ข่าว

เอกชนหนุนรัฐเดินหน้ารถไฟรางคู่-เร็วสูง

เอกชนหนุนรัฐเดินหน้ารถไฟรางคู่-เร็วสูง

06 ธ.ค. 2553

เอกชนทั้งภาคใต้หวังรัฐเดินหน้าผลักดันโครงการรถไฟรางคู่ เพิ่มความสะดวกในการขนสินค้า ส่วนภาคเหนือหนุนเร่งเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงทั้ง 2 เส้นทาง

 นายธีระกิจ หวังมุฑิตากุล ประธานหอการค้า จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนช่วงปี 2553 ไม่คึกคักมากนัก แต่ในปี 2554 ภาคเอกชนได้ฝากความหวังกับรัฐบาลในการผลักดันให้เกิดรถไฟรางคู่ ในการขนส่งสินค้าเชื่อมฝั่งอันดามันและภาคใต้ทั้งหมดแบบครบวงจร เพื่อการลำเลียงสินค้าให้เป็นรูปธรรม เพราะสภาพพื้นที่ภาคใต้ไม่แตกต่างจากการก่อสร้างรางคู่เส้นทางฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง ที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้น

 "หากรัฐบาลให้ความสำคัญก็เชื่อว่าจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการผ่านระบบรางมากขึ้น เพราะปัจจุบันการขนส่งสินค้าของไทยส่วนใหญ่จะเป็นทางถนน ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงตามไปด้วย เนื่องจากการลงทุนทางรถไฟยังมีน้อย" นายธีระกิจกล่าวและว่า ส่วนสิ่งที่คาดหวังจะให้เกิดขึ้นในปี 2554 คือ เรื่องอาฟตา หรือเขตการค้าเสรีอาเซียนกับเกษตรกรไทย ทางรัฐบาลควรทำความเข้าใจหรือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหรือเกษตรกรไทยรับทราบให้มากขึ้น

 นายสมชาย ทองคำคูณ รองประธานหอการค้าฝ่ายโลจิสติกส์ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทยเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่รัฐบาลจะเร่งให้เกิดเร็ว จะมีประโยชน์ด้านการขนส่งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเส้นทางที่มีระยะทางเกิน 600 กิโลเมตร จะทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น จากเดิมที่ใช้เฉพาะทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน

 "ผมเชื่อว่าเชียงใหม่จะได้รับอานิสงส์จากโครงการนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่ ที่เร่งดำเนินการก่อสร้างเพื่อรองรับตลาดไมซ์ ซึ่งแต่ละการประชุมเชื่อจะต้องมีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 2,000 คน หากเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างเดียวก็จะต้องใช้หลายเที่ยวบิน แต่หากมีรถไฟความเร็วสูงก็จะทำให้การขนคน การเดินทางสะดวกมากขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายได้เช่นเดียวกัน" นายสมชายกล่าว

 นายสมชาย กล่าวว่า ที่จะมีการผลักดันให้โครงการเกิดได้เร็วภายใน 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่งนั้น ส่วนตัวเห็นว่าอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่านั้น เวลาเพียง 1 ปี เชื่อว่าจะเป็นไปได้เพียงแค่การศึกษาความเป็นไปได้เท่านั้น