ข่าว

สาธารณภัย : ถึงคราผนึกกำลังอาเซียน (จบ)

สาธารณภัย : ถึงคราผนึกกำลังอาเซียน (จบ)

06 ธ.ค. 2553

เมื่อครั้งที่ พลเอกมงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ท่านได้เสนอต่อกระทรวงกลาโหมแปรสภาพ “ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กระทรวงกลาโหม”เป็น “ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงกลาโหม” เพื่อให้กองทัพสามารถช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ

 ศูนย์แห่งนี้มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้อำนวยการ มีผู้แทนจากทุกเหล่าทัพร่วมเป็นกรรมการทำให้เกิดเอกภาพและประสิทธิภาพสูงสุด เทียบกับในอดีตที่แม้ทุกเหล่าทัพต่างทุ่มเทให้ความช่วยเหลือ แต่ก็เป็นไปในลักษณะ “ต่างคนต่างทำ” ไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร นอกจากนั้นภารกิจของศูนย์แห่งนี้ยังรวมถึงการประสานงานกับทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชนและองค์กรเอกชนต่างๆ อีกด้วย โดยศูนย์ได้เข้าร่วมฝึกซ้อมกับศูนย์ป้องกันอุบัติภัยกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2540 และต่อมาอีกหลายครั้ง

 บทบาทของศูนย์โดดเด่นอีกครั้งหนึ่งเมื่อเกิดวาตภัยและอุทกภัยจากพายุลินดาในภาคใต้เมื่อปลายปี พ.ศ.2540 ที่การช่วยเหลือประชาชนของกองทัพเป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นระบบ ด้วยเอกภาพสูงสุดภายใต้การอำนวยการของศูนย์ และครั้งนี้เองที่เรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งเพิ่งเข้าประจำการได้ออกปฏิบัติการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ท่ามกลางความชื่นชมของพี่น้องชาวไทยทั่วทั้งประเทศภายใต้การอำนวยการของศูนย์แห่งนี้

 บทบาทของศูนย์ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งเมื่อจัดให้มี “การฝึกบรรเทาสาธารณภัย” ร่วมเป็นครั้งแรกขึ้นเมื่อ พ.ศ.2541

 ในอาชีพทหาร ทุกคนต่างคุ้นเคยกับการฝึกทำการรบในระดับหน่วยต่างๆ ตั้งแต่เล็กสุดไปจนถึงหน่วยที่ใหญ่ที่สุด การฝึกก็มีหลายประเภท รวมทั้งที่เรียกกันว่า “การฝึกปัญหาที่บังคับการ- COMMAND POST EXERCISE : CPX”

 การฝึกชนิดนี้ โดยหลักการแล้วมุ่งเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการบัญชาการรบในสนาม เป็นการฝึกที่ไม่ต้องนำกำลังพลและยุทโธปกรณ์ออกสนาม โดยเพียงแต่จัดตั้งกองบัญชาการซึ่งประกอบด้วยผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการ จากนั้นก็มีการสมมติปัญหาฝึก แล้วส่งให้ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการแก้ไข โดยมีกรรมการคอยสังเกตการณ์และประเมินผล

 การฝึกเช่นนี้มีข้อดีคือ ไม่ต้องนำกำลังออกปฏิบัติการในสนามเหมือนการฝึกภาคสนามซึ่งนำมาซึ่งความสิ้นเปลือง จึงสามารถกระทำได้บ่อยครั้ง

 กองบัญชาการทหารสูงสุดในยุคนั้นได้ประยุกต์การฝึกทางทหารชนิดนี้ให้เกิดประโยชน์ต่อการบรรเทาสาธาณภัย การจัดตั้งกองบัญชาการเพื่อการปฏิบัติทางทหารตามแบบแผนการฝึกปกติ ถูกปรับปรุงเป็นกองอำนวยการที่มีตัวแทนจากทุกเหล่าทัพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีผู้แทนจากองค์กรเอกชนหลักๆ อีกหลายองค์กรสนใจส่งผู้แทนเข้าร่วมการฝึก รวมทั้งสื่อมวลชนจากหลายสำนักก็ส่งตัวแทนเข้าร่วมการฝึกเช่นเดียวกัน

 การฝึกบรรเทาสาธารณภัยร่วมครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2541 โดยเลือกพื้นที่จังหวัดชุมพรเป็นพื้นที่ฝึก เนื่องจากเพิ่งประสบปัญหาอุทกภัยที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อพี่น้องชาวชุมพรอย่างหนักเมื่อปี พ.ศ.2539 ที่ผ่านมา เป็นพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วง และได้พระราชทานแนวทางในการแก้ปัญหาให้หลายประการ กองทัพไทยจึงเลือกเป็นพื้นที่ฝึกครั้งแรกนี้

 กล่าวได้ว่า กองทัพไทยเป็นกองทัพแรกในกลุ่มอาเซียนที่ริเริ่มจัดให้มีการฝึกปัญหาที่บังคับการเพื่อการบรรเทาสาธารณภัยขึ้น และจากนั้นก็ได้จัดไว้เป็นการฝึกประจำปีของกองทัพไทย ซึ่งต่อมาได้รับความสนใจจากกองทัพอาเซียนส่งผู้สังเกตการณ์มาร่วมหลายครั้ง

 ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปี 2553 ที่สร้างความตระหนกแก่ประชาชนไทยอย่างยิ่ง บัดนี้เริ่มจางหายไปแล้ว และแทบไม่มีใครกล่าวถึงแนวทางไม่ว่าจะเป็นการป้องกันหรือการจัดระบบบรรเทาความเดือดร้อนอีกแล้ว ไว้ปีหน้าค่อยไปตายเอาดาบหน้า

 ประสบการณ์ที่นำมาทบทวน อาจเป็นแนวทางสำหรับการเตรียมแก้ปัญหาเสียแต่บัดนี้ กองทัพไทยพร้อมเสมอที่จะเข้ามีส่วนร่วม และหากขยายไปสู่ความร่วมมือระหว่างกองทัพในกลุ่มอาเซียนก็จะก่อให้เกิดพลานุภาพอันมหาศาลที่จะเป็นคุณูปการต่อประชาคมอาเซียนเป็นอย่างยิ่ง