
นายกฯระบุรบ.น้อมรับแนวพระราชดำริ
"นายกฯ"เชิญชวนปชช.ถวายความจงรักภักดีถวายแด่ในหลวง ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา พร้อมชี้หากขรก.ทำได้ตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณที่ได้เปล่งวาจาออกไป เชื่อว่าทุกปัญหาต่างไม่ว่าจะเป็นของปชช. สังคม และปัญาต่างของประเทศจะหมดไปอย่างแน่นอน
(5ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" กล่าวถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธ.ค. ว่า ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2553 ข้าพระพุทธเจ้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในนามของรัฐบาลและปวงชนชาวไทย ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพร พระชนมพรรษายิ่งยืนนาน พระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง สถิตย์เป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้าปวงข้าพระพุทธเจ้าเหล่าพสกนิกรตราบกาลนานเทอญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ในวันนี้ วันที่ 5 ธันวาคม 2553 ซึ่งในวันที่ 5 ธันวาคมถือเป็นวันมหามงคลของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปีนี้พระองค์ท่านมีพระชนมายุครบ 83 พรรษา ตนอยากจะขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนอีกครั้งหนึ่ง ในการถวายความจงรักภักดี และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมในการถวายความจงรักภักดีและถวายพระพรได้ ตามที่หน่วยงานราชการและหน่วยงานะเอกชนต่าง ๆ จัดขึ้นมากมายในวันนี้ โดยเฉพาะในส่วนของรัฐบาลนั้นได้มีการจัดงานเฉลิมพระเกียรติมาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นมา ที่เราใช้ชื่องานว่า แผ่นดินของเรา ซึ่งช่วงท้ายของรายการนั้นก็จะมีบรรยากาศในวันที่ได้มีการเปิดงานเฉลิมพระเกียรติแผ่นดินของเรา ในวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา
กิจกรรมของการถวายพระพรในวันนี้มีหลากหลาย ตนอยากจะขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนอีกครั้งหนึ่ง และอยากจะขอเรียนว่า ในบางกิจกรรม เช่น ที่จะมีกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ก็คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนพสกนิกรจำนวนมากไปร่วมงานครับ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกคนที่ไปร่วมกิจกรรม ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพราะว่าคาดว่าจะมีผู้คนเป็นจำนวนมาก การดูแลในเรื่องของความเรียบร้อยและความปลอดภัยนั้นต้องขอความร่วมมือเป็นพิเศษ โดยขอให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อที่เราจะสามารถแสดงความจงรักภักดีและถวายพระพรได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง
นายกฯ กล่าวต่ออีกว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพ การที่เราถวายความจงรักภักดี และมาร่วมใจกันถวายพระพรในวันที่ 5 นั้น ก็ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการมาตลอดระยะเวลายาวนานหลายทศวรรษครับ ตนอยากจะเล่าให้พี่น้องประชาชนฟังว่า ที่จริงแล้วสิ่งที่พระองค์ท่านได้พระราชทานแก่พี่น้องประชาชนคนไทยนั้นมีมากมาย และมีความหมายอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนและของสังคม อยากจะชี้ให้เห็นว่า เพียงแค่ภารกิจในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่าน ที่ตนได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดินและแก้ไขปัญหาร่วมกับภาคส่วนอื่น ๆ ในสังคมนั้น มีหลายต่อหลายสิ่งที่เราได้ประโยชน์อย่างมหาศาลจากแนวพระราชดำริ และพระราชกรณียกิจต่าง ๆ หรือโครงการในพระราชดำริ อย่างเช่น เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วที่ตนได้เดินทางไปร่วมประชุมกับหอการค้าทั่วประเทศ ปีนี้หอการค้าทั่วประเทศได้เดินหน้าทำโครงการ เพื่อที่จะเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือโครงการที่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมจากนี้ไป จะเน้นหนักในการเข้าถึงพี่น้องประชาชนในระดับชุมชน ในระดับรากฐานของพี่น้องประชาชนในชนบทจริง ๆ
หนึ่งในโครงการที่ได้มีการดำเนินการ และรัฐบาลให้ความสนใจมากก็คือโครงการที่เรียกว่า หนึ่งไร่ หนึ่งแสน ความหมายก็คือว่า ต้องการที่จะให้เกษตรกรที่มีที่ดิน 1 ไร่สามารถที่จะมีรายได้ถึง 100,000 บาทในการทำการเกษตร ซึ่งโครงการนี้ได้มีการไปทดลองนำร่องแล้ว และเป็นโครงการซึ่งความจริงแล้วก็เป็นไปตามแนวพระราชดำริในเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ได้ทดลองไปก็คือว่าได้ไปร่วมมือทำงานกับทางเกษตรกรซึ่งเข้ามาร่วมในโครงการ จากเดิมซึ่งอาจจะมีรายได้ลำพังเพียงแต่การปลูกข้าวอย่างเดียว ตอนนี้ก็มีการแบ่งพื้นที่ ผสมผสานในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์บกสัตว์น้ำ คือทั้งเป็ด ทั้งปลา ทั้งกบ แล้วก็พบความเป็นจริงครับว่า เมื่อมีการแบ่งพื้นที่อย่างเหมาะสม พี่น้องเกษตรกรที่เข้ามาร่วมโครงการนั้น บางรายสามารถทำรายได้สูงถึงไร่ละกว่า 200,000 บาท ซึ่งที่จริงแล้วตนก็ได้คุยกับทางหอการค้าว่า โครงการนี้สามารถที่จะขยายผลจากการนำร่องครั้งนี้ไปได้ แต่ว่าแน่นอนครับการทำนี้ต้องทำบนหลักความถูกต้อง ซึ่งหลักนี้เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานไว้ในแนวพระราชดำริในเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของงานที่ผมได้ไปร่วม และที่ได้เห็นทางภาคธุรกิจเอกชน คือทางหอการค้าได้มีการดำเนินงานอยู่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการทำงานตามเบื้องพระยุคลบาท
นายกฯ กล่าวอีกว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตนได้มีโอกาสไปเปิดงาน ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติ ที่ประเทศไทยได้ทำโครงการในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการประชุมนานาชาติครั้งแรกในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้เชิญผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ แล้วก็บรรดานักคิดหรือว่านักทำนะครับ ซึ่งได้มีโอกาสสร้างผลงานต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในประเทศต่าง ๆ มาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ แต่โครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นความจริงแล้วหนึ่งในโครงการที่เราทำด้วยก็คือโครงการที่เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Creative King โดยได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพ และได้ทรงพระราชทานทั้งเรื่องของนวัตกรรม จะเป็นในเชิงวิทยาศาสตร์ก็ว่าได้นะครับ เช่น กังหันน้ำชัยพัฒนา ซึ่งก็ได้มีหน่วยงานในระดับระหว่างประเทศได้ถวายรางวัลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือทางด้านศิลปะ ดังที่เราจะได้มีความรู้จักคุ้นเคยกับเพลงพระราชนิพนธ์ เป็นจำนวนมาก พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ได้แสดงให้เราเห็นถึงความสำคัญในการใช้ความคิด ไม่ว่าจะเป็นในทางศาสตร์หรือในทางศิลป์ เพื่อที่จะสร้างประโยชน์ สร้างคุณค่า รวมไปถึงเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะแก้ไขปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศชาติได้ อย่างนี้เป็นต้น
นอกจากนี้นะครับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมก็ยังได้มีโอกาสไปมอบนโยบายในการประชุมระหว่างส่วนราชการกับทางสำนักงาน ก.พ. ซึ่งในปีนี้ก็ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษครับ กับการที่ส่วนราชการทั้งหลายหรือระบบราชการจะต้องมีการปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลก จากการรวมตัวทางเศรษฐกิจ เช่น ในอาเซียน จากปัญหาของสภาพภูมิอากาศที่มีความผันผวน จากปัญหาโครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป แล้วก็สิ่งที่ผมคิดว่าทุกฝ่ายพึงจะได้สำนึกก็คือว่า ปรัชญาพอเพียงนะครับ ได้มีหลักการสำคัญในเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านความเสี่ยง นี้เป็นปรัชญาที่พระองค์ท่านได้พระราชทานให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทย ซึ่งถ้าหากว่าเราน้อมนำในเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันในด้านต่าง ๆ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเลยครับในการที่จะเผชิญกับปัญหาความท้าทายต่าง ๆ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในโลก จะเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาซึ่งเป็นเรื่องท้าทายโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของสิ่งแวดล้อม ที่เราจะต้องช่วยกันทำในเรื่องของพลังงานทดแทนก็ดี ในเรื่องของการที่จะต้องทำการเกษตรหรือทำการพัฒนาในลักษณะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็ดี เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พระองค์ท่านได้พระราชทานมาเป็นทั้งแนวพระราชดำริ และได้ทรงปฏิบัติให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้เห็นเป็นแบบอย่างมาก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น ซึ่งปรัชญาพอเพียงและหลักของการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ นี้จะถือเป็นหลักสำคัญที่เราจะบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 นะครับ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่จะต้องใช้เป็นธงนำในการทำงานในช่วง 5 ปี นับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งในการพบปะกับส่วนราชการในการประชุมร่วมระหว่างส่วนราชการกับ ก.พ. นั้น ผมก็ได้เน้นย้ำในสิ่งนี้เช่นเดียวกันครับ
นายกฯ ยังกล่าวต่อว่า เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสากล วันคนพิการสากลนั้น ซึ่งทางสหประชาชาติได้กำหนดวันดังกล่าวเป็นวันคนพิการสากลนั้น ตนก็ได้ไปร่วมงานซึ่งปีนี้ได้จัดขึ้น โดยใช้ชื่องานว่า ยิ้มสู้เพื่อความเท่าเทียมกัน ซึ่งคำว่ายิ้มสู้นั้นก็ได้มาจากเพลงพระราชนิพนธ์นั่นเอง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในเรื่องของการแก้ไขปัญหา และเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนพิการ นั่นก็คือว่าพระองค์ท่านได้พระราชทานแนวคิดว่า เรื่องของความสุขความทุกข์นั้นอยู่ที่ใจ แล้วก็ถ้าหากว่าเราพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาอุปสรรคข้อจำกัดต่าง ๆ ด้วยใจที่มีความแน่วแน่มั่นคงนั้น เราก็จะสามารถมีความสุขได้ นอกจากนั้นยังได้พระราชทานแนวพระราชดำริว่า เรื่องของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการนั้น ดีที่สุดก็คือการทำให้คนพิการนั้นสามารถช่วยตัวเองได้ครับ นี่จะเป็นวิธีการช่วยเหลือที่ยั่งยืนที่สุด ซึ่งขณะนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางรัฐบาลได้น้อมนำมาปฏิบัติในเรื่องของการส่งเสริมให้พี่น้องคนพิการนั้น สามารถที่จะมีโอกาสและเข้าถึงสังคมทั้งในแง่ของโอกาส และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกันมากที่สุด ดังจะเห็นได้ว่าเราก็มีการปรับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการรับคนพิการเข้าทำงาน และให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีอากร เพื่อกระตุ้นให้ภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมนั้นเปิดโอกาสให้พี่น้องคนพิการสามารถที่จะเข้าทำงานและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จะสามารถใช้ศักยภาพของเขาได้อย่างเต็มที่ในสังคม
"ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงเพื่อให้เห็นว่า ตลอดระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ผมได้ปฏิบัติหน้าที่หรือไปร่วมงานต่าง ๆ นั้น พี่น้องประชาชนคนไทย สังคมไทย วงการต่าง ๆ นั้นสามารถที่จะเรียนรู้ตามเบื้องพระยุคลบาท ตามรอยพระยุคลบาท และสามารถที่จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาลจากแนวพระราชดำริ และบรรดาโครงการตามพระราชดำริ หรือแนวปรัชญาที่พระองค์ท่านได้พระราชทานให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทย และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันครับ ผมก็จึงได้นำข้าราชการทุกหมู่เหล่าครับ ในการประกอบพิธี ในการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า เราจะทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นข้าราชการที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต และทำงานยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและของประเทศชาติเป็นสำคัญ ผมอยากจะย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า บรรดาข้าราชการทุกท่านที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ขอให้ยึดมั่นในคำสัตย์ปฏิญาณที่ได้เปล่งวาจาออกไป และผมมั่นใจว่า ถ้าหากว่าพี่น้องข้าราชการทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการตามที่ได้ลั่นวาจาในการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ได้นั้น ปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน ปัญหาต่าง ๆ ของสังคมไทย ปัญหาต่าง ๆ ของประเทศก็จะสามารถได้รับการแก้ไขได้ลุล่วงไปเป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน และผมถือว่านั่นเป็นวิธีที่จะถวายความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ดีที่สุด " นายกฯ กล่าว



