
พม่าหลังเลือกตั้งกับทางสองแพร่ง (1)
นับว่าเป็นครั้งแรกที่นางออง ซาน ซูจี มีโอกาสได้ทักทายพูดคุยกับผู้นำอาเซียนหลายคนในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา คนแรกคือประธานาธิบดีเบนิโญ อาคีโน ของฟิลิปปินส์ และนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นอกจากนั้นยังมีผู้นำประเทศอื่นอีกมากมายนอกอาเซียนที่ได้เสวนากับเธ
ในวันที่เธอแถลงข่าว ครั้งแรกหลังวันถูกปล่อยตัว เธอได้ขอบคุณผู้นำอาเซียนสามคนคือ ประธานาธิบดีเบนิโญ นายกฯ อภิสิทธิ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย กษิต ภิรมย์ ที่ได้เรียกร้องอิสรภาพให้เธอ
ต้องยอมรับว่านางซูจียังเป็นขวัญใจของคนพม่าอยู่ เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นคนแก่หรือคนหนุ่ม รวมทั้งชนกลุ่มน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ยอมใครเลยมาก่อน มีท่าทีล่าสุดว่ายินดีจะให้ความร่วมมือกับเธอในเรื่องสร้างชาติและความพยายามปรองดองแห่งชาติ ทุกวันนี้ยังมีคนพม่ามากมายมามุงดูที่บ้านเธอ
ตอนนี้ผู้นำทหารพม่ากำลังจับตามองดูท่าทีและความคิดเห็นของซูจีอย่างใกล้ชิด ในช่วงสามเดือนนี้จะเป็นช่วงที่อันตรายมาก เพราะรัฐบาลทหารพม่ากำลังจะเตรียมการเลือกตั้งประธานาธิบดีและฟอร์มรัฐบาลนอมินี ซึ่งเป็นขั้นตอนที่หกและที่เจ็ดของโรดแม็พทางการเมืองที่มีมาตั้งแต่ปี 2005
ถ้าเธอทำอะไรลงไปที่ยังท้าทายผู้นำทหาร เช่นเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อพบปะประชาชนแบบในอดีต หรือเรียกร้องให้ต่างประเทศโดดเดี่ยวพม่าทางด้านเศรษฐกิจอีกต่อไป เธออาจจะถูกจับคุมเป็นครั้งที่สามก็ได้ ต้องติดตามดูว่าคนที่จะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่นั้นคือใคร
ที่น่าสังเกต คือวาทกรรมของซูจีหลังจากถูกปล่อยครั้งนี้เต็มไปด้วยความหวังและมุ่งเข้าหาคนหนุ่มสาวมากขึ้น เธอต้องการให้คนหนุ่มสาวในสังคมพม่าสนใจการพัฒนาการบ้านการเมืองในพม่า ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างประชาธิปไตยที่ถาวรและยั่งยืนได้ เธอยังให้ความหวังกับเสริมสร้างพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย
เท่าที่ติดตามคำให้สัมภาษณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด ยังพบว่าเธอให้ความสำคัญต่อท่าทีอาเซียนมากขึ้น ในอดีตเธอไม่ได้สนใจอาเซียนเท่าที่ควร เพราะเห็นว่าอาเซียนไม่มีน้ำยา ไม่สามารถช่วยเธอได้ ยังสนับสนุนรัฐบาลทหารที่กดขี่ประชาชนอีกด้วย
การได้ทักทายกับผู้นำอาเซียนครั้งนี้ จะส่งผลให้อาเซียนมีทัศนคติที่ดีต่อตัวเธอ อย่าลืมว่าเธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เป็นผู้นำอาเซียนและเป็นประชาชนอาเซียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกก็ว่าได้ ฉะนั้นผู้นำอาเซียนต้องให้เกียรติเธอ ไม่แน่ในปีสองปีข้างหน้าเธออาจจะเป็นผู้นำพม่าและเข้าร่วมประชุมผู้นำสุดยอดอาเซียน
ถ้านางซูจีมีความพยายามและยังมีวิสัยทัศน์ในแนวนี้ อนาคตเธอและพม่าจะไปได้ดี เนื่องจากประชาคมโลกพร้อมจะให้การสนับสนุนเธอ พม่ามีทรัพยากรมากและยังเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน พม่าจะพัฒนาตัวเองได้เร็วกว่าสมาชิกอาเซียนใหม่ด้วย



