
เร่งช่วยสมาชิกชาวสวนยางเหยื่อน้ำท่วม
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ทั้งอุทกภัยและวาตภัยทำให้เกษตรกรสมาชิกสถาบันเกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์ชาวสวนยางได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก
โดยมีพื้นที่สวนยางพาราที่ประสบอุทกภัยและวาตภัยรวมทั่วประเทศจำนวน 2.1 แสนไร่ แยกเป็นอุทกภัยจำนวน 114,522 ไร่ และวาตภัยจำนวน 97,551 ไร่ ทั้งนี้การปลูกยางพาราเป็นอาชีพหลักของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้รวมทั้งยังมีการปลูกมากในเขตภาคอีสาน โดยยางพาราถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้จำนวนมาก
ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางมีอยู่ด้วยกัน 4 ลักษณะ คือ รายอยู่ในสวนสงเคราะห์มีทั้งเปิดกรีดยางและยังไม่เปิดกรีดยาง และในรายที่อยู่นอกการสงเคราะห์ที่มีทั้งเปิดกรีดยางและไม่ยังไม่เปิดกรีดยาง ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ช่วยเหลือผู้ปลูกยางพาราที่ได้รับความเสียหายจากวาตภัย อุทกภัย จำนวน 1.7 หมื่นบาทต่อไร่
ในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์จะเข้าไปดูแลสมาชิกสหกรณ์ที่เป็นสหกรณ์กองทุนชาวสวนยาง และจะร่วมกับกองทุนสงเคราะห์สวนยาง เนื่องจากมีสมาชิกส่วนหนึ่งที่ขอรับเงินกองทุนสงเคราะห์ได้ โดยสวนยางพาราต้องใช้เวลาในการปลูกนานมาก ซึ่งแตกต่างจากการปลูกข้าว เพราะกว่าจะเปิดกรีดได้ต้องใช้เวลากว่า 7 ปี โดยข้าวนั้นหากมีความเสียหายก็สามารถปลูกขึ้นมาใหม่และเก็บเกี่ยวได้ในเวลาไม่นาน แต่ยางพาราไม่สามารถกรีดยางได้เร็วขนาดนั้น อีกส่วนหนึ่งคือการชดเชยความเสียหาย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้นโยบายและให้ใช้หลักการเดียวกับหุ้นส่วนทั่วไป คือครึ่งหนึ่งของต้นทุน แต่คงมีมาตรการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคงจะมีการหารือกันต่อไป



