู้ป่วยจะมีแผลเปื่อย มีไข้เป็นๆ หายๆ อ่อนเพลีย น้ำหนักลดลง ผิวสีคล้ำขึ้น ส่วนรอยกัดจะมีลักษณะเฉพาะ เป็นแผลขอบนูนแข็ง ข้างในเป็นสะเก็ดขาว ปัจจุบันโรคดังกล่าวยังพบในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก น่าสนใจว่าในบางประเทศก็เริ่มต้นจากผู้ป่วยที่มีจำนวนเล็กน้อย แต่ค่อยๆ ระบาดขยายเป็นวงกว้างจนมีผู้ป่วยนับร้อยราย ทำให้ปัญหาลุกลามรุนแรงจนยกระดับขึ้นเป็น "โรคประจำถิ่น"
ส่วนในประเทศไทยมีรายงานพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้จนถึงปัจจุบันแค่ 15 ราย สำหรับในปี 2553 พบผู้ป่วย 3 ราย รายแรกอยู่ที่ จ.สตูล พบในดือนกุมภาพันธ์ ส่วนรายที่ 2-3 พบที่จ.ตรัง ในเดือนมิถุนายน และพฤศจิกายน ตามลำดับ ชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน กำนันตำบลกะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง กล่าวว่า เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทั้งที่บริเวณบ้านของผู้เสียชีวิตและในรายของผู้ป่วยต้องสงสัยและโดยรอบชุมชน พร้อมกับจัดชุดลงไปพ่นหมอกควัน เพื่อกำจัด ”ริ้นฝอยทราย"
นพ.ไพศาล เกื้ออรุณ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า ด้วยมาตรการการป้องกันและเฝ้าระวัง มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมโรคนี้ได้ ที่ผ่านมาได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ค้นหาผู้ป่วยเพิ่ม และทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่องในการที่จะป้องกัน
เป็นการตื่นตัวต่อการป้องกันโรคระบาดที่เกิดขึ้นโดยแมลง
เมธี เมืองแก้ว



