ข่าว

ขบวนเรือจุดเทียนชัยน้ำเจ้าพระยาไสว

ขบวนเรือจุดเทียนชัยน้ำเจ้าพระยาไสว

06 ธ.ค. 2553

นายกฯนำปชช.จุดเทียนชัยถวายพระพร "ในหลวง" พร้อมกับคนไทยทั่วประเทศ พร้อมนำจุดเทียนชัยถวายพระพรทางน้ำโดยขบวนเรือเฉลิมพระเกียรติยิ่งใหญ่ตระการตากลางน้ำเจ้าพระยาหน้าโรงพยาบาลศิริราช

เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น.วันที่ 5 ธันวาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานถวายเทียนชัยราชสักการะ และนำประชาชนจุดเทียนชัยถวายราชสดุดี พร้อมกันทุกจังหวัดที่เวทีศาลฎีกาข้างสนามหลวง  เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคมว่า "ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพเจ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพ่อค้า ประชาชน ทุกหมู่เหล่าที่มาพร้อม ณ มณฑลพิธีแห่งนี้และประชาชนทั่วทุกจังหวัด

 ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายล้วนจงรักภักดีหาที่สุดมิได้ ทรงเป็นพลังแห่งแผ่นดิน และทรงงานหนักยิ่งเพื่อขจัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกร นับตั้งแต่เถลิงถวัลย์ราชสมบัติมา 84 ปี ทรงพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานับประการ เปรียบประดุจทิศทางที่หลั่งไหลมาหล่อเลี้ยงชีวิตใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงศึกษาวิจัยเพื่อความสงบสุขของพสกนิกร ข้าฯจักสนองพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยความกตัญญูกตเวทิคุณ เนื่องในมหามงคลสมัยในวันที่ 5 ธันวาคม

 และขอพระราชทานราชานุญาตนำประชาชนถวายพระพร และปฏิญาณตน ข้าฯจะคิดพูดทำด้วยความเมตตา มุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตนและผู้อื่น และแก่ประเทศชาติ จะประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกาและระเบียบแบบแผน โดยเท่าเทียมเสมอกัน และจะทำความคิดเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงและมั่นคงอยู่ในเหตุในผล

 ข้าฯทั้งปวงจะยึดถือคุณธรรมที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทพระราชทานไว้เป็นหลักประจำกายและใจ และปลูกฝังให้อนุชนประพฤติปฏิบัติตามตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ" พร้อมเปล่งคำว่า ทรงพระเจริญ 3 ครั้ง จากนั้น นายกฯได้นำร้องเพลงสดุดีมหาราชา และเดินทางไปท่าเรือธรรมศาสตร์เพื่อร่วมงานแผ่นดินของเรา

 นอกจากนี้ยังมีการแสดงพลุดอกไม้ไฟจำนวน 19 ชุด ซึ่งมีความงดงามตระการตาอย่างยิ่ง ขณะที่มีประชาชนเข้าร่วมงานและชมความงามของการแสดงชุดต่างๆจำนวนมาก

ปชช.ชื่นชมความงามเก็บภาพโคมลอยที่ระลึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่มีการจุดเทียนชัยถวายพระพรที่บริเวณศาลฎีกาแล้ว เมื่อเวลา 20.29 น. ที่บริเวณเวทีแสง สี เสียง กลางลำน้ำเจ้าพระยา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้นำประชาชนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยมีการปล่อยโคมลอย จำนวน 8,999 ดวง และจุดพลุดอกไม้ไฟประกอบจากเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ทั้งนี้ ในช่วงปล่อยโคมลอยเต็มท้องฟ้านั้น ประชาชนต่างส่งเสียงด้วยความดีใจและเปล่งเสียงทรงพระเจริญ และร้องสรรเสริญพระบารมีและสดุดีมหาราชา จากนั้นต่างก็ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และหลังจากเสร็จพิธีการบริเวณเวทีกลางน้ำแล้ว นายกฯและคณะก็ได้เดินทางออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช่นเดียวกับประชาชนที่บางส่วนทยอยเดินทางกลับ ขณะบางส่วนก็ยังถ่ายภาพโคมที่ลอยเป็นสายเต็มท้องฟ้า
 
 พร้อมกันนี้ ยังจัดการแสดงบนเวทีกลางลำน้ำเจ้าพระยา โดยระดมศิลปินแห่งชาติและศิลปินชื่อดังมากมายมาขับร้องเพลงแหล่เฉลิมพระเกียรติ ราชาแห่งราชัน พร้อมการแสดงตระการตา อาทิ การสร้างภาพจากม่านควัน โดยมีการฉายพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บนม่านควัน ทำให้เห็นภาพพระองค์ลอยอยู่บนฟ้า การยิงเลเซอร์จากสะพานพระปิ่นเกล้า เพื่อให้ภาพไปปรากฏบนผนังอาคารคอนโดมิเนียมด้านข้างสะพานพระปิ่นเกล้า โดยเป็นภาพพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรูปลายเส้นสีเขียวด้วย

 อย่างไรก็ตามกรมเจ้าท่าปิดการจราจรทางน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ตั้งแต่เมื่อเวลา 12.00 น.ของวันที่ 5 ธ.ค. โดยห้ามเดินเรือทุกชนิดผ่านโดยเด็ดขาด เพื่อให้เรือที่เข้าร่วมขบวนถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ทยอยเข้าประจำตำแหน่ง จากนั้นเวลา 17.30 น. เริ่มเปิดการแสดงเพลงแหล่เฉลิมพระเกียรติราชาแห่งราชัน ณ เวทีกลางแม่น้ำเจ้าพระยา จะทำให้พื้นหลังเป็นม่านน้ำ ต่อด้วยการแสดงเพลงเรือถวายพระพรโดยศิลปินแห่งชาติ

  นอกจากนี้ จะมีการแสดงอีกหลายชุด ประกอบการแสดงแสง เสียง และการแสดงภาพบนม่านน้ำ ทั้งนี้ ขบวนเรือจะเรียงรายยาวตั้งแต่ท่าเรือปิ่นเกล้าไปจนถึงท่าเรือวัดระฆัง โดยจะมีเรือร่วมถวายพระพรกว่า 500 ลำ

  อย่างไรก็ตาม จะมีการเปิดท่าเรือ 14 ท่า ให้ประชาชนลงเรือชมการถวายพระพรทางน้ำ ได้แก่ ท่าเรือเทเวศร์  พระราม 8 สองฝั่ง ท่าเรือบางลำภู ท่าเรือปิ่นเกล้า สองฝั่ง ท่าเรือการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ท่าเรือหอประชุมกองทัพเรือ ท่าเรือข้างโรงเรียนราชินี ท่าเรือวัดประยุรวงศาวาส ฝั่งธนบุร ท่าเรือสะพานพุทธ ฝั่งธนบุรี และท่าเรือสะพานพุทธ ฝั่งพระนคร

  เมื่อเวลา 10.00 น.นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาที่ท่าเทียบเรือองค์การสะพานปลาจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเป็นประธานในการปล่อยขบวนเรือประมงเฉลิมพระเกียรติ ที่จะเดินทางไปเข้าร่วมขบวนเรือเฉลิมพระเกียรติที่บริเวณปรัมพิธีท่าน้ำหน้าโรงพยาบาลศิริราชในคืนนี้ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ทางจังหวัดสมุทรปราการได้ทำการปล่อยขบวนเรือประดับไฟสัญญาลักษณ์เฉลิมพระเกียรติและสัญญาลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณโรงพยาบาลศิริราชก่อนแล้วจำนวน 144 ลำ

   ส่วนในช่วงสายของวันนี้ได้ทำการปล่อยขบวนประมงของชาวจังหวัดสมุทรปราการ กว่า 1 หมื่นคนพร้อมเรือประมงที่ประดับธงชาติและธงตราสัญญาลักษณ์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมประดับไฟสวยงาม ที่จะล่องเรือไปตามลำน้ำเจ้าพระยาเพื่อเข้าร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรในค่ำคืนนี้ โดยขบวนเรือดังกล่าวได้ทยอยแล่นไปตามลำน้ำเจ้าพระยาผ่านหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ โดยจะใช้เวลาในการล่องเรือเข้าร่วมขบวนที่หน้าโรงพยาบาลศิริราชประมาณ 4 ชั่วโมง โดยมีประชาชนมายืนชมขบวนเรือเฉลิมพระเกียรติเต็มสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ทางจังหวัดสมุทรปราการยังได้ขบวนเรือประดับไฟอย่างสวยงามอีก 65 ลำเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา รวมขบวนเรือของจังหวัดสมุทรปราการที่เข้าร่วมขบวนในครั้งนี้จำนวน 209 ลำ

พสกนิกรเนืองแน่นรอจุดเทียนชัยชมเรือ

  เมื่อเวลา 17.20 น. บริเวณถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ตลอดทั้งแนว เนืองแน่นไปด้วยประชาชนซึ่งสังกัดองค์กรต่างๆ เช่น องค์กรแม่บ้านสามเหล่าทัพ กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งสวมเครื่องแบบขาวเต็มยศ และประชาชนทั่วไปที่ต่างสวมเสื้อสีชมพูมารอเฝ้ารับเสด็จ และร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรในช่วงค่ำ

  ขณะเดียวกันตั้งแต่ ถ.ราชดำเนินไปจนถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ท่าพระอาทิตย์ และบริเวณเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นจุดรับชมขบวนเรือนั้น ปรากฏว่าต่างเนืองแน่นไปด้วยประชาชนทั้ง ผู้สูงอายุ กลุ่มนักศึกษา และเด็กเล็กที่เดินทางมากับผู้ปกครอง ได้มาจับจองที่นั้งตั้งแต่ช่วงบ่าย ส่วนภายใน ม.ธรรมศาสตร์ได้จัดไว้ให้เฉพาะสื่อมวลชนและผู้ที่ลงทะเบียนมีบัตรเข้าชมพระราชพิธีเข้าได้เท่านั้น

  และบริเวณท่าพระอาทิตย์ ฝั่งสนามหลวงมีการตั้งเต๊นท์แจกเทียนสีชมพูให้กับประชาชนเพื่อร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพร ขณะที่ฝังศาลฎีกา ซึ่งเป็นด้านที่นายกรัฐมนตรีจะป็นประธานจุดเทียนชัยมีการนำแผงเหล็กมาวางกั้นตอลดแนว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย และกลุ่มลูกเสือจากโรงเรีนยต่างๆ มาจัดระเบียบความเรียบร้อย

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ อาคารสูงภายใน ม.ธรรมศาสตร์ มีเจ้าหน้าที่ประจำดาดฟ้าเฝ้าสังเกตการณ์ความปลอดภัยโดยทั่วไป ส่วนประชาชนที่ไม่สามารถเข้ามาในบริเวณจัดงานได้ เจ้าหน้าที่ได้แนะนำว่าสามารถรับชมขบวนเรือ และการแสดง แสง สีเสียง ในเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ได้ที่บริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งสามารถถ่ายภาพได้ขณะที่เริ่มงาน ส่วนบรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆ

แน่นสนามหลวงร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร

  ที่ศาลฎีกา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น.  ประชาชนได้เริ่มทะยอยเดินทางมาเพื่อร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันค่ำของวันนี้ โดยในขณะนี้ในบริเวณฟุตบาธทางเดินเท้าตั้งแต่บริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ จนถึงมาศาลหลักเมือง ซึ่งติดกับศาลฎีกาที่เป็นสถานที่ใช้ในการจัดงานพิธีในช่วงค่ำของวันนี้ เนื่องแน่นไปด้วยประชาชนที่พร้อมใจกันสวมเสื้อสีชมพู อีกทั้งบริเวณทางเท้าได้มีกลุ่มผู้ค้าได้นำธงชาติ และตราสัญลักษณ์ประจำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโคมเทียนมาตั้งจำหน่ายให้ประชาชนที่มาร่วมงาน และในขณะนี้ที่บริเวณภายในศาลฎีกา มีประชาชนจำนวนจำนวนมากได้เข้าแถวเพื่อรอรับข้าวสารพระราชทานขนาดบรรจุ 1 ก.ก. โดยมีกลุ่มลูกเสื้อ และเจ้าหน้าที่คอยจัดระเบียบเพื่อความสะดวกเรียบร้อย

  ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อย่างไรก็ตามตลอดถนนราชดำเนินตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้า มาจนถึงบริเวณสนามหหลวงได้มีการกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร และเจ้าเทศกิจ ได้กระจายกำลัง เพื่อดูแลความเรียบร้อย ให้กับประชาชนที่จะเดินทางมร่วมพิธี และในขณะเดียวที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าเรื่อยมาจนถึงบริเวณหน้าด้านกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการตั้งเต้นท์เพื่อตั้งจำหน่ายสินค้า และอาหาร เวทีคอนเสิร์ต  ได้เริ่มมีประชาชน และกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่เดินทางได้เริ่มเข้าจับจองพื้นที่ ในการร่วมพิธีในค่ำนี้เช่นกัน

แน่นลานพระราชวังดุสิตรอจุดเทียนชัย

 บรรยากาศการจัดงานแผ่นดินของเรา เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต คึกคักไปด้วยพสกนิกรที่เริ่มทยอยมาร่วมงาน ซึ่งโดยรอบบริเวณการจัดงานเต็มไปด้วยเต้นท์ลงนามถวายพระพร โดยกระทรวงต่างๆ ได้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ รวมถึงเต้นท์ของหน่วยงานองค์กรเอกชน ที่มาร่วมแสดงสินค้าอย่างคับคั่ง ขณะที่ประชาชนที่มาร่วมงาน ต่างรู้สึกปราบปลื้มที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน ถึงแม้ในช่วงบ่ายจะมีอากาศร้อน ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เช่นเดียวกับนางสาว อิสริยาภรณ์ เนตรพระ และครอบครัว ที่รู้สึกปราบปลื้มอย่างมากที่ได้เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้

 นอกจากนี้กิจกรรมการแสดงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ในเวลา 17.00 น. จะมีการแหล่เรื่องไตรรงค์ ธงสยาม และการแสดงชุดเดินตามรอยพ่อ ของสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และจะมีการจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลในเวลา 19.29 น. โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จากนั้นต่อด้วยการจุดพลุเฉลิมพระเกียรติด้วย

คนบันเทิงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

 ความปลื้มปิติและความประทับใจที่พสกนิกรชาวไทยมีต่อพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคงบรรยายเป็นคำพูดได้ไม่มีวันหมด รวมทั้งยังน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่นขณะที่จิ้ม ชวนชื่น เปิดเผยว่าทำความดีถวายในหลวงด้วยการเขียนข้อความลงไปรษณียบัตรว่าจะเลิกสูบบุหรี่ตลอดชีวิต ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้ เพราะเลิกบุหรี่เกือบ 7 ปีแล้ว

 ส่วนสาวพลอย เฌอมาลย์ กล่าวว่า "ก็อยากเห็นคนไทยรักกันและไม่แบ่งสีเพื่อเป็นของขวัญถวายพระองค์  ถ้าอยากเห็นในหลวงทรงสบายพระราชหฤทัย คนไทยทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันทำความดีถวายเป็นของขวัญให้พระองค์นะคะ ง่ายๆ เพียงแค่เริ่มต้นจากที่ตัวเราก่อนค่ะ"

 ปิดจราจรราชดำเนินใน-อู่ทองใน-ศรีอยุธายาค่ำนี้

 กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์การปิดเส้นทางจราจรในช่วงเย็นวันที่ 5 ธ.ค.2553 ว่าในเวลา 17.00 น. - 22.00 น. มีการปิดการจราจรบริเวณถนนราชดำเนินในตลอดทั้งสาย บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ถนนอู่ทองในทั้งตลอดสาย ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่แยก พล.1 ถึงแยกวัดเบญจมบพิตร เนื่องจากมีการจัดงาน "5 ธันวามหาราช"