
มินิมาร์ทเหยื่อไฟใต้เยียวยาผู้สูญเสียวันไร้เสาหลัก
การจากไปของ เสาหลักในครอบครัว อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เป็นผลสะท้อนด้านหนึ่งนั่นก็คือ ชีวิตที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะ สตรี ที่ต้องยืนหยัดทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว หรือเสาเอกของบ้านแทนผู้นำที่จาก
ทั้งนี้ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่หน่วยงานราชการได้พยายามดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งการช่วยเหลือนั้นมี 2 ระยะ คือระยะสั้นเป็นการมอบการช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายและสวัสดิการต่างๆ ที่พึงได้ ส่วนการช่วยเหลือระยะยาวนั้นเป็นการช่วยเหลือในการให้อาชีพ และการหาอาชีพและรายได้ที่มั่นคงก็เป็นช่องทางหนึ่ง ในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับการเปิดร้านมินิมาร์ท ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ก็เป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบได้เป็นอย่างดี
"ร้านเยียวยาหนองจิกมินิมาร์ทแห่งนี้ เกิดขึ้นจากความต้องการของสมาชิก ผู้ได้รับผลกระทบของ อ.หนองจิก ทั้ง 1,441 คน ซึ่งต้องการที่จะมีอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ จึงเสนอของบประมาณจากศูนย์เยียวยาจังหวัดปัตตานี และได้รับการอนุมัติในวงเงิน 350,000 บาท เพื่อเป็นเงินทุนในการจัดซื้อสินค้า เพื่อวางจำหน่ายในร้านค้าแห่งนี้ และกำหนดให้สมาชิกผู้ได้รับผลกระทบทุกคน ถือหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ใช้อาคารอเนกประสงค์บริเวณด้านหน้าอำเภอเป็นที่ตั้งร้านค้า โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายในร้าน " สนั่น พงษ์อักษร” นายอำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี บอกเล่าถึงที่มา
สำหรับร้านค้าแห่งนี้นอกจากจะมีสินค้าจำเป็นแก่การครองชีพทั่วไปแล้ว ยังได้เปิดโอกาสให้นำสินค้าที่เป็นผลผลิตของกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ กลุ่มสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ รวมทั้งพืชผักสดจากฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทั้ง 5 แห่งในพื้นที่มาร่วมวางจำหน่ายอีกด้วย
“เราต้องการให้ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบรู้สึกว่าชีวิตที่เหลืออยู่ยังมีค่าแม้วันนี้เขาจะไร้เสาหลัก หรือผู้นำครอบครัวที่ตกเป็นเหยื่อสังเวยชีวิตในการก่อความรุนแรงของคนร้ายก็ตาม ดังนั้นการเยียวยามินิมาร์ทแห่งนี้จึงเป็นหนทางหนึ่งที่พอจะช่วยเติมรอยยิ้มให้ชาวบ้านได้บ้างไม่มากก็น้อย”นายอำเภอหนองจิก ระบุ
อรรยาณี สังข์สมบูรณ์ ภูมิลำเนา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ผู้สูญเสียบิดาจากเหตุการณ์ความไม่สงบในปี 2551 กล่าวว่า สมาชิกในครอบครัวมีเพียงพ่อ แม่ ลูก แต่เมื่อบิดาซึ่งทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ถูกคนร้ายลอบสังหารเสียชีวิตในพื้นที่ทุ่งยางแดง ส่งผลให้การดำเนินชีวิตของสมาชิกที่เหลืออยู่เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะรายได้หลักมาจากเงินเดือนของหัวหน้าครอบครัว
“การขาดพ่อซึ่งเป็นผู้นำครอบครัวไม่เพียงแค่ทำให้ขวัญของคนที่เหลืออยู่ตกอยู่ในสภาพระส่ำระสายอย่างมากแล้ว ยังเผชิญกับช่วงเวลาที่ลำบากมากที่สุด เพราะต้องหางานเพื่อนำรายได้เข้าสู่ครอบครัวท่ามกลางสถานการณ์ไม่ปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากสำหรับคนเป็นผู้หญิง”
อรรยาณี ในวันนี้ทำหน้าที่เป็นพนักงานเก็บเงินภายในร้าน “เยียวยา มินิมาร์ท” เพราะนอกจากทำให้มีรายได้เลี้ยงตัวเองและคนในครอบครัวแล้ว ยังสามารถคลายภาวะความเครียดในการใช้ชีวิตท่ามกลางความรุนแรง
รอปิละ บาฮา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสตรีหลังวังหนองจิก อ.หนองจิก กล่าวว่า “เยียวยา มินิมาร์ท” กลายเป็นช่องทางหนึ่งในการกระจายสินค้าของกลุ่มที่มีสมาชิก มีการนำสินค้า 10 รายการ ที่มาจากการผลิตของสมาชิกไม่ว่าจะเป็นข้าวเกรียบดิบทอด ขนมพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งเดิม
ใช้วิธีตระเวนออกร้านวางขายในงานนิทรรศการ แต่การเกิดขึ้นของ “เยียวยา มินิมาร์ท” ช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบมีรายได้จากการมีสถานที่วางจำหน่ายสินค้าใกล้บ้าน นอกเหนือจากการขนสินค้าไปออกร้านในภูมิภาคต่างๆ
“ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน และผู้ได้รับผลพวงจากเหตุการณ์รุนแรงจะเป็นหนทางหนึ่งที่พอจะบรรเทาและผ่อนคลายความทุกข์กายทุกใจของคน 3จังหวัดได้” รอปิละ กล่าวอย่างมีความหวัง
มินิมาร์ทของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบที่ อ.หนองจิก แห่งนี้ จึงเป็นแนวทางการเยียวยาบาดแผลให้ครอบครัวเหยื่อจากความรุนแรงที่ช่วยให้สามารถตั้งต้นชีวิตใหม่ได้ในวันที่ไร้ซึ่งเสาหลัก
สุพิชฌาย์ รัตนะ



